ล่าระทึก! ขนไอซ์ ลงใต้-ข้ามแดน

ล่าระทึก! ขนไอซ์ ลงใต้-ข้ามแดน

ล่าระทึก! ขนไอซ์ ลงใต้-ข้ามแดน

รูปข่าว : ล่าระทึก! ขนไอซ์ ลงใต้-ข้ามแดน

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สามารถจับขบวนการค้าไอซ์ข้ามชาติรายใหญ่ที่กำลังเตรียมนำส่งไปประเทศมาเลเซียได้ ขยายผลพบนักการเมืองท้องถิ่นเกี่ยวข้อง

ตำรวจปราบปรามยาเสพติด สามารถจับกุมเครือข่ายค้าไอซ์ข้ามชาติ โดยยึดของกลางได้เกือบครึ่งตัน เครือข่ายดังกล่าวทำงานกันเป็นขบวนการ รับงานมาจากนายทุนชาวเมียนมา

ทีมข่าวไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ติดตามการจับกุมครั้งนี้ ตั้งแต่ตำรวจสืบสวนกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด เข้าจับกุมนายวราวุฒิ ไกรวงศ์ หรือ หนึ่ง หลังจากสืบทราบว่ากำลังนำไอซ์น้ำหนัก 459.30 กิโลกรัม บรรทุกอยู่บนรถกระบะ ทะเบียน บท 1883 ราชบุรี ขนไปส่งให้กับเครือข่ายค้ายาเสพติดในพื้นที่ภาคใต้ ในช่วงค่ำวันที่ 7 ก.ค.2562 ที่ผ่านมา

 

ตำรวจพบว่ารถกระบะคันดังกล่าวที่มีนายวราวุฒิอยู่ด้วย จอดรถอยู่ริมทางเข้าถนนกาญจนาภิเษก มุ่งหน้าไปบางแค จึงเฝ้าติดตามพฤติกรรม ก่อนที่จะแสดงตัวเข้าจับ เนื่องจากพบเห็นผู้ต้องหาเตรียมเคลื่อนที่ออกจากจุดที่จอดรถ เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบของกลางเป็นไอซ์ 15 กระสอบ น้ำหนัก 459.30 กิโลกรัม จึงยึดไว้และควบคุมตัวสอบสวน

 

เบื้องต้น นายวราวุฒิ ให้การอ้างว่าของกลางทั้งหมด น้องชายของตัวเองขับรถกระบะคันนี้ ไปรับมาจากชายคนหนึ่งใน จ.ปทุมธานี จากนั้นได้นำมาเก็บไว้ที่บ้านที่ จ.ราชบุรี และให้ตัวเองขับรถกระบะคันนี้ ไปส่งที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยทราบเพียงว่าเป็นของผิดกฎหมาย แต่ไม่รู้ว่าเป็นไอซ์จำนวนมาก ปกติทำอาชีพปลูกและขายมะพร้าวน้ำหอม รวมทั้งมีรถบรรทุก 6 ล้อ และรถกระบะ รับจ้างขนส่งสินค้าทั่วไป

ในวันที่ 7 ก.ค. ตัวเองได้ขับรถบรรทุกท่อนซุงมาจาก อ.ตากใบ จ.นราธิวาส เพื่อจะไปส่งให้กับลูกค้าที่ จ.เพชรบูรณ์ จึงได้นัดหมายกับน้องชายให้ขับรถกระบะที่บรรทุกยาเสพติดมาเปลี่ยนที่ ถ.พระราม 2 โดยมีภรรยาที่ทำอาชีพเป็นข้าราชการครู โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี พร้อมกับลูกชาย 2 คน โดยสารติดรถมาด้วย เมื่อถึงจุดนัดหมายจึงได้เปลี่ยนขับรถกระบะ ส่วนน้องชายก็ขับรถบรรทุกท่อนซุงไปส่งที่ จ.เพชรบูรณ์ ต่อ

ระหว่างนั้น ได้นัดหมายกับเครือข่ายค้ายาเสพติดอีกกลุ่มหนึ่ง ว่าจะว่าจ้างให้นำยาบ้าจำนวน 20 มัด ขนส่งไปพร้อมกับไอซ์ล็อตนี้ด้วย เนื่องจากปลายทางจะส่งไปที่ภาคใต้เช่นกัน จึงนัดหมายรับของที่จุดจับกุม และระหว่างรอได้เปิดผ้าใบที่คลุมกระสอบไอซ์อยู่ พบว่ามีจำนวนมาก จึงจะโยนทิ้งไว้ข้างทาง เพราะไม่เคยขนส่งไอซ์มาก่อน กลัวถูกตำรวจจับ

นายวราวุฒิ ยอมรับว่าเคยขับรถกระบะคันนี้ ส่งยาบ้าไป จ.นราธิวาสมาแล้ว 2 ครั้ง ส่วนครั้งนี้ไม่คิดว่าเป็นไอซ์ โดยคนที่ให้ไปส่งก็ไม่รู้จัก เพราะปลายทางให้โทรศัพท์แจ้งเพียงว่า ให้ติดต่อเมื่อขับรถมาถึง จ.พัทลุง ก่อนที่จะนัดส่งมอบกันที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

 

ทีมข่าวไทยพีบีเอส พบว่า รถกระบะที่นายวราวุฒิขับมา มีสติกเกอร์หลายข้อความติดอยู่จำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีข้อความภาษาอังกฤษว่า “sereeruamthai”

ขยายผลถึงภาคใต้ พบคนสั่งการ 

หลังตำรวจจับนายวราวุฒิแล้ว เช้าวันที่ 8 ก.ค.ได้วางแผนขยายผลถึงกลุ่มผู้ที่รับยาเสพติดใน จ.สงขลา และวางแผนนัดหมายให้มารับยาเสพติดในปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ริมถนนเพชรเกษม ใน อ.หาดใหญ่ เมื่อถึงเวลานัดหมาย พบรถกระบะของผู้ต้องสงสัยขับมาจอด และพยายามเดินหารถที่บรรทุกไอซ์มาจอดรอไว้

หลังจากนั้นพบ นายเปาะสา ดิง ชาว จ.นราธิวาส เดินไปรับกุญแจรถยนต์ในจุดที่ทิ้งไว้ให้และเดินมาเปิดรถกระบะเพื่อเตรียมขับรถออกไปจากปั๊มน้ำมัน และมีนายกอเซ็ง นิเกาะ ขับรถกระบะอีกคัน ที่ขับรถมาส่ง ออกไปจากปั๊มน้ำมันเช่นกัน ตำรวจจึงแสดงตัวเข้าจับกุมทันที

 

ตำรวจสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้มาเช่าบ้านในหมู่บ้านแห่งหนึ่ง ใกล้กับจุดนัดหมายรับยาเสพติด ประมาณ 10 วัน เพื่อรอรับยาเสพติด ภายในบ้านไม่มีอุปกรณ์หรือฟอร์นิเจอร์ มีเพียงที่นอนและเสื้อผ้า 2-3 ชุดเท่านั้น เบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาจะขับรถกระบะที่บรรทุกไอซ์มาที่บ้านหลังนี้ และขนถ่ายใส่รถกระบะของตัวเองที่มีท้ายปิดมิดชิด จากนั้นจะขับรถมาส่งคืนในปั๊มน้ำมันจุดที่รับยาเสพติด

นายกอเซ็ง นิเกาะ อ้างว่าได้รับว่าจ้างให้นำไอซ์ทั้งหมด ไปส่งที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย ตำรวจจึงควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 4 คน มาสอบสวนอย่างละเอียดและดำเนินคดีที่กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด ทั้งนี้ ผู้ต้องหายังไม่ได้ซัดทอดถึงผู้ว่าจ้าง

ทั้งนี้ การสืบสวนยังพบว่า ผู้สั่งการให้ผู้ต้องหาที่ถูกจับใน อ.หาดใหญ่ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น ขณะนี้ตำรวจได้นำหลักฐานขอศาลอาญาออกหมายจับผู้ต้องหาที่เกี่ยวข้องอีก 3 คน แล้ว โดยแจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ไอซ์หรือเมทแอมเฟตามีน) ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต และยังมีผู้เกี่ยวข้องอีกบางส่วน ที่เตรียมขอศาลออกหมายจับ ในข้อหาสมคบกันกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดต่อไป

 

พบนายทุน เป็นชาวเมียนมา

พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงศ์ รอง ผบช.ปส. เปิดเผยว่า ผู้ต้องหากลุ่มนี้ถือเป็นกลุ่มใหญ่ที่แบ่งวางเครือข่ายทำงานขนส่งยาเสพติดเป็นขบวนการและแบ่งช่วงกันเป็นทอดๆ โดยเริ่มจากกลุ่มที่รับงานมาจากนายทุนชาวเมียนมา และจัดหาตัวประกันที่เป็นญาติกับทีมคนขนส่งยาเสพติดช่วงแรกไปเป็นตัวประกันในประเทศเมียนมา จากนั้นก็จะมีกลุ่มลำเลียงยาเสพติดชุดแรกมาไว้ในพื้นที่ภาคกลาง และชุดนี้จะจัดหากลุ่มที่ขนส่งยาเสพติดส่งไปที่ภาคใต้ ส่วนใหญ่จะนัดมอบที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ก่อนจะส่งต่อไปในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้

บางส่วนมีการส่งไปขึ้นเรือที่ชายฝั่งทะเลอันดามัน จ.สตูล ซึ่งจะมีเรือชาวประมงขนส่งไปใส่เรือใหญ่ที่จอดรออยู่กลางทะเล ซึ่งชายฝั่งที่ จ.สตูลนี้ จะนำยาเสพติดไปขึ้นชายฝั่งที่เมืองปูลัวปีนัง แล้วขนส่งขึ้นรถยนต์ไปที่เมืองกัวลาลัมเปอร์ได้ง่าย

กลุ่มเครือข่ายค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ เคยก่อเหตุมาแล้วหลายครั้ง และเกี่ยวข้องกับความมั่งคงในพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งหลุดพ้นการจับกุมของเจ้าหน้าที่มาหลายครั้ง การสืบสวนครั้งนี้ตำรวจปราบปรามยาเสพติดได้อาศัยความร่วมมือจากตำรวจทุกกองบังคับการและหน่วยงานร่วม ทั้งสำนักงาน ป.ป.ส. และทหารหลายหน่วยงาน จนสามารถแกะรอยกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ จนสามารถจับผู้ต้องหาและยึดของกลางได้

 

กลับขึ้นด้านบน