ไขปริศนา ! สารเคมีสกัดทองเยาวราช

ไขปริศนา ! สารเคมีสกัดทองเยาวราช

ไขปริศนา ! สารเคมีสกัดทองเยาวราช

รูปข่าว : ไขปริศนา ! สารเคมีสกัดทองเยาวราช

ไทยพีบีเอส ตรวจสอบกรณีพบสารเคมีหลายชนิดในอาคารพาณิชย์ย่านเยาวราช แม้ว่าจะเป็นสารตั้งต้นทำระเบิดได้ แต่เจ้าหน้าที่ยังไม่ฟันธงเชื่อมโยงแผนก่อการร้ายหรือไม่ ขณะที่การตรวจสอบ ระบุเป็นสารเคมีที่ใช้ในการสกัดทองคำ

วันนี้ (4 ก.ค.2562) กรณีการตรวจพบสารเคมีหลายชนิดในอาคารพาณิชย์แห่งหนึ่งย่านเยาวราช สร้างความแตกตื่นให้คนในสังคมพอสมควร เนื่องจากสารเคมีที่พบภายในห้อง เป็นสารเคมีที่สามารถประกอบเป็นสารตั้งต้นของระเบิดได้ แต่หลังการตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด เจ้าหน้าที่ระบุว่ายังไม่ครบองค์ประกอบของการทำระเบิด หรือเชื่อมโยงแผนก่อการร้าย

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับธุรกิจการสกัดทองย่านเยาราช ซึ่งเป็นแหล่งจำหน่ายทองคำขนาดใหญ่ รวมถึงเข้าสอบถามข้อมูลการสืบสวนสอบสวน กับตำรวจที่สถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 เจ้าของพื้นที่กรณีพบสารเคมีที่เยาวราช ซอย 3 ซึ่งเจ้าของสารเคมี ยืนยันว่าใช้เพื่อการสกัดทอง

พ.ต.ท.ชาตรี เชื้ออภัยรอง ผกก.สอบสวน สน.พลับพลาไชย 2 รองผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบาลพลับพลาไชย 2 ให้ข้อมูลตอบข้อสงสัย โดยเฉพาะสารเคมีที่พบ 2 ชนิดสำคัญที่สามารถผสมเป็นสารตั้งต้นของการทำระเบิดได้

โดยอ้างอิงข้อมูลจากหน่วยเก็บกู้และตรวจสอบวัตถุระเบิด (อีโอดี) ว่าสารเคมีที่พบมี 2 ชนิด ที่เป็นส่วนผสมของสารตั้งต้นการทำระเบิด แต่ในขณะที่พบนั้น สารเคมีทั้ง 2 ชนิดไม่ได้ผสมรวมกัน จึงไม่เข้าข่ายยุทธภัณฑ์ ประกอบกับการตรวจสอบหลักฐานในที่เกิดเหตุไม่พบองค์ประกอบอื่นที่ชี้ว่า เกี่ยวข้องกับการทำระเบิด

กรดไนตริก กับยูเรีย เป็นสารตั้งต้นทำยุทธภัณฑ์ได้ แต่จะทำให้ระเบิด เป็นยูเรียไนเตรดต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญและทำให้ส่วนผสมเป็นของแข็งก่อน ต้องตัวจุดชนวนระเบิด แต่จากการตรวจไม่พบ

ชี้สารเคมีที่ตรวจเจอใช้ในกระบวนการสกัดทอง

นอกจากนี้ ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจอาคารที่พบสารเคมี ได้ข้อมูลว่า ถูกปิดไปตั้งแต่วันที่ 29 มิ.ย.สำนักงานเขตสั่งย้ายสารเคมีออกจากพื้นที่แล้วซึ่งอยู่ระหว่างรอเจ้าของกิจการสกัดทอง เข้าดำเนินการขนย้ายไปทำลายทิ้ง

ตำรวจให้ข้อมูลว่า ชายชาวอินเดีย เจ้าของกิจการสกัดทอง ซึ่งเป็นนายจ้าง เช่าอาคารนี้เมื่อเดือนมีนาคม เพื่อใช้เป็นสถานที่สกัดทอง พร้อมเปิดเผยข้อมูลการสอบสวนเกี่ยวกับขั้นตอนสกัดทอง

เขาต้องนำทองมาหลอมในกระทะก่อน จากนั้นจะใส่ในถังพัก ซึ่งมีกรด 3 ตัว และกรดทั้ง 3 ตัวจะมีอุณหภูมิสูง จึงต้องใช้ยูเรียผสมน้ำ เทลงไปเพื่อลดอุณภูมิ และลดความเป็นกรด ถึงจะนำทองใส่ลงไปแยกเนื้อทอง

แม้การสืบสวนสอบสวนในขณะนี้ ยังไม่พบความเชื่อมโยงเกี่ยวกับกลุ่มก่อการร้าย หรือการจัดทำวัตถุระเบิด แต่ตำรวจ ก็ยังไม่ทิ้งประเด็นนี้ ในทางการสืบสวน ยังต้องสอบปากคำอีกหลายปาก รวมถึงรอผลการตรวจหลักฐานอย่างเป็นทางการ จากกองพิสูจน์หลักฐาน

ส่วนกลุ่มชาวอินเดีย ที่ตำรวจดำเนินคดีไป มี 3 คน คือ ผู้ให้เช่าอาคาร ซึ่งเป็นคนไทย เชื้อสายอินเดีย มีความผิดให้ที่พำนักต่างชาติแล้วไม่แจ้งตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภายใน 24 ชั่วโมง

เจ้าของกิจการสกัดทองหรือนายจ้าง ความผิดจ้างคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาตและประกอบกิจการโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังรับทราบข้อกล่าวหาได้ประกันตัวในชั้นสอบสวน

ด้านลูกจ้างสกัดทอง ชาวอินเดีย มีความผิดทำงานโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ผลักดันกลับประเทศต้นทางไปแล้ว

 

 

วิเคราะห์สารเคมี ใช้สกัดทอง

สถานที่เกิดเหตุมีวัตถุพยานหลายอย่างที่สงสัยได้ว่ามีไว้เพื่อสกัดทองจริงหรือไม่ หรือวัตถุประสงค์อื่น เช่นสารประกอบระเบิด จากการตรวจสอบพบว่า ตัวแรก กรดไนตริกหรือ ดินประสิว สารนี้ใช้ในอุตสาหกรรมแยกทอง การแยกทองก็คือ การนำทองรูปพรรณมาหลอมกลับไปเป็นทองแท่ง แต่ต้องใช้สารเคมีแยกส่วนประกอบอื่นๆ แต่ถ้าเป็นสารประกอบระเบิดแค่ดินประสิวอย่างเดียวไม่จัดว่าเป็นสารประกอบระเบิด  

กรดไฮโดรคลอริก กรดเกลือ ใช้ในอุตสาหกรรมแยกทอง แต่ก็ใช้เป็นสารประกอบระเบิดได้เช่นกัน มีตัวอย่างในต่างประเทศที่สาธิตให้ดู

ไฮดราซีนไฮเดรต จากการคุยคุยกับบริษัทที่นำเข้าสารนี้มาจำหน่าย เขาบอกส่วนใหญ่เป็นโรงงานอุตสาหกรรมซื้อไปใช้ป้องกันการกัดกร่อน ยังไม่พบว่าคนสกัดทองซื้อไปใช้ แต่หนึ่งคุณสมบัติของสารตัวนี้ เป็นเชื้อเพลิงที่ใช้กับเครื่องบินขับไล่ สารแบบนี้ทำไมพบในที่เกิดเหตุ

ปุ๋ยยูเรีย ในงานสกัดทอง ยูเรียใช้ลดความเป็นกรดเป็นด่าง ส่วนการเป็นสารประกอบระเบิด ลำพังตัวมันเองยังไม่ใช่ แต่มันมองข้ามไม่ได้

แป้งทำอาหาร คนสกัดทองยืนยันว่าไม่อยู่ในกระบวนการแน่นอน แต่คุณผู้ชมทราบหรือไม่ครับแป้งทำอาหารติดไฟได้ เหมือนฝุ่น ผง เคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นหลายครั้ง

ย้อนไปเหตุการณ์ไฟไหม้ในไต้หวันเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ย่างสดคนที่อยู่ในงานปาร์ตี้ บาดเจ็บสาหัสหลายร้อนคน เกิดจากผงสีในงาน มันติดไฟ ลุกลามไปทั่ว ผงสีก็คล้ายแป้งทำอาหาร ที่ติดไฟได้ ในประเทศไทยที่เกิดบ่อย คือการระเบิดในโรงงานแป้งมันสำปะหลัง

เครื่องตรวจจับโลหะ ก็เป็นไปได้ที่โรงงานสกัดทองใช้ตรวจจับโลหะพนักงานไม่ให้นำทองติดตัวออกไปแต่มันก็เป็นอุปกรณ์ไว้ทดสอบการตรวจจับวัตถุระเบิดได้เช่นกัน

ถังน้ำอันนี้เป็นอุปกรณ์สกัดทองปกติไม่น่าจะมีส่วนไหนเกี่ยวข้องกับการประกอบระเบิด ถ้วยพลาสติกอาจจะเป็นไปได้ไว้ตวงสารเคมี ที่จะใช้สกัดทอง แต่อุปกรณ์แบบนี้ก็น่าสงสัยว่า สามารถใช้ตวงสารประกอบระเบิด

และสุดท้ายสารนี้ไม่พบในที่เกิดเหตุ แต่ที่พบคือปุ๋ยยูเรียกับกรดไนตริก ทั้ง 2 สาร ยังไม่ใช่สารประกอบระเบิดในตัวมันเอง แต่เมื่อไหร่ที่มันรวมกัน จะกลายเป็นยูเรียไนเตรด

 

ในเมื่อต่อจิ๊กซอร์จากวัตถุพยานในที่เกิดเหตุแล้วข้อเท็จจริง คือมันสามารถทำสารประกอบระเบิดได้ ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ แต่รศ.วีรชัย พุทธวงศ์ คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ม.เกษตรศาสตร์มองว่าน่าจะตรวจสอบละเอียด 

กรดไนตริกกับปุ๋ยยูเรีย ถ้า 2 สิ่งนี้ผสมในอัตราส่วนใกล้ๆกันจะเป็นยูเรียไนเตรด และเป็นเชื้อระเบิดแรงดันสูงใช้ประกอบระเบิดแสวงเครื่องได้

ในอดีตผลงานของระเบิดยูเรียไนเตรด เคยใช้ในการระเบิดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ในปี 1993 บางคนเตรียมเฉพาะเชื้อปะทุ บางคนเตรียมเนื้อระเบิด บางคนรวมและทำวงจรจุดระเบิด 

ทั้งหมดนี้ชัดเจนว่าที่เกิดเหตุอาจจะสกัดทองจริง แต่จะมีกิจกรรมอื่นแฝงด้วยหรือไม่ เรานำเสนอไม่ต้องการให้ตื่นตระหนก แต่การสรุปคดีเร็วเกินไป อาจจะทำให้มองข้ามความเชื่อมโยงเหล่านี้ได้ และถ้าเป็นอย่างที่ตั้งข้อสังเกต สารประกอบเหล่านี้จะถูกส่งไปที่ไหนบ้าง และจะใช้เมื่อไหร่ ขอให้ข้อสังเกตนี้ผิด

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน