ชาวอเมริกันหลายเมืองประท้วงปิดศูนย์กักกันผู้อพยพ

ชาวอเมริกันหลายเมืองประท้วงปิดศูนย์กักกันผู้อพยพ

ชาวอเมริกันหลายเมืองประท้วงปิดศูนย์กักกันผู้อพยพ

รูปข่าว : ชาวอเมริกันหลายเมืองประท้วงปิดศูนย์กักกันผู้อพยพ

ชาวอเมริกันในหลายเมืองทั่วประเทศ ร่วมกันประท้วงเรียกร้องให้รัฐบาลสั่งปิดศูนย์กักกันผู้อพยพ หลังหน่วยงานตรวจสอบภายในเปิดเผยว่าในศูนย์มีสภาพแออัดและสกปรก

ผู้ประท้วงหลายร้อยคนในมหานครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ออกมาเดินขบวนและชูป้ายประท้วงขอให้ทางการปิดศูนย์ผู้อพยพหลายแห่งทั่วประเทศ หลังจากหน่วยงานตรวจสอบภายในของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยรายงานที่ระบุว่า มีศูนย์อพยพ 5 แห่งและด่านตรวจคนเข้าเมืองอีก 2 แห่ง กักกันผู้อพยพเอาไว้จำนวนมากจนมีสภาพแออัด

ขณะที่เมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา มีทนายความคนหนึ่งออกมาเปิดเผยสภาพความเป็นอยู่ที่น่าสลดของผู้อพยพในศูนย์กักกันเมืองคลินต์ รัฐเทกซัส ว่ามีเด็กหลายร้อยคนต้องนอนที่พื้น สวมเสื้อผ้าชุดเดิมกับที่ใส่มาวันแรก ซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบของเหลวต่างๆ จากร่างกาย เนื่องจากศูนย์กักกันไม่ได้จัดหาสบู่สำหรับใช้อาบน้ำเอาไว้ให้

 

เช่นเดียวกับผู้ประท้วงในเมืองฮิวสตัน รัฐเท็กซัส กว่า 230 คน ได้ร่วมกันประท้วงบริเวณหน้าสำนักงานของนายจอห์น คอร์นิน สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา เนื่องจากกลุ่มผู้ประท้วงต้องการให้ผู้มีอำนาจสนใจและดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

ด้านประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐอเมริกา ยังคงเลือกใช้นโยบายกีดกันผู้อพยพเป็นนโนยายหลักในการออกหาเสียงเพื่อชิงชัยตำแหน่งผู้นำสหรัฐอเมริกา เป็นสมัยที่ 2 ซึ่งจะจัดขึ้นในปี 2563 ขณะที่ผู้ท้าชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาจากฝั่งพรรคเดโมแครต คู่แข่งของทรัมป์หลายคน เลือกที่จะใช้ประเด็นนี้มาโจมตีผู้นำสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบัน

 

มีรายงานว่า ผู้อพยพที่มาจากประเทศฮอนดูรัส กัวเตมาลา และเอล ซัลวาดอร์ จำนวน 66 คน ที่กำลังขอสถานะผู้ลี้ภัยในสหรัฐอเมริกา บริเวณพรมแดนระหว่างประเทศสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก ตัดสินใจยอมแพ้และยอมรับความช่วยเหลือจากทางการเม็กซิโก เพื่อที่จะส่งตัวพวกเขากลับบ้านเกิด

 

กลับขึ้นด้านบน