สถาปนิกตำหนิผู้รับผิดชอบสร้าง "ทางยกระดับพระราม 2" หลังรถติดหนัก

สถาปนิกตำหนิผู้รับผิดชอบสร้าง "ทางยกระดับพระราม 2" หลังรถติดหนัก

สถาปนิกตำหนิผู้รับผิดชอบสร้าง "ทางยกระดับพระราม 2" หลังรถติดหนัก

รูปข่าว : สถาปนิกตำหนิผู้รับผิดชอบสร้าง "ทางยกระดับพระราม 2" หลังรถติดหนัก

สถาปนิกตำหนิและประณามผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้างทางยกระดับพระราม 2 หลังจากไม่วางแผนบริหารจัดการด้านการจราจรและแผนงานก่อสร้างที่ไม่มีประสิทธิภาพ ทำให้การจราจรติดขัด กระทบต่อประชาชนที่พักอาศัยในย่านดังกล่าวและผู้ที่ใช้รถใช้ถนน

วันนี้ (3 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เฟซบุ๊ก "Pairoj Jeerabun" ซึ่งเป็นของนายไพโรจน์ จีรบุณย์ สถาปนิก เพื่อสังคม ได้โพสต์ข้อความเรื่อง "#ขอตำหนิและประณามผู้รับผิดชอบโครงการก่อสร้าง_บนถนนพระราม2" เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2562 เวลา 16.44 น. โดยระบุว่า ปรกติ ผมจะไม่เคยตำหนิคนที่ต้องรับผิดชอบต้องทำงานในลักษณะที่ต้องเข้ามาทำ เพื่อแก้ปัญหาที่ถูกสะสมไว้ หรือทิ้งไว้จนปัญหาบานปลายแล้ว แต่กรณีโครงการบนถนนพระราม 2 นี้ นอกจากต้องตำหนิอย่างรุนแรง และสมควรประณามในการทำงานแบบที่ไร้ความรับผิดชอบต่อผู้อื่นอย่างหนักแล้ว ผู้รับผิดชอบทุกระดับยังสมควรต้องถูกพิจารณาให้ได้รับโทษในการละเลยต่อหน้าที่ จนประชาชนต้องเดือดร้อนอย่างสาหัสด้วย

ในช่วงหลายๆ ปีที่ผ่านมา จนกระทั่งเริ่มก่อสร้างในขณะนี้ ทั้งที่สภาพการจราจร ติดขัดอย่างสาหัส แทบจะตลอดเวลา แต่การดำเนินการในการทำโครงการนี้ กลับปล่อยปละละเลยที่จะวางแผนบริหารจัดการ ทั้งขั้นก่อน และระหว่างการก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหาจราจรให้ดีที่สุด ไม่ว่าจะ ... 1. การเพิ่มผิวการจราจรชั่วคราว ทดแทนส่วนที่ต้องปิดไป 2. การปรับสภาพผิวการจราจรเดิมที่เสียหายมาก ให้สภาพดีขึ้น 3. การแสดงสัญลักษณ์สภาพทางจราจรที่ถูกปิดกั้น ล่วงหน้า 4. การแสดงช่องจราจร สำหรับไปในจุดหมายต่างๆ ให้คนที่ไม่คุ้นพื้นที่ เลือกใช้ได้ถูก แต่เนิ่นๆ 5. การเตรียมไฟแสงสว่างตลอดช่วงก่อสร้าง และจุดทางเปลี่ยนทางแยกที่สำคัญ ให้เพียงพอ

6. การวางแผนงานก่อสร้าง ที่สะท้อนให้เห็นออกมาบนสถานที่จริง ถึงประสิทธิภาพ ที่ถูกคิดเตรียมการเอาไว้ 7. การระดมสรรพกำลัง บุคลากรและเครื่องจักร เพื่อให้มีปริมาณงานก่อสร้าง คุ้มกับเวลาที่ผู้คนต้องเดือดร้อน 8. การบริหารจัดการ แก้ปัญหาสภาพการจราจร ในช่วงระยะเวลา ที่มีปริมาณรถมากกว่าปกติ 9. ทั้งที่ พื้นที่บนถนนพระราม 2 มีที่ว่างมากพอ ที่จะใช้ในการบริหารจัดการในระหว่างดำเนินโครงการได้อย่างดี

 

 

และจากประสบการณ์ส่วนตัว ระยะทาง จากทางด่วน ดาวคะนอง ไปจนถึงประมาณกิโลเมตรที่ 80 ขาออก ผมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งขึ้นไป ขาเข้า ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงครึ่ง ถึง 3 ชั่วโมงขึ้นไป หรือมากกว่านั้นมากๆ ก็ยังเคยเจอมาแล้ว ระหว่างรถติด จนหยุดนิ่ง ผมเคยนั่งนึกถึงหัวอกของผู้ที่อาศัยแถวนั้น ผู้ที่ทำมาค้าขาย โดยต้องพึ่งพาคนที่อยากเดินทางไปมา ผ่านถนนนั้น หรือผู้ที่จำเป็นต้องเดินทางผ่านถนนพระราม 2 เป็นประจำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ว่าพวกเขาต้องทนทรมานขนาดไหน สุขภาพจิตเป็นอย่างไร ไปพร้อมๆ กับที่เห็นสภาพ ถนนและการก่อสร้างที่คาราคาซัง ทำๆ ทิ้งๆ ไม่เคยเห็นคนทำงาน เห็นเครื่องจักรไม่กี่ชิ้น ไม่เห็นสภาพงานคืบหน้าอย่างที่ควรจะเห็นได้ชัดเอาเสียเลย ทั้งที่ผมเองกว่าจะผ่านไปแต่ละครั้ง ทิ้งช่วงหลายๆ เดือนก็ยังรู้สึก หดหู่ สังเวช และอนาถใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นขนาดนี้

ขณะเดียวกัน ก็เกิดคำถามขึ้นในใจ ในฐานะคนก่อสร้างคนหนึ่งว่าผู้มีอำนาจรับผิดชอบโครงการนี้ ในทุกระดับในทุกหน่วยงาน พวกเขาไม่เคยรู้สึกสำนึกผิด หรือละอายใจกันบ้างเลยหรือที่การทำงานอย่างไร้ความรับผิด ชอบของพวกเขานั้น มันก่อกรรมทำเข็ญให้ผู้คนในทุกนาที เป็นระยะเวลาอันยาวนาน อยากทราบความคิดเห็น หรือผลกระทบที่ผู้คนได้รับ ลองเข้าไปอ่านได้ตามลิงค์นี้นะครับ

https://www.facebook.com/116483835041859/posts/2433418550015031/

 

 

สเตตัสนี้ ไม่ได้เขียนขึ้นด้วยความโกรธแค้น หรือชิงชังใคร แต่อยากสะท้อนจากประสบการณ์ตรง และมุมมองจากคนก่อสร้างถึงสิ่งที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นในโครงการที่ถือว่าสภาพพื้นที่ไม่ได้มีข้อจำกัด อย่างเช่นพื้นที่หนาแน่นในเมืองที่อาจส่งผล ทำให้งานก่อสร้างต้องมีผลกระทบที่ยากลำบากหรือล่าช้าขนาดนี้ ยกเว้นคงมีเพียงข้อจำกัดทางด้านสำนึกความรับผิดชอบของทุกคนที่มีหน้าที่รับผิดชอบต่อโครงการนี้เท่านั้น ที่ทำให้เกิดสภาพเช่นนี้

 

 

กลับขึ้นด้านบน