เอกชนเผยค่าเงินบาทแข็งกระทบส่งออก

เอกชนเผยค่าเงินบาทแข็งกระทบส่งออก

เอกชนเผยค่าเงินบาทแข็งกระทบส่งออก

รูปข่าว : เอกชนเผยค่าเงินบาทแข็งกระทบส่งออก

ภาคเอกชนเผย ขณะนี้แรงกดดันจากค่าเงินบาทส่งผลกระทบการส่งออกสินค้าเกษตรและสิ่งทอ ขณะที่แบงก์ชาติพบมี เงินลงทุนระยะสั้นไหลเข้าประเทศต้องเตรียมแผนสกัดเร่งด่วน หลังค่าเงินบาทแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 6 ปี ที่ระดับ 30 - 31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

 

นายบุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า แรงกดดันจากค่าเงินบาทกระทบ การส่งออกสินค้าเกษตรและสิ่งทอ ทำให้การบริโภคในประเทศลดลง จึงขอให้รัฐบาลใหม่เร่งจัดตั้งให้แล้วเสร็จ ภายใน 1 เดือน เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นการลงทุน ก่อนเศรษฐกิจจะได้รับความเสียหายไปมากว่านี้ พร้อมระบุว่า ค่าเงินบาทที่เอื้อต่อธุรกิจไทย ควรอยู่ที่ระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ

เช่นเดียวกับ ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย ประเมินว่า การส่งออกข้าว ปีนี้ อาจได้ไม่ถึง 10 ล้านตัน ตามเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ เพราะค่าเงินบาทแข็ง ส่งผลให้ราคาข้าวไทยยังสูงกว่าประเทศคู่เเข่ง

ขณะที่นายทิตนันทิ์ มัลลิกะมาส ผู้ช่วยผู้ว่าการสายนโยบายการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า แบงก์ชาติ กำลังจับตามองการเคลื่อนย้ายเงินทุนไหลเข้าขณะนี้ ไม่สอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐานทางเศรษฐกิจ แต่เป็นเงินทุนระยะสั้นไหลเข้ามาพักชั่วคราว หากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ อาจจำเป็นต้องออกมาตรการกำกับดูแลเงินทุนระยะสั้น

ด้านนายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง กล่าวว่า ปัญหาสงครามการค้า ส่งผลกระทบต่อรายได้การส่งออก และการท่องเที่ยว จนอาจปรับลดประมาณการณ์ขยายตัวทางเศรษฐกิจ อีกทั้งค่าเงินบาทแข็ง ก็เป็นแรงกดดันกระทบเศรษฐกิจไทยอย่างหนึ่ง ซึ่ง สศค.กำลังติดตามผลการประชุมสุดยอดผู้นำประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่ 20 ประเทศ หรือ จี20 จะร่วมกันหาทางออกเพื่อบรรเทาผลกระทบจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอย่างไร

พร้อมรวบรวมและศึกษามาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพื่อชดเชยรายได้ และความเสี่ยงจากปัจจัยต่างประเทศ ก่อนเสนอรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ต่อไป ภายใต้กฎหมายวินัยการคลัง

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน