ครม.สายล่อฟ้า ฝ่ายค้านแห่ "จองกฐิน"

ครม.สายล่อฟ้า ฝ่ายค้านแห่ "จองกฐิน"

ครม.สายล่อฟ้า ฝ่ายค้านแห่ "จองกฐิน"

รูปข่าว : ครม.สายล่อฟ้า ฝ่ายค้านแห่ "จองกฐิน"

ครม.ประยุทธ์ 2/1 กลายเป็นสายล่อฟ้า ดึงดูดคำวิจารณ์จากฝ่ายค้านและสังคม ไม่ทันทำงานก็ถูกทยอยขุดค้นประวัติและคดีความในอดีต สิ่งที่น่ากังวลของรัฐบาลชุดนี้ คือการทำงานของรัฐมนตรีจากหลายพรรคและมีนโยบายต่างกัน อีกทั้งต้องรับมือข้าราชการเจ้าถิ่น

ครม.ชุดใหม่ เป็นเหมือนสายล่อฟ้า เพราะถูกกระแสวิพากษ์วิจารณ์ตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มงาน เริ่มจากกลุ่ม 7 รัฐมนตรี ที่มาจากรัฐบาล คสช. ที่ถูกเปรียบเทียบว่าเป็น "เหล้าเก่าในขวดใหม่" และโจมตีว่าใช้กลไกของรัฐธรรมนูญและการเลือกตั้งเพื่อสืบทอดอำนาจ ซึ่งฝ่ายค้านจองกฐินเตรียมอภิปราย-ตรวจสอบคุณสมบัติ

ตั้งแต่มี 7 รายชื่อ อยู่ในโผ ครม. โดยเฉพาะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ด้านความมั่นคง และนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ ที่ยังมีแผลเก่าและคดีเดิมจากรัฐบาล คสช.ชุดที่แล้ว ตามมาด้วยบรรดานักการเมืองของพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง, นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน, ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ ที่ถูกขุดคุ้ยคดีในอดีตมาเผยแพร่ต่อสาธารณชนแล้ว

ด้าน นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว ส.ส.พรรคเพื่อไทย ยืนยันเดินหน้าตรวจสอบ ครม.ชุดใหม่ โดยเฉพาะกลุ่ม 7 รัฐมนตรีเดิมจากรัฐบาล คสช. ในประเด็นการสืบทอดอำนาจ ที่สำคัญโจมตีไปยัง 15 รัฐมนตรี ที่เคยมีโฉมหน้าอยู่ในรัฐบาลนายทักษิณ ชินวัตร โดยระบุว่า นายทักษิณเป็นคนที่รัฐบาล คสช. ต้องการล้ม แต่กลับเลือกคนที่เคยอยู่ในรัฐบาลนายทักษิณกลับมาเป็นรัฐมนตรีเกือบครึ่ง จึงเข้าข่ายเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง

นพ.ชลน่าน ประเดิมตรวจสอบ นายอุตตมไปแล้ว ด้วยการขุดคดีเก่ากรณีกรุงไทยปล่อยกู้กลุ่มกฤษดา และยังเดินหน้าเรื่องนี้ โดยสัปดาห์หน้าเตรียมเปิดประวัตินายสนธิรัตน์ ที่เคยทำธุรกิจกับบริษัทแห่งหนึ่ง แต่กลับต้องปิดบริษัทเพราะไม่ส่งงบดุล 3 ปี เท่ากับทำบริษัทต้องปิดตัวลง แต่กลับมาบริหารกระทรวงใหญ่อย่างกระทรวงพลังงาน ซึ่งข้อมูลนี้ไม่ได้จากคนนอก แต่มาจากคนในที่เห็นว่า นายสนธิรัตน์ไม่เหมาะกับตำแหน่งนี้

 

หลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่าเสมือนเกลียดตัวกินไข่ กำจัดระบอบทักษิณ แต่สุดท้ายประยุทธ์เอาคนที่เคยทำงานให้ทักษิณ มาทำงานด้วยถึง 15 คน

 

ขณะที่ รศ.ยุทธพร อิสรชัย คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช นักวิชาการ มองว่า การแบ่งคนตามโควตา และทำให้รัฐบาลวางคนไม่ตรงกับงาน เป็นชนวนสำคัญที่ทำให้ ครม.ชุดใหม่ กลายเป็นสายล่อฟ้า เพราะไม่ทันทำงานก็ถูกฝ่ายค้านจองกฐินและโจมตีภาพลักษณ์ สิ่งที่น่าห่วงคือการทำงานนับจากนี้ เพราะรัฐมนตรีที่ขาดประสบการณ์และบารมีมักไม่ได้รับการยอมรับจาก "เจ้าถิ่น" ซึ่งเป็นข้าราชการในกระทรวงนั้น ๆ ซึ่งข้าราชการกลุ่มนี้มักจะเลือกใส่เกียร์ว่าง หรือไม่รับคำสั่งจากรัฐมนตรีที่ขาดประสบการณ์

 

แต่ละกระทรวงมีเจ้าถิ่น บรรดาพรรคการเมืองเคยวางคนไว้ มีโอกาสเกิดเกียร์ว่างจากข้าราชการประจำ จะเป็นปัญหาการยอมรับบุคคลที่จะไปนั่งในกระทรวง

 

นอกจากนี้สิ่งที่จะทำให้ ครม.ชุดนี้ไปไม่รอด คือการทำงานร่วมกันของรัฐมนตรีที่มากจากหลายพรรค เช่น กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีรัฐมนตรี 4 คน จาก 4 พรรคการเมือง ซึ่งมีนโยบายแตกต่างกัน เมื่อคนใดคนหนึ่งทำงานผิดพลาดก็อาจถูกซ้ำเติมเพื่อนำไปสู่การปรับ ครม.ใหม่

ความท้าทายของ ครม.ชุดใหม่ จึงไม่ใช่แค่การรับมือกับคำวิจารณ์และตรวจสอบโดยฝ่ายค้าน แต่โจทย์ใหญ่คือการรับมือกับคนในทั้งรัฐมนตรีจากพรรคร่วมและข้าราชการเจ้าถิ่น ประเด็นนี้จะเป็นก้าวสำคัญที่จะชี้วัดว่า "เรือเหล็ก" ของ พล.อ.ประยุทธ์ จะถึงฝั่งหรือไม่

 

 

 

กลับขึ้นด้านบน