ตัวแทนชาวนา - นักวิชาการ ไม่เห็นด้วยประกันรายได้

ตัวแทนชาวนา - นักวิชาการ ไม่เห็นด้วยประกันรายได้

ตัวแทนชาวนา - นักวิชาการ ไม่เห็นด้วยประกันรายได้

รูปข่าว : ตัวแทนชาวนา - นักวิชาการ ไม่เห็นด้วยประกันรายได้

ตัวแทนชาวนาท้วงติงนโยบายประกันรายได้ข้าวไม่เหมาะจะใช้ในตอนนี้ ขณะที่นักวิชาการมองว่าพรรคประชาธิปัตย์ควรทบทวนบทเรียนโครงการประกันรายได้ เมื่อ 10 ปีก่อน ที่ทำให้โครงสร้างการเกษตรถูกบิดเบือน และไม่เข้ากับบริบทการค้าสินค้าเกษตรที่เปลี่ยนแปลงไป

วันนี้ (14 ก.ค.2562) รศ.สมพร อิศวิลานนท์ นักวิชาการอาวุโส สถาบันคลังสมองของชาติ เปิดเผยถึงนโยบายประกันรายได้ว่า หากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์จะนำนโยบายประกันรายได้ของพรรคการเมืองมาใช้ จะเป็นการเปิดช่องให้โรงสีกดราคารับซื้อจากชาวนา โดยอ้างว่าชาวนาจะได้รับส่วนต่างของราคาที่ขายได้ กับราคาเป้าหมายที่รัฐกำหนดมาชดเชยอยู่แล้ว ข้าวที่ไม่ได้ร่วมโครงการจะถูกกดราคาด้วย ส่งผลกระทบกับชาวนาโดยตรง และสิ้นเปลืองงบประมาณเกินจำเป็น ซึ่งมีบทเรียนในการทำโครงการนี้ในอดีต ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมให้ชาวนาหันมาเร่งปลูกข้าว เพื่อหวังรายได้เพิ่มจากโครงการโดยไม่สนใจคุณภาพข้าว ยิ่งสร้างปัญหาใหม่เพิ่ม รัฐบาลต้องพิจารณาเงื่อนไขให้รอบคอบ

 

 

ด้านนายปราโมทย์ เจริญศิลป์ นายกสมาคมชาวนาและเกษตรกรไทย กล่าวว่า เชื่อว่านโยบายประกันรายได้ จะไม่ช่วยชาวนามีรายได้เพิ่มในช่วงนี้ เพราะชาวนาจะไม่มีน้ำเพียงพอทำนาปรังในฤดูกาลหน้า จากภาวะภัยแล้งรุนแรงจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการได้ สำหรับสิ่งที่ต้องการ คือการอุดหนุนปลูกพืชน้ำน้อยทดแทนการปลูกข้าว ส่วนพื้นที่ที่ปลูกได้ ต้องการให้มีเงินชดเชยต้นทุนการเพาะปลูก ค่าเก็บเกี่ยว และให้ราคาข้าวอยู่ที่ตันละ 10,000 บาท ตามที่เคยมีพรรคการเมืองหาเสียงเอาไว้ ขณะเดียวกันควรเร่งแถลงนโยบายโดยเร็ว เพื่อเกษตรกรจะได้วางแผนการเพาะปลูกได้ถูกต้อง

 

 

ขณะที่มีรายงานว่ากรมการค้าภายในเตรียมข้อมูลนำเสนอรัฐมนตรีใหม่ หากจะเดินหน้านโยบายประกันรายได้ 4 พืช ทั้งข้าวเปลือก ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ปาล์มน้ำมัน และยางพารา โดยมีข้อสังเกตว่าข้าวเปลือกและข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อาจยังไม่มีความจำเป็น

 

 

กลับขึ้นด้านบน