ผบ.ตร.เร่งรัดจับคนลอบทำร้าย "จ่านิว" คาดเป็นกลุ่มเดิม

ผบ.ตร.เร่งรัดจับคนลอบทำร้าย "จ่านิว" คาดเป็นกลุ่มเดิม

ผบ.ตร.เร่งรัดจับคนลอบทำร้าย "จ่านิว" คาดเป็นกลุ่มเดิม

รูปข่าว : ผบ.ตร.เร่งรัดจับคนลอบทำร้าย "จ่านิว" คาดเป็นกลุ่มเดิม

ตำรวจนครบาล 3 เร่งสืบสวนหาผู้ก่อเหตุทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง โดยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ระบุว่ามีความคืบหน้า แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ โดยสันนิษฐานว่าเป็นกลุ่มเดียวกันกับที่ก่อเหตุทำร้ายนายสิรวิชญ์ก่อนหน้านี้

วันนี้ (30 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ร่วมประชุมชุดสืบสวนสอบสวนคลี่คลาย ของกองบังคับการตำรวจนครบาล 3 และติดตามคดีทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์ เสรีธิวัฒน์ หรือ นิว นักเคลื่อนไหวทางการเมือง จนได้รับบาดเจ็บสาหัส

หลังการประชุมนานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.อ.จักรทิพย์ เปิดเผยว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหาความเชื่อมโยงระหว่างเหตุทำร้ายร่างกายนายสิรวิชญ์ ที่เกิดในพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง และพื้นที่สถานีตำรวจนครบาลมีนบุรี ว่าพฤติการณ์และกลุ่มผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันหรือไม่ ซึ่งอยู่ระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยืนยันข้อสันนิษฐานดังกล่าว ส่วนแรงจูงใจนั้นยังไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน

แต่ตำรวจตัดประเด็นประสงค์ต่อทรัพย์ทิ้ง เนื่องจากทั้ง 2 เหตุการณ์ไม่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินของนายสิรวิชญ์ ส่วนประเด็นอื่นๆ ยังไม่ตัดทิ้งไม่ว่าจะเป็นเรื่องส่วนตัว การพนัน ชู้สาวและการเมือง ส่วนทางด้านคดีนั้น มีการแบ่งหน้าที่ทำงานทั้งตำรวจในพื้นที่ สืบสวนนครบาล รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยยังไม่สามารถเปิดเผยความคืบหน้าได้ แต่ยืนยันว่ามีความคืบหน้าพอสมควร

 

ชุดสืบสวนทำการเปรียบเทียบเหตุการณ์ทำร้ายนายสิรวิชญ์ พบความเชื่อมโยงหลายส่วน เชื่อว่าเป็นกลุ่มเดียวกัน เช่น รูปพรรณของผู้ก่อเหตุ จำนวนผู้ก่อเหตุที่มี 4 คน รถจักรยานยนต์ที่ใช้คือ พีซีเอ็ก รุ่นและสีเดียวกัน และเป็นที่น่าสงสัยว่ากล้องวงจรปิดทั้ง 2 เหตุการณ์มีลักษณะถูกเบี่ยงจากมุมเดิม ทำให้ไม่เห็นเหตุการณ์ขณะลงมือก่อเกตุ

สำหรับกลุ่มที่ออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง หากรู้สึกไม่ปลอดภัย สามารถเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีหน้าที่ดูแล เช่น กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ หรือเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าไปดูแลได้

พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยังระบุอีกว่า อยากให้กลุ่มนักเคลื่นไหว 8-9 กลุ่ม เข้าไปต่อสู้ในสภา ไม่ใช่ออกมาต่อสู้บนท้องถนน เพราะการเคลื่อนไหวบนท้องถนนสร้างความไม่เชื่อมั่นให้กับกลุ่มนักลงทุนต่างชาติ รวมถึงตำรวจต้องจัดกำลังเข้าไปดูแล เป็นเหตุให้กระทบถึงการทำงาน

ขณะที่โลกโซเชียลมีการพูดถึงกลุ่มผู้ก่อเหตุว่าเป็นคนในเครื่องแบบ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ยืนยันว่ายังไม่มีการพูดถึงในประเด็นนี้ หากมีการเชื่อมโยงหรือพูดถึงบุคคลที่ 3 หรือบุคคลมีสี ในทางคดีเจ้าหน้าที่ตำรวจก็จะดำเนินการจับกุมต่อไป ส่วนกระแสเรียกร้องให้มีการปลดเจ้าหน้าที่ตำรวจหลังเกิดนั้นเหตุ คิดว่าคงต้องทำใจกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ แต่ยืนยันว่าตำรวจทำเต็มที่ ซึ่งอาจจะไม่ตรงกับความต้องการของกลุ่มใด

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

"จ่านิว" ถูกดักทำร้ายหน้าปากซอยบ้าน นำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว

กล้องวงจรปิด บันทึกภาพกลุ่มชายรุมทำร้าย “จ่านิว”

ตร.เร่งตรวจกล้องวงจรปิดหาหลักฐานเพิ่มคดีทำร้าย "จ่านิว"

 

กลับขึ้นด้านบน