ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ กทม.ขึ้นค่าจัดเก็บ-กำจัดขยะเป็น 80 บาทต่อเดือน

ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ กทม.ขึ้นค่าจัดเก็บ-กำจัดขยะเป็น 80 บาทต่อเดือน

ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ กทม.ขึ้นค่าจัดเก็บ-กำจัดขยะเป็น 80 บาทต่อเดือน

รูปข่าว : ดีเดย์ 1 ต.ค.นี้ กทม.ขึ้นค่าจัดเก็บ-กำจัดขยะเป็น 80 บาทต่อเดือน

กทม.ขึ้นค่าธรรมเนียมจัดเก็บและกำจัดขยะ เริ่มต้น 80 บาทต่อเดือน และเก็บเพิ่มในอัตราก้าวหน้าตามปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ตั้งแต่ 1 ต.ค.นี้ เป็นต้นไป หลังแบกรับภาระในการเก็บและกำจัดขยะปีละ 6,500 ล้านบาท แต่มีรายได้จัดเก็บเพียงปีละ 500 ล้านบาท

วันที่ 5 ก.ค.2562 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ ประกาศข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ค่าธรรมเนียมการให้บริการในการจัดการสิ่งปฏิกูล หรือมูลฝอยตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข พ.ศ.2562 กำหนดให้ใช้อัตราค่าจัดเก็บและขนสิ่งปฏิกูลโดยมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2562 เป็นต้นไป ดังนี้

สำหรับค่าธรรมเนียมเก็บขนขยะและกำจัดขยะใหม่ กรณีที่มีวันหนึ่งไม่เกิน 20 ลิตร ค่าเก็บขน 40 บาท/เดือน (เดิม 20 บาท/เดือน) เพิ่มค่ากำจัด 40 บาท/เดือน รวมเป็น 80 บาทต่อเดือน

นอกจากนี้ ยังแบ่งแยกอัตราค่าจัดเก็บแต่ละประเภทในอัตราก้าวหน้า ตามปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น ดั้งนี้

กรณีที่วันหนึ่งเกิน 20 ลิตร แต่ไม่เกิน 500 ลิตร (คิดเป็นหน่วยทุก ๆ 20 ลิตร) เช่น มีปริมาณมูลฝอย 40 ลิตร/วัน จะคิดเป็น 2 หน่วย จะคิดค่าเก็บขนหน่วยละ 65 บาท (เดิมหน่วยละ 40 บาท) และค่ากำจัดหน่วยละ 70 บาท เท่ากับเริ่มที่ 135 บาท/เดือน

กรณีวันหนึ่งเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร ค่าเก็บขน 2,450 บาท/เดือน (เดิม 2,000 บาท/เดือน) และค่ากำจัด 2,650บาท/เดือน เท่ากับเริ่มที่ 5,100 บาท/เดือน

กรณีวันหนึ่งเกิน 1 ลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นหน่วยทุกๆ 1 ลูกบาศก์เมตร) ค่าเก็บขนหน่วยละ 3,250 บาท (เดิมหน่วยละ 2,000 บาท) และค่ากำจัดหน่วยละ 3,500 บาท เท่ากับเริ่มที่ 6,750 บาท/เดือน

ส่วนการจัดเก็บขยะเป็นครั้งคราวกำหนดให้กรณีไม่เกิน 500 ลิตร ค่าเก็บขนครั้งละ 125 บาท (เดิมครั้งละ 150 บาท) และค่ากำจัดครั้งละ 130 บาทกรณีเกิน 500 ลิตร แต่ไม่เกิน 1 ลูกบาศก์เมตร ค่าเก็บขนครั้งละ 180 บาท (เดิมครั้งละ 150 บาท) และค่ากำจัดครั้งละ 190 บาทกรณีเกิน 1 ลูกบาศก์เมตร (คิดเป็นหน่วยทุกๆ 1ลูกบาศก์เมตร) ค่าเก็บขนหน่วยละ 245 บาท (เดิมหน่วยละ 150 บาท) ค่ากำจัดหน่วยละ 250 บาท

 

 

ก่อนหน้านี้ ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติผ่านข้อบัญญัติดังกล่าว โดยให้เหตุผลว่า กรุงเทพมหานครแบกรับภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นมาตลอด 16 ปี ซึ่งที่ผ่านมากรุงเทพมหานครเก็บค่าจัดเก็บขยะแบบเหมาะรวม ไม่แบ่งแยกปริมาณและประเภทขยะ ในแต่ละปีมีรายได้จากการจัดเก็บได้ประมาณ 500 ล้านบาท แต่ต้นทุนในการเก็บและกำจัดขยะสูงถึง 6,500 ล้านบาทต่อปี

ทั้งนี้ เมื่อจัดเก็บในอัตราใหม่แล้ว คาดว่าจะมีรายได้จากการจัดเก็บเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 ล้านบาทต่อปี แต่ยังไม่เพียงพอต่อต้นทุน โดยหวังว่าประชาชนจะตระหนักถึงปัญหาปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้น และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน โดยช่วยกันลดขยะ

กลับขึ้นด้านบน