"อนุชา" ขู่แฉวงในพลังประชารัฐ หากหลุดโผ ครม.

"อนุชา" ขู่แฉวงในพลังประชารัฐ หากหลุดโผ ครม.

"อนุชา" ขู่แฉวงในพลังประชารัฐ หากหลุดโผ ครม.

รูปข่าว : "อนุชา" ขู่แฉวงในพลังประชารัฐ หากหลุดโผ ครม.

กลุ่มสามมิตร ขู่แฉข่าวใหญ่เรื่องคนในพลังประชารัฐ หากกลุ่มสามมิตรหลุดโผ ครม. ขณะที่นายกฯ ขอพรรคร่วมรัฐบาลร่วมเดินหน้าประเทศและให้เกียรติซึ่งกันและกัน

นายอนุชา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท พรรคพลังประชารัฐ และแกนนำกลุ่มสามมิตร แถลงข่าวกรณีกระแสข่าวกลุ่มสามมิตรหลุดโผ ครม. ว่า ยังเชื่อมั่นคำพูดของนายกฯ ที่ยืนยันว่ากลุ่มสามมิตรมีชื่อใน ครม. เพราะเป็นคำพูดของชายชาติทหาร อย่างไรก็ตามหากตนหลุดโผจริงก็ไม่เป็นไร แต่ขอชื่อนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจอย่าหลุดโผ เพราะเป็นคนมีความสามารถและประชาชนจะเสียประโยชน์

ที่ผ่านมามีคนในพรรคที่เป็นผู้บริหารพรรคเหมือนกัน คอยรังแกและใส่ร้ายกลุ่มสามมิตรโดยให้ข่าวไปยังนายกฯ และผู้ใหญ่ของรัฐบาลจนทำให้เกิดความเข้าใจผิด ดังนั้นจึงขอเตือนพวกเขาว่า หากพวกตนทนไม่ได้ คนที่ใส่ร้ายจะต้องกลายเป็นข่าวใหญ่ระดับชาติ

ท่านอาจจะลืมไปว่าท่านใช้อะไรผมบ้าง ท่านทิ้งอะไรไว้ที่ผมบ้าง หากผมโดนรังแกจนทนไม่ได้ พวกท่านจะต้องมีข่าวระดับชาติเป็นแน่ ผมเอาแน่ถ้ายังรังแกกันอีก

นายอนุชา กล่าวอีกว่า พวกตนทำงานให้ประเทศชาติ ไม่เคยให้ร้ายคนอื่น จึงขอเตือนคนที่ใส่ร้ายว่าจะมีโอกาสทำงานร่วมกันได้ภายใต้การนำของเจ้านายคนเดียวกัน คือ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อนำพาพรรคเดินไปข้างหน้า

ขอพรรคร่วมเข้าใจ "นายกฯ"

วันที่ 29 มิ.ย. ระหว่างนายกฯ ปฏิบัติหน้าที่ประเทศญี่ปุ่น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดโผ ครม. ว่า ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน เมื่อทูลเกล้าฯ และมีการโปรดเกล้าฯ แล้ว ช่วง 15 วันจากนั้นจะมีการแถลงนโยบาย ทั้งนี้ไม่อยากให้มองว่ามีกระทรวงใหญ่-กระทรวงเล็ก เพราะกระทรวงไม่ใช่บริษัท และทุกกระทรวงมีความสำคัญเท่ากัน

 

การตั้งรัฐมนตรีต้องดูความเหมาะสม แม้จะเป็นโควตาของแต่ละพรรค แต่หากทำไม่ดีก็เปลี่ยนได้ วันนี้อยากให้เดินหน้าปฏิรูปการเมืองร่วมกันเพราะลำพังนายกฯ คนเดียวปฏิรูปไม่ได้

"รายชื่อที่เสนอมาเป็นรัฐมนตรีส่วนตัวรู้จักทุกคน จึงขออย่าให้เกิดความวุ่นวายมาก ขณะนี้ในต่างประเทศให้การยอมรับว่าไทยมีรัฐบาลแล้ว ถ้าหากต่อไปไม่ดีสามารถแก้ไขได้ โดยยืนยันได้ ทำความเข้าใจกับทุกคนแล้ว และทุกคนเข้าใจกันดีไม่มีปัญหา เพราะต่างคนต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน"

ไม่ว่าจะใครก็ตาม ต้องเข้าใจผม เพราะผมเป็นนายกรัฐมนตรี 

นายกฯ กล่าวว่า ขอให้พรรคร่วมรัฐบาลอยู่ร่วมกันไปก่อน เพราะมาถึงขนาดนี้แล้วจะถอยกลับไม่ได้ หลายเรื่องทำให้รู้สึกไม่สบายใจ เช่น การประชุมสภาฯ ที่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงจากเดิม และขออย่าจ้องแต่ล้มรัฐบาล หากเรื่องใดทำแล้วเกิดความยั่งยืนต่อประเทศก็ควรเดินหน้าพร้อมกัน

กลับขึ้นด้านบน