ระบุเรือ "จับโลมา" ในน่านน้ำมาเลย์ ซื้อจากไทยเมื่อปี 59

ระบุเรือ "จับโลมา" ในน่านน้ำมาเลย์ ซื้อจากไทยเมื่อปี 59

ระบุเรือ "จับโลมา" ในน่านน้ำมาเลย์ ซื้อจากไทยเมื่อปี 59

รูปข่าว : ระบุเรือ "จับโลมา" ในน่านน้ำมาเลย์ ซื้อจากไทยเมื่อปี 59

สมาคมประมงฯ ระบุเรือจับโลมาเป็นของมาเลย์ที่ซื้อไปจากไทย และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้อยู่ในน่านน้ำไทย เผยมีการซื้อขายตั้งแต่ปี 2559 เพราะรัฐบาลออกกฎหมายให้ถือสัญชาติเดียว แต่ไต้ก๋งและลูกเรือยังเป็นคนไทย

ตามที่มีการเผยแพร่เรือประมงอวนล้อมจับปลาโลมาแล้วนำขึ้นเรือ ซึ่งได้ให้ข้อมูลว่าเป็นเรือประมงไทย และแจ้งว่าเรือประมงออกจาก จ.ปัตตานี ทางเฟสบุ๊คของอนุวัฒน์ จัดให้ ผู้สื่อข่าวช่อง สถานีวิทยุโทรทัศน์สี กองทัพบกช่อง 7 นั้น กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) ตรวจสอบข้อมูลเรือประมงกับศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้าออกเรือประมงปัตตานีแล้ว ได้รับข้อมูลเบื้องต้นว่า เรือประมงดังกล่าวชื่อ ส.พรเทพนาวี 9 ทบ. 302102291 รายการแจ้ง PO ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 และมีรายการแจ้ง PI ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 28 พ.ย.2559 เรือลำนี้ขอยื่นถอนทะเบียนเรือไทย เพื่อขายให้กับชาวมาเลเซีย โดยยกเลิกทะเบียนเรือและเพิกถอนทะเบียนเรือไทย เมื่อวันที่ 29 มิ.ย.2560

ถอนทะเบียน "เรือไทย" แล้ว

ข้อมูลเจ้าท่าภูมิภาค สาขาปัตตานี ระบุว่า เดิมเจ้าของคนไทยชื่อ นายสุรัตน์ บัวผุด และโอนกรรมสิทธิ์ให้กับ MR.MOHD.AMIR. BIN HASHIM ชาวมาเลเซีย เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2560 เดินทางออกจากท่าปัตตานี และได้รับหมายเลขทะเบียนเรือมาเลเซีย KNF 7779 ล่าสุดทำประมงอยู่ในมาเลเซีย ตั้งแต่ถอนทะเบียนเรือไทยไปแล้ว โดยไม่ได้กลับมาในประเทศไทยอีก

แหล่งข่าวในสมาคมประมงแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ก่อนหน้านี้ เรือดังกล่าว เป็นเรือ 2 สัญชาติ คือ ถือธงสัญชาติไทยและมาเลเซีย แต่ต่อมากฎหมายประมงฉบับใหม่ของไทย กำหนดให้เรือที่ถือธงสัญชาติไทยร่วมกับสัญชาติอื่น ต้องเลือกเพียงสัญชาติเดียว เรือลำนี้จึงถอนสัญชาติไทยไปจดทะเบียนสัญชาติมาเลเซีย

แต่ไต้ก๋งและคนงานไทยยังคงรับจ้างทำงานบนเรือ อีกทั้งการตั้งชื่อเรือซึ่งลงท้ายด้วยเลข 4 ตัวนั้น เรือสัญชาติไทยไม่มี ส่วนพิกัดที่จับโลมานั้น จากการประสานงานเบื้องต้นกับผู้ประกอบการประมงมาเลเซียยืนยันว่า อยู่ในน่านน้ำมาเลเซีย

ประกาศห้ามนำ "โลมา" ขึ้นเรือประมง

ทั้งนี้ ไทยมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เรื่องกําหนดให้สัตว์นํ้าชนิดที่เลี้ยงลูกด้วยนม สัตว์น้ำที่หายากหรือใกล้สูญพันธุ์ที่ห้ามไม่ให้ผู้ใดจับหรือนําขึ้นเรือประมง ตามความในมาตรา 66 พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 ได้แก่ เต่าทะเลทุกชนิดในวงศ์ (Family) Cheloniidae และ Dermochelyidae รวมทั้งไข่ด้วย พะยูน (Dugong dugon) โลมาและวาฬทุกชนิดในอันดับ (Order) Cetacea ฉลามวาฬ (Rhincodon typus) กัลปังหาดําทุกชนิดในอันดับ (Order) Antipatharia กัลปังหาทุกชนิดในอันดับ (Order) Gorgonacea ปะการังแข็งทุกชนิดในอันดับ (Order) Scleractinia และในอันดับ (Order) Stylasterina ปะการังไฟทุกชนิดในสกุล (Genus) Millepora ปะการังสีฟ้าทุกชนิดในอันดับ (Order) Helioporacea ปะการังอ่อนทุกชนิดในอันดับ (Order) Alcyonacea ดอกไม้ทะเลทุกชนิดในอันดับ (Order) Actiniaria หอยมือเสือทุกชนิด (Tridacna spp.) หอยสังข์แตร (Charonia tritonis) โดยความตามประกาศนี้ยกเว้นกรณีจําเป็น เพื่อการช่วยชีวิตของสัตว์น้ำนั้น ซึ่งประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 เม.ย.2559

ด้านแหล่งข่าวจากกรมประมง ระบุว่า ได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับคลิปดังกล่าว หากเป็นเรือชื่อ KNF 7779 จริงตามที่ได้รับรายงานเบื้องต้นพบว่า เดิมเคยถือสัญชาติไทยชื่อเรือ ส.พรเทพนาวี 9 หมายเลขทะเบียน 302102291 ต่อมาคืนสัญชาติไทยแล้วจดทะเบียนสัญชาติมาเลเซีย แต่ไต้ก๋งและคนงานส่วนหนึ่งเป็นคนไทย ซึ่งกรมประมงกำลังตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมถึงวันเวลา พิกัดการทำประมงของเรือลำดังกล่าว รวมทั้งการจับโลมาขึ้นเรือว่าอยู่ในน่านน้ำไทยหรือไม่

ทั้งนี้ กรมประมงไม่มีระบบติดตามเรืออิเล็กทรอนิกส์ของเรือสัญชาติอื่น แต่หากเข้ามาในน่านน้ำไทยอาจมีหน่วยงานต่างๆ ทั้งของกรมประมงและหน่วยงานอื่นๆ ทราบเบาะแส หากกระทำการจับโลมาในน่านน้ำไทยจะมีความผิดฐานรุกล้ำน่านน้ำและสิทธิ์อาณาเขตการทำประมง

ขณะนี้กรมประมงกำลังเร่งตรวจสอบข้อมูลทุกด้าน เนื่องจากหากเป็นเรือสัญชาติอื่นมากระทำผิดในน่านน้ำไทย ซึ่งเป็นปัญหาระหว่างประเทศที่มีความละเอียดอ่อน จึงต้องมีหลักฐานครบถ้วน แต่คงตรวจสอบให้แน่ใจด้วยว่า ไม่ใช่เรือสัญชาติไทย ถ้าเป็นเรือสัญชาติไทยแล้วจับโลมาขึ้นเรือตามคลิปจะมีความผิดตามมาตรา 66 ตาม พ.ร.ก.ประมง พ.ศ.2558 ซึ่งมีประกาศกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำหนดห้ามนำสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมและสัตว์น้ำหายาก 13 ชนิดขึ้นเรือ หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 30,000-300,000 บาท หรือปรับเป็น 5 เท่าของมูลค่าสัตว์น้ำ โดยการตรวจสอบว่า เป็นเรือสัญชาติไทยหรือไม่ ทำได้ไม่ยาก เนื่องจากติดตามด้วยระบบติดตามเรือประมง (Vessel Monitoring System : VMS) สามารถทราบทั้งวันเวลาที่เรือจอดหรือออกทำประมง ตลอดจนพิกัดของเรือประมงสัญชาติไทยทุกลำ

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง สั่งล่าเรือประมงไทยจับ "โลมาปากขวด" 10 ตัวขึ้นเรือ 

แท็ก

กลับขึ้นด้านบน