ไฟไหม้ "พรุควนเคร็ง" เสียหายกว่า 1,200 ไร่

ไฟไหม้ "พรุควนเคร็ง" เสียหายกว่า 1,200 ไร่

ไฟไหม้ "พรุควนเคร็ง" เสียหายกว่า 1,200 ไร่

รูปข่าว : ไฟไหม้ "พรุควนเคร็ง" เสียหายกว่า 1,200 ไร่

ไฟไหม้พรุควนเคร็ง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เสียหายกว่า 1,200 ไร่ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ แม้จะมีการระดมกำลังหลายหน่วยงานทั้งทหาร ป่าไม้ และอาสาสมัครนับ 100 คน เร่งควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกลามเพิ่ม เนื่องจากป่าพรุมีความแห้งแล้ง ฝนทิ้งช่วง

วันนี้ (30 มิ.ย.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทหารมณฑลทหารบกที่ 41 พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่ควบ คุมไฟป่าพรุควนเคร็ง  และชาวบ้านอาสาสมัครในพื้นที่รวมกว่า 100 คน พร้อมรถบรรทุกน้ำขนาด 6,000 ลิตร และรถบรรทุกขนาดใหญ่ ลงพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง บริเวณหมู่ 12 ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อฉีดน้ำสกัดไฟป่า ที่ลุกไหม้ขยายเป็นวงกว้างไม่ให้เข้าไปในสวนปาล์มของชาวบ้านเพิ่มเติม

นายธนากร รักษ์ธรรม หัวหน้าสถานีควบคุมไฟป่า พื้นที่ลุ่มน้ำปากพนังอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ระบุว่า ไฟไหม้ป่าพรุ ตั้งแต่วันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา จึงได้ระดมเจ้าหน้าที่ไฟป่า เร่งสกัดอย่างเต็มที่ ส่วนไฟที่ลุกไหม้ป่าพรุควนเคร็งเกิดขึ้น 2 จุดใหญ่ ซึ่งการควบคุมเพลิงทำได้ยาก เนื่องจากมีกระแสลมแรง ประกอบกับพื้นดินป่าพรุมีสภาพแห้งแล้ง เพราะฝนทิ้งช่วงมาเป็นระยะยาวนาน ส่งผลทำให้เกิดไฟป่า ลุกลามขยายตัวอย่างรุนแรง

 

ขณะที่กองทัพภาคที่ 4 มอบหมายให้มณฑลทหารบกที่ 41 จัดกำลังเข้ามาในพื้นที่ เพื่อร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อช่วยดับไฟป่าเพื่อไม่ให้ลุกลามมากไปกว่านี้ พร้อมทั้งวางกำลังเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

ขณะนี้สถานการณ์ไฟป่ายังคงลุกลามขยายตัวอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายพื้นที่ป่าพรุ และสวนปาล์มของชาวบ้านไปแล้วกว่า 1,200 ไร่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ทั้งภาครัฐ และชาวบ้านยังคงช่วยกันตรึงกำลังในพื้นที่ เพื่อป้องกันไฟป่าลุกลามขยายเป็นวงกว้างไปมากไปกว่านี้

 

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 7 พ.ค.ที่ผ่านมา เกิดไฟป่าพื้นที่ป่าพรุควนเคร็ง ต.เคร็ง อ.ชะอวด จ.นครศรีธรรม ราช ทำให้เกิดเป็นควันกลุ่มใหญ่ และขยายวงกว้างมากขึ้น จากการสำรวจพบว่า เกิดไฟป่า 3 จุด เจ้าหน้าที่ควบคุมเพลิงไว้ได้เพียง 2 จุด

ป่าพรุควนเคร็ง อยู่ในพื้นที่เชื่อมต่อระหว่าง จ.นครศรีธรรมราช สงขลา และพัทลุง มีเนื้อที่รวมกว่า 35,000 ไร่ เป็นพื้นที่ที่มีระบบนิเวศที่สำคัญ เนื่องจากเป็นแหล่งกักเก็บน้ำจืด เป็นตัวกรองสารพิษจากกิจกรรมของมนุษย์ รวมถึงมีพันธุ์ไม้หลากชนิด โดยเฉพาะเสม็ดขาวและพืชกระจูด ซึ่งชาวบ้านนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์จักสานสร้างรายได้มายาวนาน เมื่อปี 2553 เกิดไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็งครั้งใหญ่ สร้างความเสียหายต่อพื้นที่ป่าพรุนับหมื่นไร่ 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช

 

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน