นักวิชาการเสนอค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่ควรเกิน 40 บาท

นักวิชาการเสนอค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่ควรเกิน 40 บาท

นักวิชาการเสนอค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่ควรเกิน 40 บาท

รูปข่าว : นักวิชาการเสนอค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่ควรเกิน 40 บาท

นักวิชาการด้านการขนส่งเสนอค่าโดยสารรถไฟฟ้าไม่ควรเกิน 40 บาท เนื่องจากจะส่งผลทำให้ผู้มีรายได้น้อยไม่สามารถเข้าถึงการให้บริการได้

กรณีที่มีข้อวิพากษ์วิจารณ์ว่า ค่าโดยสารรถไฟฟ้าในปัจจุบันนั้นพบว่าค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น

วันนี้ (17 มิ.ย.2562) นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) เปิดเผยว่า ค่าโดยสารรถไฟฟ้าต่อเที่ยวของคนไทยอยู่ที่ประมาณ 67.4 บาท ขณะที่ประเทศสิงคโปร์อยู่ที่ประมาณ 25.73 บาท และฮ่องกงอยู่ที่ 46.50 บาท โดยเป็นราคาที่แพงกว่าสิงคโปร์มากกว่า 1 เท่าตัว ซึ่งค่าโดยสารที่เหมาะสมตามสภาพเศรษฐกิจและกำลังการซื้อ คือ 30-40 บาท เพื่อให้ผู้มีรายได้น้อยสามารถเข้าถึงได้


ขณะเดียวกัน แนวทางควบคุมค่าโดยสารที่เป็นหัวใจสำคัญ คือ การยกเลิกค่าแรกเข้าเมื่อเชื่อมต่อระบบขนส่งมวลชนสาธารณะ ซึ่งปัจจุบันรัฐบาลยังไม่สามารถเชื่อมต่อระบบตั๋วร่วมให้เข้ากับทุกการเดินทางได้ แต่หากผู้ดูแลระดับนโยบายมองเห็นความสำคัญและความเดือดร้อนของประชาชน การอุดหนุนค่าโดยสารเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายก็จะเกิดขึ้นได้ไม่ยาก

สำหรับความคืบหน้าผลศึกษาโครงสร้างค่าโดยสารรถไฟฟ้านั้นขณะนี้ได้ส่งให้กรมการขนส่งทางบกไปแล้ว โดยเป็นข้อมูลเรื่องเปรียบเทียบต้นทุนและค่าโดยสารปัจจุบัน ส่วนแผนการศึกษาเรื่องค่าโดยสารรถไฟฟ้าในอนาตต จะลงรายละเอียดเรื่องการกำหนดสัญญาสัมปทานที่ระบุเรื่องการควบคุมค่าโดยสาร ให้เอกชนคู่สัญญานำไปปฏิบัติต่อไป


ด้านแหล่งข่าวกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า สำหรับแนวทางการจัดการเรื่องระบบค่าโดยสารร่วม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการพัฒนาตั๋วร่วมเพื่อลดค่าโดยสารรถไฟฟ้าลง จะให้ทีดีอาร์ไอไปศึกษา เพื่อกำกับดูแลค่าโดยสารให้เหมาะสมกับความเป็นจริง ซึ่งหนึ่งในเงื่อนไขของการเข้าระบบตั๋วร่วม คือต้องมีการยกเว้นค่าแรกเข้า 14-15 บาท ต่อการเปลี่ยนเส้นทางรถไฟฟ้า เช่น จากรถไฟฟ้าบีทีเอสไปรถไฟฟ้าใต้ดิน เหมือนกับปัจจุบันเริ่มใช้ในสายสีน้ำเงินและสายสีม่วงแล้ว

ทั้งนี้ จากการหารือเบื้องต้นกับบริษัทผู้ให้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสมีข้อเสนอว่า จะไม่ยกเว้นค่าแรกเข้าให้ในระบบตั๋วร่วม แต่อาจจะขอเสนอเป็นลดค่าโดยสารประมาณร้อยละ 10-15 แทน เช่นหากค่าโดยสาร 60 บาท จะลดราคาให้ 6-9 บาท เป็นต้น ซึ่งต้องหารือกันอีกครั้ง


อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าการเจรจาลดค่าแรกเข้านั้นมีปัญหาจริง เนื่องจากข้อสรุปและข้อตกลงการเชื่อมตั๋วร่วมมักถูกที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชุดใหญ่ (บอร์ด) ตีตกไม่ผ่านความเห็นชอบ

 

กลับขึ้นด้านบน