"สุภิญญา" อัดมติกสทช.ให้คลังกู้1.4หมื่นล้าน ชี้ขัดหลักธรรมาภิบาล

"สุภิญญา" อัดมติกสทช.ให้คลังกู้1.4หมื่นล้าน ชี้ขัดหลักธรรมาภิบาล

"สุภิญญา" อัดมติกสทช.ให้คลังกู้1.4หมื่นล้าน ชี้ขัดหลักธรรมาภิบาล

รูปข่าว : "สุภิญญา" อัดมติกสทช.ให้คลังกู้1.4หมื่นล้าน ชี้ขัดหลักธรรมาภิบาล

 "สุภิญญา กลางณรงค์" กรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์วิจารณ์มติ กสทช.จะให้กระทรวงการคลังกู้เงินจำนวน 14,300 ล้านบาทเพื่อนำไปพัฒนาโครงการระบบบริหารจัดการน้ำและระบบขนส่งมวลชน ชี้ขัดเจตนารมณ์กองทุนวิจัยฯ กสทช.และขัดหลักธรรมาภิบาลการเงิน

วันนี้ (17 มิ.ย.2558) คณะกรรมการ กสทช.ได้มีมติ 9 ต่อ 1 เสียง เห็นชอบให้กระทรวงการคลังยืมเงิน 14,300 ล้านบาท จากกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.)  ตามมติคณะรัฐมนตรี วันที่ 26 พ.ค.2558 เพื่อนำไปใช้แทนเงินกู้บางส่วนสำหรับโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน ซึ่ง น.ส.สุภิญญาเป็นเสียงเดียวที่ไม่เห็นชอบให้กู้เงิน โดยให้เหตุผลว่ายังไม่มีข้อมูลเพียงพอประกอบการตัดสินใจ เพราะเป็นการใช้เงินของสาธารณะ

ต่อมา น.ส.สุภิญญา ได้โพสต์ข้อความในทวิตเตอร์อธิบายเหตุผลเพิ่มเติมที่ตนไม่เห็นด้วยที่จะนำเงินของ กทปส.ไปใช้ในโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดังกล่าว พร้อมกับวิพากษ์วิจารณ์กระบวนการตัดสินใจของบอร์ดกสทช.อย่างรุนแรง พร้อมกับอธิบายว่า เหตุที่ยังไม่สามารถนำเงิน กทปส.ไปพัฒนาบรอดแบนด์เพื่อให้คนชนบทเข้าถึงอินเทอร์เน็ตตามเจตนารมณ์ของกองทุนก็เพราะคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ไม่อนุมัติ เมื่อเงินจำนวนนี้ไม่ได้ใช้ จึงเปิดช่องให้กระทรวงการคลังมาขอกู้ไป

มติบอร์ดใหญ่เรื่องเห็นชอบให้คลังขอกู้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนาฯกสทช.(กทปส.) ไปพัฒนาระบบน้ำและขนส่งวันนี้เสียงไม่แตกมาก แต่ไม่เอกฉันท์ 9:1 กลับบ้านมาพักใจ เป็น 1 เสียงโดดเดี่ยว สวนกระแสสังคม แต่พิจารณาเห็นชอบให้ไม่ได้จริงๆ ค่ะ ด้วยเหตุผลคือขัดเจตนารมณ์กองทุน กสทช.และธรรมาภิบาลใช้งบ ขนาดงบประมาณ กสทช.เอง 3-4 พันล้าน ไม่มีรายละเอียดการใช้งบชัดเจน ดิฉันยังไม่โหวตให้ผ่านเลย แต่นี่งบ 14,000 ล้านบาท ไม่มีเอกสารโครงการสักหน้า ยอมรับว่าแม้จะทำใจได้ระดับหนึ่งแล้ว แต่ดิฉันไม่เข้าใจระบบการทำงานของราชการไทยจริงๆ บางเรื่องมันก็ดูง่ายเสียจนไม่มีหลักยึดอะไรเลย ดิฉันถาม สนง. กสทช.ว่ารายละเอียดโครงการน้ำและขนส่งเป็นอย่างไรบ้าง สนง.บอกเราไม่จำเป็นต้องสนใจ เพราะ ครม.เขาเห็นชอบมาแล้ว ... จริงหรือ?

"ดิฉันคิดว่าเรื่องนี้สะท้อนภาพการทำงานของระบบราชการในประเทศนี้ คงไม่ใช่เป็นปัญหาของ กสทช.ที่เดียว แต่เป็นธรรมภิบาลของระบบที่เบาหวิว เงินกองทุนวิจัยและพัฒนาฯเป็นเงินแยกออกมาอีกก้อนที่ภาคเอกชนต้องจ่ายเพิ่มเพื่อกลับมาพัฒนาวงการสื่อสาร แยกจากเงินประมูลคลื่นที่เข้าคลังไปแล้ว ผู้รับใบอนุญาตฯ ต้องจ่ายเงินให้รัฐ3ก้อน 1.เงินค่าประมูลคลื่นเข้าคลัง 2.เงินค่าธรรมเนียมใบอนุญาตเข้า สนง.กสทช. 3.เงินกองทุนเพื่อพัฒนาสื่อสาร เงินที่คลังมาขอกู้ กสทช. คือเงินก้อนที่ 3 ภายใต้ชื่อว่า กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และ กิจการโทรคมนาคม (กทปส.) เงินกองทุนวิจัยและพัฒนาสื่อสาร กสทช. หรือ กทปส.ก้อนที่คลังขอกู้ มาจากเงิน USO ที่จะใช้สนับสนุนโครงสร้างบรอดแบนด์ให้คนชนบทเข้าถึงอินเทอร์เน็ต เงินกองทุน กสทช.ที่ควรต้องใช้ส่งเสริมให้คนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารบนถนนสารสนเทศในยุคดิจิทัล กลายมาเป็นส่งเสริมการเข้าถึงถนน

จริงๆ ถ้าจะส่งเสริมการเข้าถึงถนนเพิ่มขึ้น ไปเก็บค่าธรรมเนียมจากคนที่ใช้รถยนต์มากจะตรงกว่ามาเก็บค่าธรรมเนียมที่จ่ายมาจากคนใช้มือถือหรือไม่? พรบ.กสทช.เขามีที่มาที่ไป ว่าทำไมเขาถึงต้องเก็บเงินจากคนทำทีวีและบริษัทมือถือเพิ่มอีกก้อนมาเข้ากองทุน USO ไม่ใช่ว่่าจะมาใช้ทำอะไรก็ได้ ถ้าจะกู้เงินไปพัฒนาระบบขนส่ง สมัยเมื่อดิฉันยังเป็นนักศึกษาออกค่ายพัฒนาชนบท จะพอเข้าใจได้ แต่ยุคนี้ กองทุน กสทช.ควรไปพัฒนาถนนสู่สารสนเทศแล้ว
  
"ถ้ากองทุน กทปส. เหลือจากการส่งเสริมพัฒนาบรอดแบนด์ในชนบททั่วถึงแล้ว รัฐจะขอไปทำโครงการพัฒนาอื่นๆที่ไม่เกี่ยว ยังพออนุโลมได้ ไม่ได้บอกว่ารัฐไม่ควรพัฒนาระบบขนส่ง (ซึ่งยังไม่เห็นรายละเอียดโครงการว่าคืออะไร) แต่ไม่ควรใช้กองทุน กทปส. (กสทช.) เพราะขัดเจตนารมณ์ต้นฉบับ

"ส่วนโครงการจัดการน้ำ ดิฉันไม่แน่ใจว่าใช่โครงการเดียวกับที่กลุ่มเอ็นจีโอด้านสิ่งแวดล้อมเคยวิจารณ์หรือไม่ เพราะยังไม่เห็นรายละเอียดโครงการเลย ก่อนนี้ที่ ครม.อนุมัติโครงการจัดการน้ำ ไม่เกี่ยวกับดิฉันนัก แต่ตอนนี้มากู้เงินกองทุน กสทช. คงต้องหาข้อมูลว่าจะนำไปทำอะไร กระทบชาวบ้านไหม" น.ส.สุภิญญาระบุพร้อมกับข้อให้ผู้ที่มีข้อมูล รายละเอียดโครงการจัดการน้ำและระบบขนส่งที่ ครม.ขอกู้เงิน กสทช.จากกองทุน กทปส.ให้ช่วยส่งให้ตนด้วย

"หลังมีประกาศ คสช. ถ้า กสทช.จะใช้เงินกองทุนฯเพื่อแจกกล่องทีวีดิจิตอลหรือทำโครงการ USO โทรคมนาคมสู่ชนบท ก็ต้องขอความเห็นชอบ คสช.ก่อนอยู่แล้ว เมื่อ กสทช.ใช้เงินกองทุนฯ ดังกล่าวไม่ได้ เพราะต้องให้ คสช.เห็นชอบก่อน เงินจึงว่างๆ อยู่ ทำให้คลังมาขอกู้ไปทำโครงการจัดการน้ำและระบบขนส่ง สรุป ถึงคลังไม่มากู้ยืมไปใช้ทำระบบน้ำ-ถนน กสทช.ก็ยังใช้เงินกองทุนฯ ไปส่งเสริมการพัฒนาบรอดแบนด์ชนบทไม่ได้อยู่ดี ถ้า คสช.ยังไม่อนุมัติ การชะลอการใช้เงินกองทุนฯ เพื่อตรวจสอบไม่เป็นไร แต่การให้เห็นชอบโครงการใหม่หมื่นกว่าล้าน ก็ควรยึดหลักธรรมาภิบาลการใช้งบระมาณด้วย

สำนักงาน กสทช.บอกว่าวันนี้ขออนุมัติหลักการและกรอบงบประมาณหมื่นกว่าล้านก่อน ส่วนตัวสัญญาเงินกู้และระยะเวลาคืนเงินยังไม่มีรายละเอียด ต้องส่งมาอีกที บอร์ด กสทช.เพิ่งได้รับเอกสารวาระขอกู้เงินเมื่อวานนี้ (16 มิ.ย.) มีแต่ข้อมูลตัวเลขเงินที่มีและจำนวนเงินที่ขอกู้ แต่ไม่มีรายละเอียดโครงการให้พิจารณา สำนักงาน กสทช.ให้เหตุผลว่า โครงการผ่าน ครม. สำนักงบประมาณ และบอร์ดกองทุน กทปส.มาแล้ว บอร์ด กสทช.มีหน้าที่เพียงเห็นชอบหรือไม่ ดิฉันจึงไม่เห็นชอบ

การกู้เงินอ้างประกาศ คสช.ฉบับที่ 80 แก้ไขมาตรา 52 เพิ่มเติมให้กระทรวงการคลังขอยืมได้ ดังนั้นในแง่ขัดกฎหมายหรือไม่ ถ้าอ้างประกาศ คสช.ซึ่งเป็นกฎของรัฏฐาธิปัตย์ก็คงไม่ผิดกระมัง แต่ในแง่เจตนารมณ์และธรรมาภิบาลการเงินก็อีกเรื่อง

เหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมาว่าทำไมจึงลงมติไม่เห็นชอบ ดิฉันจะทำบันทึกเปิดเผยความเห็นอยู่ในรายงานการประชุมต่อไป อ่านได้หน้าเว็บ กสทช." น.ส.สุภิญญากล่าว และทิ้งท้ายว่าตนทราบดีว่าการแสดงจุดยืนผ่านทางทวิตเตอร์ในครั้งนี้จะต้องเจอแรงเสียดทานอีก แต่ยืนยันว่าได้ใช้ดุลยพินิจด้วยความรอบคอบที่สุดแล้ว


กลับขึ้นด้านบน