สลด! สิ้นใจแล้ว "ว่าที่บัณฑิต" บิ๊กไบค์ชนบนทางม้าลาย

สลด! สิ้นใจแล้ว "ว่าที่บัณฑิต" บิ๊กไบค์ชนบนทางม้าลาย

สลด! สิ้นใจแล้ว "ว่าที่บัณฑิต" บิ๊กไบค์ชนบนทางม้าลาย

รูปข่าว : สลด! สิ้นใจแล้ว "ว่าที่บัณฑิต" บิ๊กไบค์ชนบนทางม้าลาย

เปิดใจญาติ "ลิ้นจี่" ว่าที่บัณฑิตถูกรถบิ๊กไบค์ชนเสียชีวิต ขณะข้ามทางม้าลาย ระบุ ชีวิตคนทั้งคนไม่ควรต้องมาเสี่ยงกับเรื่องเช่นนี้ หลังผู้ก่อเหตุปัดรับผิดชอบ พร้อมขอให้หาหลักฐานมายืนยัน

หลังสื่อสังคมออนไลน์ มีการเผยแพร่กรณี น.ส.วิลาวัณย์ พุ่มมาลา หรือ ลิ้นจี่ ว่าที่บัณฑิต ถูกรถบิ๊กไบค์ขับชนขณะข้ามทางม้าลายเพื่อไปทำงานเป็นวันแรก ทำให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส ล่าสุด น.ส.วิลาวัณย์ เสียชีวิตเมื่อวันที่ 6 ก.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 23.00 น. 

ไทยพีบีเอสออนไลน์ติดต่อไปยังญาติของ น.ส.วิลาวัณย์ เพื่อสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น โดยนายทรงพล  ทัพเส็ง ญาติของผู้เสียชีวิต เล่าว่า ในวันเกิดเหตุเมื่อที่ 1 ก.ค.ที่ผ่านมา ช่วงประมาณ 07.00 น. น.ส.วิลาวัณย์ ลงจากรถเมล์บริเวณแยกกรมโยธาและผังเมือง ถ.พระราม 9 เพื่อไปทำงานเป็นวันแรก 

ภาพ : เฟซบุ๊ก ทรงภพ สรรเพชร

ภาพ : เฟซบุ๊ก ทรงภพ สรรเพชร


ขณะที่กำลังเดินข้ามทางม้าลาย ได้มีรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์พุ่งชนจนทำให้  น.ส.วิลาวัณย์ ได้รับบาดเจ็บและหมดสติไป โดยพ่อแม่ของผู้เสียหายได้เข้าแจ้งความที่ สน.มักกะสัน หลังจากผู้ก่อเหตุปฏิเสธความรับผิดชอบ พร้อมบอกให้หาหลักฐานมายืนยันว่าตนเป็นผู้กระทำผิดจริง ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างการสืบพยานและหาหลักฐาน เนื่องจากกล้องวงจรปิดของ สน.มักกะสัน ไม่สามารถมองเห็นบริเวณจุดเกิดเหตุได้ จึงต้องเร่งหากล้องวงจรปิดจากหน่วยงานอื่นบริเวณนั้น

สำหรับอาการของ น.ส.วิลาวัณย์ นั้น หลังจากเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลก็มีการอาเจียนต่อเนื่อง ทำให้ต้องเข้ารับการเอกซเรย์ ซึ่งพบว่า มีอาการขาหัก 5 ท่อน หัวไหล่ขวาหลุด แขนหัก และมีเลือดคั่งในสมอง ทีมแพทย์ได้ทำการผ่าเลือดคั่งออก หลังจากนั้น น.ส.วิลาวัณย์ ก็กลายเป็นเจ้าหญิงนิทรา และมีอาการสมองตายในช่วงวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ก่อนจะจากไปเมื่อช่วงค่ำวานนี้

7 วันที่โรงพยาบาล ไร้เงาคนขับบิ๊กไบค์

นายทรงพล ระบุว่า ในวันแรกที่เข้าโรงพยาบาล ผู้ก่อเหตุได้เข้ารักษาเพื่อทำแผลที่โรงพยาบาลเดียวกันกับผู้เสียชีวิต แต่ไม่ได้มีการขอเข้าเยี่ยม น.ส.วิลาวัณย์ และไม่มีการกล่าวคำขอโทษใดๆ โดยจากวันนั้นจนถึงวันนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากผู้ก่อเหตุอีกเลย

ผมติดตามข่าว เห็นมีคนไปตามเขาที่บ้าน แต่พี่สาวออกมาพูดแทนว่า น้องก้มดูโทรศัพท์ตอนติดไฟแดง พอไฟเขียวก็เลยออกตัวไปเลย เงยหน้าขึ้นมาอีกทีก็ชนแล้ว

ญาติของ น.ส.วิลาวัณย์ ย้ำว่า ทางครอบครัวไม่ได้ต้องการให้มีเรื่องมีราวแต่ผู้ก่อเหตุไม่ได้แสดงความรู้สึกผิดใดๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่ง น.ส.วิลาวัณย์ เป็นลูกคนโตของครอบครัว มีน้องสาวอีกหนึ่งคนที่กำลังเรียน ปวช.อยู่ ทำให้ น.ส.วิลาวัณ์มีความหวังของครอบครัว 

เขาเป็นเด็กดีมาก เรียนดี กิจกรรมก็ดี ใครมีอะไรให้ช่วยเหลือ เขาก็ช่วยตลอด เขาเกิดมาเพื่อเป็นคนดีจริงๆ มันไม่ยุติธรรมเลย ที่เขาต้องมาเจออะไรแบบนี้ เขากำลังจะเริ่มชีวิตในวัยทำงานแล้วแท้ๆ

ทั้งนี้ นายทรงพล ทิ้งท้ายกับไทยพีบีเอสว่า อยากจะฝากถึงผู้ขับขี่รถทุกคน หากต้องการเล่นโทรศัพท์มือถือขอให้จอดรถเพื่อทำธุระให้เรียบร้อย เพราะชีวิตคนทั้งคนไม่ควรต้องมาเสี่ยงกับเรื่องเช่นนี้ การประมาท 1 วินาที แต่ทำลายชีวิตคน 1 คนได้

ขณะที่วันนี้ครอบครัวได้นำร่าง น.ส.วิลาวัณย์ กลับไปยังบ้าน บ้านวัดกาไสย์ ต.ทางพระ อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง โดยพิธีรดน้ำศพจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้ เวลา 16.00 น.

 

กลับขึ้นด้านบน