10 วาระร้อน ท้าทายรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

10 วาระร้อน ท้าทายรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

10 วาระร้อน ท้าทายรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

รูปข่าว : 10 วาระร้อน ท้าทายรัฐมนตรีเศรษฐกิจ

ถึงเวลาเดินหน้าทำงานแล้วสำหรับคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ มีปัญหาหลากหลายด้านรอให้รับมือ หนึ่งในนั้นคือปัญหาด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมี 10 วาระร้อนที่รอการจัดการ

กระทรวงเศรษฐกิจแม้จะยังอยู่ภายใต้การดูแลของ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ซึ่งรู้ปัญหาเดิมก็จริง แต่คงต้องยอมรับว่าการบ้านที่ยังทำไม่เสร็จ มีทั้งแรงกดดันในประเทศและต่างประเทศ ไทยพีบีเอสสรุป 10 วาระร้อนที่รัฐบาลใหม่ต้องจัดการ

 

ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ

เรื่องร้อนที่สุด หลังใช้เวลาจัดตั้งรัฐบาลเกือบ 4 เดือน คือ ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ ตั้งแต่ ปาล์ม ยาง ข้าว ข้าวโพด ล้วนรอความหวังตามคำสัญญา จะประกันรายได้หรือการันตีราคา 4 รัฐมนตรีจาก 4 พรรคการเมืองที่อาสาเข้ามา ต้องคิดให้หนักจะประสานประโยชน์ทางการเมืองอย่างไรไม่ให้เกิดช่องโหว่ รั่วไหล สวมสิทธ์จนเงินไม่ถึงมือเกษตรกร

ภัยแล้ง

นอกจากปัญหาราคารุมเร้าภัยแล้งยังมารอ ปรากฏการณ์เอลนิโญ่ ทำน้ำในเขื่อนเริ่มมีปัญหา 15 เขื่อนใหญ่น้ำน้อยกว่าร้อยละ 30 แนวโน้มยังลดลงเรื่อย ๆ หลายจังหวัดทยอยประกาศภัยแล้ง การบริหารจัดการน้ำเป็นเรื่องท้าทาย การทำความเข้าใจกับเกษตรก็เช่นกัน เพราะหลายจังหวัดแย่งน้ำทำนากันแล้ว

สารเคมีอันตราย

ไปต่อไม่รอแล้วคือ 7 พรรคฝ่ายค้าน เดินหน้ารับฟังความเห็นภาคประชาชน พร้อมเสนอสภาฯ ตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญ ศึกษาแนวทางควบคุมการใช้สารเคมีอันตราย สอดคล้องกับเครือข่ายเตือนภัยสารเคมี เตรียมเข้าพบรัฐมนตรีกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ยกเลิกการใช้ 3 สารเคมี นี่ถือเป็นโจทย์ใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ออกมาทวงถาม

ค่าครองชีพสูง

ติดท็อปชาร์ตทุกผลสำรวจ ปัญหาปากท้องต้องมาก่อน เสียงสะท้อนที่ฝากถึง ครม.ประยุทธ์ 2/1 ให้รีบแก้ไข ข้าวของแพง กำลังซื้อลด ขายของยากและอยากให้รัฐบาลใหม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ส่งออกติดลบ

เงินในไม่มี เงินนอกก็ไม่ไหลเข้า หลายปัจจัยรุมเร้า ทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าทำลายสถิติ ไปจนถึงสงครามการค้า ส่งผลโดยตรงต่อส่งออกไทยให้ติดลบ หากแก้ไม่ถูกจุดรายได้หลักร้อยละ 60 ของประเทศจะไม่กลับมา

ท่องเที่ยวซบ

รายได้อีกทางที่เคยเป็นพระเอกอย่างการท่องเที่ยวก็ซบเซาลง นักท่องเที่ยวลดลงทุกตลาด ไม่ว่า จีน เกาหลี ญี่ปุ่น ชายหาดพัทยา ภูเก็ต เงียบเหงา เหตุหลักมาจากเศรษฐกิจโลกไม่ดี แต่เงินบาทไทยที่เเข็งค่าก็เป็นปัจจัยเสริม ให้นักท่องเที่ยวเลือกไปเที่ยวที่ถูกกว่า รัฐบาลจะแก้เกมอย่างไร จะส่งเสริมการท่องเที่ยวผ่านแพคเกจแบบไหน ภาคเอกชนรอดูอยู่

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

จะกอบกู้สถานการณ์ต้องมีกระสุนแต่งบประมาณรายจ่ายปี 2563 กว่าจะเบิกได้คงล่วงเลยไปถึงปีหน้า เม็ดเงินลงทุนในหายไปจากระบบ กว่า 8 หมื่นล้านบาท แม้กระทรวงการคลังเตรียมแพ็กเกจกระตุ้นเศรษฐกิจไว้รอรัฐมนตรีคนใหม่ แต่ขึ้นอยู่จะเลือกใช้ยาขนานไหน หากเป็นยาแรง เพื่อเห็นผลเร็วทันใจ อาจต้องแลกกับค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้น

หารายได้อุดคลัง

ราคาที่ต้องจ่ายคือเงินงบประมาณที่จะหายไป จากการลด แลก แจกแถม ต่าง ๆ ตามคำสัญญาที่หาเสียงไว้ทั้งลดภาษีเงินได้บุคคล ยกเว้นการจัดเก็บภาษีผู้ค้าออนไลน์ 2 ปี ยกเว้นภาษีเด็กจบใหม่ 5 ปี ล้วนย้อนแย้งกับภาระการคลังที่เพิ่มขึ้น แม้กรมภาษีทั้ง 3 แห่ง ยังยืนยันจะเก็บภาษีให้ได้ตามเป้า แต่ก็เป็นไปอย่างยากลำบาก เพราะพิษเศรษฐกิจชะลอตัว ธุรกิจมีกำไรน้อยลง นอกจากวัดใจจะกล้าจัดเก็บภาษีรายการใหม่ ๆ ที่กรมภาษีทำพิมพ์เขียวรอ

ปรับปรุงระบบราง

โครงการขนาดใหญ่ทางรางที่ค้างคาอยู่มีจำนวนไม่น้อยที่ต้องสานต่อ ไม่ว่าเป็นโครงการรถไฟความเร็วสูง รถไฟเชื่อม 3 สนามบิน ไปจนถึงรถไฟฟ้าสายสีต่าง ๆ ที่จะทยอยเปิดใช้ และไม่ใช่แค่ทำให้เปิดได้ทันเวลา เดินรถตรงเวลา แต่จะทำอย่างไรให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าไทยไม่ที่แพงที่สุดในเอเชีย

ค่าโง่

เผือกร้อนของหลายกระทรวงคือ ค่าโง่ที่ต้องหาทางจ่าย เช่น กรณีโฮปเวล์ กับหนี้ 1 หมื่น 2 พันล้านบาท จะจ่ายอย่างไรให้กระทบน้อยที่สุด ส่วนค่าโง่ทางด่วนที่เตรียมจะขยายสัญญาสัมปทานให้เอกชน 30 ปี แลกหนี้ 1 แสน 3 หมื่น 7 พันล้านบาท รัฐบาลใหม่จะกล้าเดินหน้าท่ามกลางเสียงทักท้วงว่าเอื้อเอกชนหรือไม่

รวมถึงกรณีข้อพิพาทเมืองทองคำ อัครา ซึ่งในเดือนพฤศจิกายน รัฐบาลใหม่ต้องเข้าสู่กระบวนการไต่สวนพยานตามกระบวนการอนุญาโตตุลาการเป็นครั้งแรก ณ ประเทศสิงคโปร์ คงวัดฝีมือรัฐมนนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมคนใหม่ จะทำอย่างไรไม่ให้ไทยเสียค่าโง่กว่า 4 หมื่นล้านบาท

 

กลับขึ้นด้านบน