สารภาพรับจ้าง 1 แสน ขนโรฮิงญาไปประเทศที่ 3

สารภาพรับจ้าง 1 แสน ขนโรฮิงญาไปประเทศที่ 3

สารภาพรับจ้าง 1 แสน ขนโรฮิงญาไปประเทศที่ 3

รูปข่าว : สารภาพรับจ้าง 1 แสน ขนโรฮิงญาไปประเทศที่ 3

ผู้ต้องหาคนไทยและชาวเมียนมารับสารภาพว่าถูกว่าจ้างให้นำชาวโรฮิงญาไปส่งประเทศที่สาม รับค่าจ้าง 100,000 บาท นายกฯ สั่งสอบหาข้อเท็จจริงผู้อยู่เบื้องหลัง

กรณีชาวโรฮิงญาอพยพทางเรือและขึ้นฝั่งบนเกาะราวี จ.สตูล เมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ที่ผ่านมา และถูกควบคุมตัวได้เกือบ 70 คน 

อ่านข่าว : เรืออพยพชาวโรฮิงญา 65 คนเกยฝั่ง "เกาะราวี"

เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.62 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจภูธรจังหวัดสตูลส่งตัวนายสังคม พาพันธุ์ ชาว จ.ระนอง พร้อมชาวเมียนมา 5 คน ฝากขังศาลจังหวัดสตูล ในข้อหานำพาคนต่างด้าวเข้ามาในราชอาณาจักร หลังเสร็จสิ้นการสอบปากคำโดยชั้นสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่าได้ถูกว่าจ้าง 100,000 บาท ในการไปส่งชาวโรฮิงญา 65 คน ไปประเทศที่ 3 โดยมีชาวเมียนมาเป็นผู้ว่าจ้าง

จากนี้จะมีการสอบปากคำชาวโรฮิงญาอีกครั้งว่ามีการถูกล่อลวงข่มขู่และขู่เข็ญให้มีการเดินทางมาหรือไม่ หรือเดินทางมาด้วยความสมัครใจ ซึ่งขณะนี้ทั้งหมดอยู่ในจุดพักพิงภายในกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 436

สำหรับการขยายผลขณะนี้ ตำรวจ ทหาร บูรณาการทำงานภาคพื้นและตามเกาะแก่งต่างๆ เข้าตรวจพื้นที่ต้องสงสัยซึ่งเคยเป็นที่พักของโรฮิงญาบนเขาแนวเขตแดนไทยพื้นที่ ต.ปูยู อ.เมืองสตูล ผลการตรวจสอบพบบ้านพักร้าง 5 หลัง แต่ไม่พบร่องรอยการเข้าพักอาศัย

พล.ต.อ.สุชาติ ธีระสวัสดิ์ จเรตำรวจแห่งชาติ ซึ่งเป็นผู้อำนวยการศูนย์พิทักษ์เด็ก สตรี ครอบครัว และป้องกันปราบปรามการค้ามนุษย์ นำเจ้าหน้าที่ปราบปรามการค้ามนุษย์เข้าปิดล้อมตรวจค้นภูเขาในพื้นที่ ต.บ้านพรุ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งเป็นสถานที่พักพิงของแรงงานข้ามชาติ เพื่อรอส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านจากการปูพรมตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ทั้งเดินเท้าและกำลังทางอากาศไม่พบแหล่งพักพิงแรงงานข้ามชาติแต่อย่างใด

นายกฯ สั่งสอบโรฮิงญาขึ้นฝั่งสตูล

พล.ท.วีรชน สุคนธปฏิภาค รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงผู้อยู่เบื้องหลังการอพยพหรือใช้แรงงานผิดกฎหมายหรือไม่ หลังกองทัพเรือตรวจพบชาวโรฮิงญาขึ้นฝั่งที่เกาะราวี อุทยานแห่งชาติหมู่เกาะตะรุเตา จ.สตูล รวมทั้งให้หน่วยงานด้านสาธารณสุข ตรวจสุขภาพร่างกายของชาวโรฮิงญาตามหลักมนุษยธรรมและป้องกันโรคติดต่อด้วย

พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐบาลให้ความสำคัญ โดยเฉพาะการร่วมมือกับนานาประเทศแก้ไขปัญหาผู้อพยพชาวโรฮิงญาอย่างจริงจัง ขณะที่ศูนย์อำนวยการลาดตระเวน และช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมผู้โยกย้ายถิ่นฐานแบบไม่ปกติในมหาสมุทรอินเดีย (ศอ.ยฐ.) ยังคงปฏิบัติหน้าที่ ทั้งการลาดตระเวน ตรวจสอบการอพยพและช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

 

กลับขึ้นด้านบน