รร.วัดสุทธิฯ แจ้งคืนเงินค่าอุปกรณ์การเรียน-กระเป๋านักเรียน

รร.วัดสุทธิฯ แจ้งคืนเงินค่าอุปกรณ์การเรียน-กระเป๋านักเรียน

รร.วัดสุทธิฯ แจ้งคืนเงินค่าอุปกรณ์การเรียน-กระเป๋านักเรียน

รูปข่าว : รร.วัดสุทธิฯ แจ้งคืนเงินค่าอุปกรณ์การเรียน-กระเป๋านักเรียน

ศิษย์เก่าและนักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวราราม เคลื่อนไหวเรียกร้องให้ ผอ.โรงเรียนชี้แจงกรณีคูปองแลกอุปกรณ์การเรียนและกระเป๋าไม่มีคุณภาพ ด้าน ผอ.ยังเงียบ

วันนี้ (8 ก.ค.62) ศิษย์เก่าโรงเรียนวัดสุทธิวราราม เปิดให้นักเรียนลงรายชื่อเพื่อตรวจสอบการทำงานของนายอารีย์ วีระเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดสุทธิวราราม หลังครบกำหนด 3 วัน ตามที่เรียกร้องให้ชี้แจง เพราะตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการบริหารงาน กรณีคูปอง เงินอุดหนุนอุปกรณ์การเรียนให้แก่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น คนละ 210 บาท และมัธยมศึกษาตอนปลาย 230 บาทแทนเงินสด แล้วต้องซื้ออุปกรณ์การเรียนภายในโรงเรียนเท่านั้น แต่คุณภาพของสินค้าไม่เหมาะสมกับมูลค่าคูปอง มีการปรับขึ้นราคากระเป๋านักเรียนจาก 300 เป็น 350 บาท แต่กลับมีคุณภาพต่ำลง และปัญหาคูปองในโรงอาหารและปัญหางบประมาณการจัดสอนพิเศษเพื่อสอบโอเน็ต

น.ส.วาริน ชูดำ ผู้ปกครองนักเรียนชั้น ม.6 ระบุว่า ที่ผ่านมาจะโรงเรียนจะให้เงินสดแก่นักเรียนไปซื้ออุปกรณ์การเรียนแล้วนำใบเสร็จมาให้โรงเรียน โดย ม.ต้น ได้รับเงิน 210 บาท ส่วน ม.ปลาย 230 บาท แต่ภาคเรียนนี้กลับมีการเปลี่ยนเป็นคูปองไม่มีแจ้งผู้ปกครองล่วงหน้า และต้องให้ผู้ปกครองเซ็นรับทันทีตามเวลาที่กำหนด

เมื่อช่วงเช้าโรงเรียนได้แจ้งผ่านกลุ่มไลน์ผู้ปกครองว่าจะคืนเงินค่าอุปกรณ์การเรียนและกระเป๋านักเรียน ในวันประชุมผู้ปกครอง ส.ค.นี้

ด้าน นายชิติพัทธ์ พุ่มมั่น คณะกรรมการนักเรียนโรงเรียนวัดสุทธิวราราม กล่าวว่า เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาผู้อำนวยการโรงเรียนได้เรียกตัวแทนนักเรียนไปพบ เพื่อให้หยุดการเคลื่อนไหวตรวจสอบผู้อำนวยการโรงเรียน และก่อนเคารพธงชาติ ครูประกาศว่าให้ครูที่ปรึกษามารับหนังสือเพื่อแจ้งผู้ปกครองในการรับเงินคืนค่าคูปองอุปกรณ์การเรียน และวันที่ 9 ก.ค.นี้ ให้มารับเงินค่าอุปกรณ์การเรียนเพื่อนำไปแจกนักเรียน และให้นักเรียนนำอุปกรณ์การเรียนมาคืน ในวันที่ 15 ส.ค.นี้ ส่วนการคืนเงินค่ากระเป๋านักเรียนให้นักเรียนมาติดต่อคืนได้ที่ฝ่ายบริหาร โดยจะได้เงินคืน 350 บาททันที ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 15 ส.ค.

ขณะที่ในวันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) ศิษย์เก่าจะยื่นหนังสือถึงสำนักปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติให้ตรวจสอบผู้อำนวยการโรงเรียนต่อไป

 

กลับขึ้นด้านบน