หมอเตือนระวังถูกเห็บกัดเสี่ยงป่วย "โรคลายม์"

หมอเตือนระวังถูกเห็บกัดเสี่ยงป่วย "โรคลายม์"

หมอเตือนระวังถูกเห็บกัดเสี่ยงป่วย "โรคลายม์"

รูปข่าว : หมอเตือนระวังถูกเห็บกัดเสี่ยงป่วย "โรคลายม์"

กรมควบคุมโรคระบุว่า "โรคลายม์" ติดต่อโดยการแพร่เชื้อผ่าน "เห็บ" ซึ่งโรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ สามารถพบได้ทั่วโลก แต่ที่ผ่านมาไม่เคยมีรายงานโรคลายม์ในไทย พร้อมเตือนประชาชนระมัดระวังถูกเห็บกัดและหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีเห็บอยู่อาศัย

วันนี้ (17 ก.ค.2562) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวหญิงชาวไทยป่วยด้วย "โรคลายม์" หลังกลับจากท่องเที่ยวในประเทศตุรกี ว่า จากการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นแพทย์วินิจฉัยเป็นโรคลายม์ โดยการตรวจทางห้องปฏิบัติการหาภูมิคุ้มกันต่อเชื้อ Borrelia ในเลือด ผู้ป่วยคนดังกล่าวได้รับยาปฏิชีวนะตรงกับโรคนี้ตั้งแต่ต้น อาการจึงค่อยๆ ดีขึ้นช้าๆ ซึ่งโรคนี้ไม่พบในประเทศไทย ส่วนคนไทยที่ไปท่องเที่ยวในต่างประเทศกลับมาก็ไม่มีรายงานว่าเคยป่วยเป็นโรคนี้แต่อย่างใด

"เห็บ" ตัวแพร่เชื้อ "โรคลายม์"

โรคลายม์ หรือโรคไลม์ หรือโรคลัยม์ (Lyme Disease) เป็นโรคที่เกิดจากเชื้อแบคทีเรียโบเรลเลีย (Borrelia) ติดต่อจากการแพร่เชื้อผ่าน "เห็บ" ซึ่งอาการของโรคจะแตกต่างกันไปและพบได้ทั่วโลก โดยพบสุนัข ม้าและโค สามารถเป็นโรคนี้ได้จากการถูกเห็บที่มีเชื้อกัด รวมถึงสัตว์ป่า โดยเฉพาะสัตว์ฟันแทะขนาดเล็กและกวาง ก็เป็นพาหะของเชื้อตามธรรมชาติได้ ซึ่งเห็บจะได้รับเชื้อจากการดูดเลือดสัตว์ป่าที่มีเชื้อและแพร่ไปยังสัตว์อื่นหรือคนได้เมื่อถูกเห็บกัด

นพ.สุวรรณชัย กล่าวอีกว่า โรคนี้ไม่ใช่โรคใหม่ พบได้ในต่างประเทศ ที่ผ่านมายังไม่เคยมีรายงานโรคลายม์ในประเทศไทย ซึ่งประชาชนสามารถเดินทางไปต่างประเทศได้ตามปกติ แต่ต้องระมัดระวังถูกเห็บกัด เนื่องจากคนติดโรคนี้ได้จากการถูกเห็บที่มีเชื้อกัด ซึ่งเห็บต้องเกาะอยู่อย่างน้อย 24 ชั่วโมงจึงจะสามารถแพร่เชื้อเข้าสู่ร่างกายได้ ขณะที่บางคนอาจไม่แสดงอาการป่วย หรืออาจทำให้เกิดอาการรุนแรงมากได้

อาการของโรคและวิธีป้องกัน

อาการหลังจากถูกเห็บกัด จะเริ่มจากเป็นรอยบวมแดงบริเวณที่ถูกเห็บกัดแล้วกลายเป็นผื่นวงกลมคล้ายเป้ายิงปืนขนาดใหญ่ แต่อาจไม่พบในผู้ป่วยทุกคน ส่วนอาการอื่นๆ ได้แก่ มีไข้ ปวดตามตัว คอแข็ง ปวดหัวและปวดตามข้อ ซึ่งโรคนี้สามารถรักษาให้หายได้ด้วยการให้ยาปฏิชีวนะ

สำหรับการป้องกันโรค ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีเห็บอาศัยอยู่ เช่น กองใบไม้ บริเวณป่า พุ่มไม้ หากต้องทำงานในบริเวณดังกล่าวควรใส่เสื้อแขนยาว กางเกงขายาว รองเท้าที่ปิดนิ้วเท้า สวมเสื้อที่มีสีสว่างจะช่วยให้มองเห็นเห็บได้ง่าย ควรตรวจสอบทั่วร่างกายเพื่อหาเห็บบ่อยๆ และกำจัดเห็บทันทีที่พบ ควรใส่ถุงมือเมื่อกำจัดเห็บและล้างมือทุกครั้ง ควรใช้สารกำจัดและป้องกันเห็บ ดูแลสัตว์ให้อยู่ห่างจากเขตป่าและสัตว์ป่า ที่สำคัญหากต้องเดินทางไปต่างประเทศ ควรศึกษาว่าประเทศนั้นมีโรคประจำถิ่นอะไรและมีคำแนะนำอย่างไร เพื่อป้องกันตนเอง

ส่วนประชาชนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ แล้วมีอาการตามลักษณะดังกล่าวข้างต้น ขอให้ไปพบแพทย์โดยเร็วและให้ข้อมูลอย่างละเอียด เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาอย่างถูกต้อง ทั้งนี้สามารถสอบถามเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422

 

กลับขึ้นด้านบน