ผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งสอบ "กำนัน" เอี่ยวขยะพิษ

ผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งสอบ "กำนัน" เอี่ยวขยะพิษ

ผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งสอบ "กำนัน" เอี่ยวขยะพิษ

รูปข่าว : ผู้ว่าฯ สระแก้ว สั่งสอบ "กำนัน" เอี่ยวขยะพิษ

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง พบกำนันคนหนึ่งในอำเภอวังน้ำเย็น อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอุตสาหกรรม ในเขตป่าจังหวัดสระแก้ว เพราะมีข้อมูลการขอเลขที่บ้าน และสร้างเพิงพักแยกขยะในพื้นที่ที่ไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์ได้

วันนี้ (11 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝ่ายปกครองอยู่ระหว่างการตรวจสอบเพื่อยกเลิกทะเบียนบ้าน ที่มีผู้ขอใช้ก่อสร้างอาคาร แต่กลับสร้างเพียงเพิงพักสำหรับใช้คัดแยกขยะ ทั้งที่อยู่ในพื้นที่ซึ่งไม่สามารถออกเอกสารสิทธิ์เพื่อครอบครองได้ จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ที่ยื่นขอเลขที่บ้านเป็นกำนันคนหนึ่งในอำเภอวังน้ำเย็น

 

น.ส.มาลัย ปาระบับ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านหนองแก ต.ตาหลังใน อ.วังน้ำเย็น จ.สระแก้ว กล่าวว่า กำนันในอำเภอวังน้ำเย็น เคยแจ้งว่า จะขอเลขที่บ้านเพื่อขอใช้ไฟฟ้า และจะมีขยะมาคัดแยก

กำนันเคยบอกว่า เป็นขยะรถยนต์ เพื่อเอามาคัดแยก ไม่เคยบอกว่าเป็นขยะอิเล็กทรอนิกส์

ล่าสุด ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว สั่งให้ตรวจสอบรายละเอียด หากพบว่าไม่ถูกต้องจะให้ฝ่ายปกครองอำเภอวังน้ำเย็น แจ้งความดำเนินคดีผู้ขอ ฐานให้ข้อมูลอันเป็นเท็จ พร้อมทั้งให้ตรวจสอบด้วยว่ากำนันคนนี้ มีส่วนเกี่ยวข้องกับการนำขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอุตสาหกรรม เข้ามาคัดแยกครั้งนี้หรือไม่ ซึ่งหากพบว่าเกี่ยวข้องให้ดำเนินคดี

 

ส่วนเจ้าหน้าที่อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ตรวจสอบภายในบริษัท ซันเทคเมทัลส์ จำกัด ซึ่งประกอบกิจการผลิตเศษเหล็กตัดย่อย ตำบลบ่อวิน อำเภอศรีราชา หลังนายบุญยืน น้อยเจริญ ซึ่งรับเป็นเจ้าของขยะที่นำมาคัดแยกในป่าอนุรักษ์ในจังหวัดสระแก้ว อ้างว่ารับซื้อขยะมาจากบริษัทแห่งนี้

พบวัสดุที่ใช้แล้ว มีลักษณะที่ตรงกับที่พบในจังหวัดสระแก้ว จำนวนหนึ่งถูกเก็บไว้ภายใน และเมื่อตรวจเอกสารพบบันทึกการขนย้ายวัสดุใช้แล้วออกจากโรงงานรวม 159 ตัน ทั้งที่ยังไม่ได้ขออนุญาตจากอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ซึ่งจะมีการแจ้งความดำเนินคดีในเร็ว ๆ นี้

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุข อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านหนองแก ตำบลตาหลังใน 22 ครอบครัว ที่มีบ้านอยู่ในรัศมี 500 เมตร บริเวณรอบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์และขยะอุตสาหกรรมหนักกว่า 300 ตัน ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์เขาซับพลู-เขาภูหีบ ไม่ให้เข้าใกล้กองขยะดังกล่าวในรัศมี 80 เมตร เพราะเกรงจะได้รับอันตรายจากสารพิษ

แจ้งข้อหา บ.ซันเทคฯ ขนขยะทิ้งไม่ได้รับอนุญาต

นายธาดา สุนทรพันธุ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ กนอ. ยืนยันว่า หลังตรวจสอบโรงงานของบริษัท ซันเทคเมทัลล์ จำกัด จังหวัดชลบุรี พบว่าวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและสิ่งปฎิกูลที่พบภายในโรงงานเป็นชนิดเดียวกับที่พบในป่าอนุรักษ์ ตำบลตาหลังใน อำเภอวังน้ำเย็น จังหวัดสระแก้ว และมีการนำวัสดุเหล่านี้ออกจากโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน เบื้องต้นจึงสั่งปิดปรับปรุงโรงงานเป็นการชั่วคราว 30 วัน

ส่วนกรณีมีเอกสารยืนยันว่า โรงงานซันเทคเมทัลล์ ได้ยื่นขออนุญาตผ่านระบบออนไลน์เพื่อนำวัสดุ 1,000 ตัน ออกจากโรงงาน ระบุปลายทางที่รับคือ โรงงานอริสา รีไซเคิล จำกัด จังหวัดระยอง นั้น

นายทองชัย ชวลิตพิเชฐ อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม ระบุว่า อุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี ได้อนุญาตให้โรงงานซันเทคเมทัลล์ นำพลาสติกออกจากโรงงานจริง แต่ไม่ได้อนุญาตให้นำสิ่งปฎิกูลตามที่เป็นข่าวออกจากโรงงาน และกรณีนี้อุตสาหกรรมจังหวัดระยอง ยังไม่มีการอนุญาตรับของจากโรงงานต้นทาง กระบวนการอนุญาตจึงถือว่ายังไม่สมบูรณ์ โรงงานซันเทคเมทัลล์ จึงมีความผิดตาม พ.ร.บ.โรงงาน มาตรา 8 (5) และให้สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดชลบุรี เป็นผู้แจ้งความดำเนินคดี

 

ส่วนจะมีการตั้งข้อหาครอบครองวัตถุอันตรายกับบริษัท ซันเทคเมทัลล์ จำกัด เพิ่มอีกหรือไม่ ต้องรอผลตรวจวิเคราะห์ คาดใช้เวลาภายใน 2 สัปดาห์ ซึ่งกากส่วนใหญ่เป็นพลาสติก ฟองน้ำมีสีดำ เศษโลหะ และแผงวงจร หากมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โรงงานซันเทคเมทัลล์ ต้องเป็นผู้รับผิดชอบฟื้นฟูสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้ก่อให้เกิดมลพิษและต้องรับผิดชอบจัดการนำของกลางทั้งหมดออกจากพื้นที่

และหากพบว่ายังกระทำผิดซ้ำ ส่งผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรงก็มีโอกาสจะถูกสั่งปิดโรงงานถาวร

ส่วนโรงงานอริสา รีไซเคิล จำกัด ขณะนี้มีความผิดก่อตั้งโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต และบุกรุกพื้นที่

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ขยายผลเส้นทาง "ขยะพิษ" จากระยองสู่สระแก้ว

แกะรอยใบเบิกทางขยะพิษ จ.สระแก้ว

 

กลับขึ้นด้านบน