แพทย์จุฬาฯ ชี้ "เมฆ วินัย" ป่วยเพมฟิกอยด์ อาการดีขึ้น

แพทย์จุฬาฯ ชี้ "เมฆ วินัย" ป่วยเพมฟิกอยด์ อาการดีขึ้น

แพทย์จุฬาฯ ชี้ "เมฆ วินัย" ป่วยเพมฟิกอยด์ อาการดีขึ้น

รูปข่าว : แพทย์จุฬาฯ ชี้ "เมฆ วินัย" ป่วยเพมฟิกอยด์ อาการดีขึ้น

ทีมแพทย์จุฬาฯ แถลงข่าวการรักษา "เมฆ วินัย" ป่วยโรคตุ่มน้ำพอง หรือ เพมฟิกอยด์ ระบุ อาการดีขึ้น ใช้ยากดภูมิรักษาร่วมกับยาสเตียรอยด์อย่างสม่ำเสมอ ชี้ไม่ใช่โรคหายาก มียาและวิธีการรักษาให้หายได้ แต่ไม่หายสนิท

วันนี้ (5 ก.ค.2562) ศ.ดร.นพ.ประวิตร อัศวานนท์ หัวหน้าสาขาวิชาตจวิทยา ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และฝ่ายอายุรศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย แถลงเกี่ยวกับอาการของ นายหัฒศนัย ไกรบุตร หรือ เมฆ วินัย โดยระบุว่า หลังจากการตรวจสอบชิ้นเนื้อพบว่า ผู้ป่วยเป็นโรคตุ่มน้ำพอง หรือ เพมฟิกอยด์ ซึ่งเกิดจากอาการภูมิเพี้ยน โดยจะมีตุ่มน้ำพองขึ้นตามตัว และมีผื่นแดง 

ส่วนใหญ่เกิดเฉพาะที่ และมักเกิดกับคนสูงอายุ แต่ของเมฆ วินัยนั้น เกิดขึ้นเป็นบริเวณกว้างไปทั่วร่างกาย โดยโรคนี้เกิดจากภูมิเพี้ยน ซึ่งไม่ใช่โรคใหม่และพบน้อย หรืออันตรายร้ายแรง โรคนี้มีมานานกว่าร้อยปีแล้ว พบบ่อยพอสมควร เป็นโรคแพ้ภูมิ แต่เป็นคนละโรคกับโรคพุ่มพวง และไม่ใช่สะเก็ดเงินหรืออีสุกอีใส

โรคเพมฟิกอยด์ที่เกิดกับคนมีอายุน้อยจะรักษายากกว่า และคนอายุน้อยมีโอกาสเป็นได้แต่ไม่มาก ส่วนการรักษาต้องดูอาการอย่างน้อยสุด 3 เดือน อีกทั้งโรคตระกูลนี้จะรักษาไม่หายสนิท เรียกว่าโรคสงบ คือ จะเกือบเหมือนหายขาด หายไปได้นานมากๆ แต่มีโอกาสจะกลับมา แพทย์ส่วนใหญ่จึงมักบอกคนไข้เสมอว่าอย่าไปคิดถึงจุดนั้น เพราะตอนนั้นอาจมียาที่ดีกว่านี้ 


ส่วนการรักษา ทีมแพทย์ใช้ยารักษากดภูมิในช่วงแรกๆ และใช้ควบคู่กับยาสเตียรอยด์ ในโดสที่เหมาะสม เพื่อให้ตุ่มเกิดน้อยที่สุด แต่โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง การรักษาที่ต้นเหตุบางครั้งไม่ได้เห็นผลทันที ต้องรักษาระดับยาที่ให้ทางเส้นเลือดเพื่อคุมโรคได้ดีกว่า ถ้ากลับบ้านก็ต้องกินยาอย่างสม่ำเสมอ 

โรคนี้เป็นโรคเรื้อรัง การรักษาไม่ได้หวังผลว่า 7 - 14 วันจะหายสนิท แต่เมฆตุ่มน้ำเริ่มแห้ง และผื่นขึ้นช้าลง ซึ่งเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น จากนี้จะรักษาอย่างเต็มที่ เมฆก็ต้องพักผ่อนอย่างเพียงพอ

ศ.ดร.นพ.ประวิตร ยืนยันว่า โรคเพมฟิกอยด์นี้เป็นโรคที่เกิดขึ้นจากตัวเราเอง ไม่ได้เกิดจากการติดเชื้อ บางคนกินยาบางตัวทำให้เกิดภูมิเพี้ยน ร่างกายคนเราก็เหมือนเครื่องจักร ทำงานผิดพลาดได้ตลอดเวลา เพมฟิกอยด์จึงไม่สามารถป้องกันได้ เพราะไม่รู้ว่าภูมิต้านทานจะเพี้ยนไปตอนไหน แต่ขอให้ประชาชนไม่ต้องจิตตก เมื่อเกิดขึ้นก็ไปรับการวินิจฉัยให้ถูกต้องแล้วรับการรักษา

ขณะนี้คนไข้อาการดีขึ้นแล้ว ที่หน้ามีรอยของอาการหาย บริเวณแขนที่มีรอยลายๆ คือ ตุ่มน้ำที่แห้งแล้ว ไม่มีตุ่มน้ำเกิดขึ้นใหม่แล้ว แต่เป็นรอยแห้งจากผื่น สำหรับอาการป่วยของโรคนี้เซลล์ผิวหนังจะไม่เกาะกัน การใส่เสื้อผ้าฟิตๆ หรือใส่รองเท้าไปวิ่งเร็วๆ อาจจะทำให้อาการแย่ลงได้ แต่ต่อไปเมื่อรักษาแล้วอาการเหล่านี้จะดีขึ้น

คนไข้ไม่มีเชื้อโรค ฝากว่าหากส่งกำลังใจมา ไม่ต้องมาเยี่ยมมาก เพื่อไม่ให้เอาเชื้อโรคมา เพื่อให้คุณเมฆกลับมาเป็นเมฆคนเดิม

ขณะที่เฉลาศรี เสงี่ยม หัวหน้าพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ระบุว่า ตัวโรคที่เป็นแผลพุพอง การดูแลรักษาความสะอาดสำคัญมาก ต้องอาบน้ำด้วยน้ำเกลือ นอกจากนี้แผลในช่องปากก็ต้องใช้น้ำเกลือกลั้วปาก

ส่วนอาหารผู้ป่วยสามารถรับประทานได้ทุกชนิดแต่ต้องเป็นอาหารอ่อน รสไม่จัด ส่วนดอกไม้สดที่แฟนคลับส่งมาเยี่ยม ต้องขอให้เอาไว้นอกห้อง ส่วนเพื่อนฝูงและแฟนคลับต้องขอความร่วมมือไม่นำเชื้อโรคเข้าไปเยี่ยมในห้อง ใครไม่สบายอย่าเพิ่งเข้าเยี่ยมจะดีกว่า

"วินัย ไกรบุตร" เปิดใจครั้งแรกกับอาการป่วยตุ่มน้ำพอง

นายหัฒศนัย ไกรบุตร หรือ เมฆ วินัย ระบุว่า เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ต้องสัมภาษณ์แบบนี้ ไม่เคยคิดว่าโรคนี้จะมาเจอกับตัว เท่าที่ฟังผู้ป่วยบางคนต้องใช้เวลารักษา 8 ปี 3 ปี หรือ 2 ปี ซึ่งมันนานมาก

ผมไม่ได้รู้สึกดีใจ นึกสภาพว่าคนเคยแข็งแรง อยู่ๆ ตื่นมาตี 2 ทุกวัน 2 เดือนเต็ม มายืนแก้ผ้าที่หน้ากระจก แล้วยืนดูตัวเอง มันโหดร้ายมาก ที่ต้องมายืนดูตัวเองเกือบ 2 เดือน อยากจะฝากคนไทย หมอที่มีความรู้ ไม่อยากให้คนไทยต้องทนเป็นปี เป็นเดือน ขอแค่ 7-8 วันก็พอ


เมฆ วินัย ยังระบุว่า ขอโทษทีมงานละครที่ทำให้ถ่ายทำงานไม่เสร็จ ถ้าไปไหวในวันที่ 11 ก.ค.นี้ ก็อยากจะไปร่วมแสดงด้วย เพราะเรื่องนี้คือเรื่องใหญ่สำหรับตัวเอง และขอโทษนักแสดงทุกคนจริงๆ

อีกเรื่องที่สำคัญมาก ในระหว่างที่นอนโรงพยาบาล มีแฟนคลับ รวมพลคนรักเมฆ ส่งกำลังใจมามากมาย ไม่เคยคิดว่าตัวเองมีแฟนคลับ เพราะแก่แล้ว แต่กลับมีแฟนคลับมาเยี่ยมและให้กำลังใจมากมาย รวมถึงคนที่ช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการรักษาจำนวนมาก และแนะนำวิธีรักษา และขอบคุณสภากาชาดไทยและทีมแพทย์ทุกคนดูแลอย่างดี

ย้อนไทม์ไลน์เคยมีอาการส่งสัญญาณมาก่อน

วันที่ 1 เม.ย.ที่ผ่านมา หลังกลับจากถ่ายละคร เริ่มมีอาการคันที่ฝ่ามือ แล้วขึ้นมาเป็นวงเป็นตุ่มเล็กๆ คันมากและเกาจนเจ็บมือ นอนไม่หลับ หลังจากนั้นเมื่อตื่นเช้าจึงไปพบแพทย์ โดยแพทย์ได้ทำการฉีดยาจนตุ่มหายไป จึงคิดว่าหายดีแล้ว แต่กลับเกิดอาการคล้ายกันอีก จนต้องไปฉีดยา 10 ครั้ง แต่เริ่มคิดว่าไม่ใช่เรื่องปกติแล้ว

กระทั่งถึงเดือน มิ.ย.ก็เกิดอาการเช่นเดียวกันขึ้นอีก แต่ครั้งนี้ไม่ได้ไปพบแพทย์และปล่อยให้ตุ่มขึ้นเรื่อยๆ สุดท้ายตุ่มและผื่นก็เริ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

เหมือนกับระเบิด มันขึ้นที่คอ หัว แขน ขา ในหู ในปาก ใต้ฝ่าเท้า ขึ้นหมด ที่เดียวที่ไม่ขึ้น คือ อวัยวะเพศ ตอนนั้นช็อกจนต้องไปโรงพยาบาลตอนตี 2 จากนั้นก็ได้คุยกับคุณหมอ คุณหมอบอกว่ามียาที่จุฬา เลยตัดสินใจมา

 

กลับขึ้นด้านบน