แอมเนสตี้ร้องอาเซียนคุ้มครองผู้ลี้ภัย ปมลักพาตัวนักข่าวเวียดนาม

แอมเนสตี้ร้องอาเซียนคุ้มครองผู้ลี้ภัย ปมลักพาตัวนักข่าวเวียดนาม

แอมเนสตี้ร้องอาเซียนคุ้มครองผู้ลี้ภัย ปมลักพาตัวนักข่าวเวียดนาม

รูปข่าว : แอมเนสตี้ร้องอาเซียนคุ้มครองผู้ลี้ภัย ปมลักพาตัวนักข่าวเวียดนาม

แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เรียกร้องทางการไทยสอบสวนกรณีการลักพาตัวเจือง ซุย เญิ๊ต นักข่าวชาวเวียดนาม พร้อมขอให้ประเทศอาเซียนคุ้มครองไม่ให้ผู้ลี้ภัยถูกส่งตัวกลับไปเผชิญกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศต้นทาง

ในวาระที่มีการประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 34 ระหว่างวันที่ 22-23 มิ.ย. 2562 ที่กรุงเทพมหานคร โดยมีผู้นำและผู้แทนประเทศอาเซียนเข้าร่วมประชุมถึง 10 ประเทศ สำนักเลขาธิการใหญ่ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร แถลงเรียกร้องทางการไทยสอบสวนเกี่ยวกับการลักพาตัวนายเจือง ซุย เญิ๊ต นักข่าวเวียดนามที่หายตัวไปตั้งแต่วันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ในประเทศไทย พร้อมสอบสวนว่ามีตำรวจไทยเกี่ยวข้องกับการลักพาตัวหรือไม่ หากพบว่าเจ้าหน้าที่คนใดเกี่ยวข้องขอให้นำตัวมาลงโทษ

นิโคลัส เบเคลัง ผู้อำนวยการภูมิภาคเอเชียตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้ แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดเผยว่า หลังได้รับเอกสารและข้อมูลต่าง ๆ ทำให้เกิดคำถามอย่างจริงจังเกี่ยวกับความเกี่ยวข้องของตำรวจไทย ที่มีต่อเหตุการณ์อันนำไปสู่การลักพาตัวของนายเจือง ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งทางการเวียดนามยอมรับแล้วว่า ขณะนี้นายเจือง ถูกควบคุมตัวอยู่ที่ฮานอย ประเทศเวียดนาม และต้องเข้ารับการไต่สวนในข้อหาทุจริต

การลักพาตัวเจือง เป็นส่วนหนึ่งของแนวโน้มที่น่ากังวลอย่างยิ่งในภูมิภาคนี้ ในแง่การบังคับส่งกลับผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัย ซึ่งมักเป็นการกระทำโดยมิชอบด้วยกฎหมาย

นิโคลัส เบเคลัง กล่าวเพิ่มเติมว่า หลายประเทศในภูมิภาค โดยเฉพาะไทย เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย ต่างแลกเปลี่ยนตัวบุคคลที่เป็นฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองซึ่งเป็นเป้าหมายให้แก่กันและกัน ถือเป็นการละเมิดอย่างชัดเจนต่อกฎหมายจารีตประเพณีระหว่างประเทศซึ่งคุ้มครองสิทธิของผู้ลี้ภัยและผู้ขอลี้ภัย ในกรณีที่เลวร้ายสุด ดูเหมือนว่าฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเหล่านี้จะถูก “อุ้มหาย” ไปจากประเทศที่อยู่ระหว่างการขอลี้ภัย และไปปรากฏตัวในอีกประเทศหนึ่งในฐานะผู้ถูกควบคุมตัวไว้ในเวลาหลายเดือน หรือหลายสัปดาห์ต่อมา

กลับขึ้นด้านบน