ทช.ชี้พะยูน 5 ตัวตายทะเลกระบี่-ตรัง เจอรอยเครื่องมือประมง

ทช.ชี้พะยูน 5 ตัวตายทะเลกระบี่-ตรัง เจอรอยเครื่องมือประมง

ทช.ชี้พะยูน 5 ตัวตายทะเลกระบี่-ตรัง เจอรอยเครื่องมือประมง

รูปข่าว : ทช.ชี้พะยูน 5 ตัวตายทะเลกระบี่-ตรัง เจอรอยเครื่องมือประมง

ผลการทำแบบจำลองทางอุทกศาสตร์ ยืนยันพะยูนทั้ง 5 ตัวตายในพื้นที่ห่างจากรัศมีที่เกยตื้นตายเพียง 200 เมตรถึง 1 กิโลเมตร ชี้ตายก่อนถูกตัดเขี้ยว และมีรอยแผลที่บ่งชี้มาจากเครื่องมือประมง เร่งทำความเข้าใจและแก้ปัญหา เพื่อลดการสูญเสีย

วันนี้ (18 ก.ค.62) นายปิ่นสักก์ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.) กล่าวถึงกรณีพะยูนตาย 5 ตัว ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ในพื้นที่ จ.กระบี่ และ จ.ตรัง และพบถูกตัดเขี้ยว 2 ตัว ว่า การชันสูตรยืนยันว่า พะยูนไม่ได้ถูกตัดเขี้ยวก่อนที่จะตาย ส่วนสาเหตุการตายนั้น สัตวแพทย์ระบุว่า ตายอย่างเฉียบพลัน แต่ไม่ได้หมายถึงพะยูนป่วยตายเอง เนื่องจากพบร่องรอยบาดแผลที่บ่งชี้ว่ามาจากเครื่องมือประมง

แม้สาเหตุการตายจะไม่ใช่การถูกล่า แต่สิ่งที่น่ากังวล คือ ยังมีการใช้เครื่องมือประมงที่เสี่ยงอันตรายกับพะยูนและสัตว์ทะเลอื่น ๆ ซึ่ง ทช. ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ นำแบบจำลองทางอุทกศาสตร์ 3 มิติ มาประเมินช่วงเวลา กระแสน้ำ และจุดที่พบพะยูนตายทั้ง 5 ตัว พบว่าพะยูนมีรัศมีการตายอยู่ที่ระยะทาง 200 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร ส่วนใหญ่มักจะพบซากหลังการตายแล้ว 2-3 วัน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง ความตายสีเทา 5 ชีวิต “พะยูน” กระบี่-ตรัง 

 

ข้อมูลนี้ยืนยันว่าพะยูนตายในพื้นที่ จ.กระบี่ และตรัง ไม่ได้ลอยมาจากที่อื่น และร่องรอยบาดแผล เช่น รอยเชือกรัด บ่งชี้ว่าตายจากเครื่องมือประมงที่อยู่ในพื้นที่ แม้ไม่ได้เกิดจากความตั้งใจ แต่ควรต้องบริหารจัดการเรื่องดังกล่าว เพื่อลดความสูญเสียพะยูนที่เหลืออยู่

ทช. ไม่ได้ตั้งเป้าหมายให้เลิกใช้เครื่องมือประมงในทะเลทั้งหมด แต่ต้องขอความร่วมทำประมงที่ไม่ส่งผลกระทบต่อพะยูน

ส่วนกรณีนายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ลงพื้นที่เกาะลิบง เพื่อหารือแผนดูแลมาเรียม ที่ขณะนี้อยู่ในโครงการพระราชดำรินั้น ต้องดูแลร่วมกับหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ทช. กรมอุทยานฯ ทหารเรือ อส. และกลุ่มชาวบ้านในพื้นที่

โดยวันนี้จะเสนอแผนย้ายมาเรียมไปอยู่ในจุดที่ไม่ได้รับผลกระทบจากมรสุม ช่วง 2 เดือน รวมทั้งหารือแผนรองรับพะยูนยามีล ซึ่งอยู่ในศูนย์อนุบาลภูเก็ต หากร่างกายแข็งแรงขึ้น คาดว่าไม่เกินสิ้นปีนี้ อาจจะย้ายมาอยู่ในพื้นที่ธรรมชาติ เช่นเดียวกับพะยูนมาเรียม เพื่อปรับตัวให้อยู่ในธรรมชาติได้

 

ทำแผนอนุรักษ์พะยูนระยะยาว


​ก่อนหน้านี้นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)ลงพื้นที่หารือร่วมกับทางจังหวัดกระบี่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สรุปสถานการณ์พะยูนว่า มีประชากรพะยูน 200​-250​ ตัว​ โดยพะยูนเป็นสัตว์สงวนตามพ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า​ พ.ศ.2535 พะยูนทั้งประเทศพบที่​ จ.ตรัง​ 70% จากการสำรวจการเกยตื้นของพะยูนในช่วงต้นปี​ 2562​ ​พบการเกยตื้นตาย​ 5​ ตัว​ และมีลูกพะยูนเกยตื้น​ 2​ ตัว​ คือมาเรียม​ และยามีล​ ซึ่งทช.​ได้รับไปอนุบาลดูแลเพื่อเตรียมปล่อยกลับสู่ธรรมชาติ​ โดยการเกยตื้นเกิดจากภัยคุกคามทางด้านการประมง​ 89% ป่วยตาย​ 10% และอื่นๆ​ 1%

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

ภาพ:กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)

 

ทั้งนี้ทช.จัดเตรียมทำแผนและกำหนดมาตรการในการแก้ไขปัญหา​การเกยตื้นของพะยูน แบ่งออกเป็น​ มาตรการเร่งด่วน​ มาตรการระยะสั้น​ และมาตรการระยะยาว​ อีกทั้งสร้างจิตสำนึกให้แก่ประชาชนและชาวประมงในพื้นที่​ ให้เกิดความรักและหวงแหนในทรัพยากรสัตว์ทะเลหายาก​ รวมถึงช่วยกันดูแล​ ปกป้อง​ และทำประมงอย่างถูกกฎหมาย​ พร้อมกับจัดตั้งศูยน์เฝ้าระวังทั้ง​ 4​ จุดในการดูแลพะยูน​

มาตรการระยะยาวควบคุมปรับเปลี่ยนเครื่องมือประมงที่อันตรายต่อพะยูน ประกาศพื้นที่คุ้มครองพะยูน เพื่อให้เกิดการอนุรักษ์และใช้ประโยชน์อย่างยั่งยืน


นอกจากนี้ ในอนาคต​ ทช.​จะร่วมมือกับกองทัพเรือ​ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช​ และหน่วยงานทุกภาคส่วนในการทำงานแบบบูรณาการร่วมกัน​ เพื่อสนับสนุนกองกำลังพล​ อุปกรณ์​ เรือลาดตระเวน และเฮลิคอปเตอร์ เพื่อใช้ปฏิบัติงาน ในการปกป้อง​ ดูแลทรัพยากรพะยูนและสัตว์ทะเลหายาก  

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สูญเสีย! "พะยูน" อายุ 70 ปีทะเลตรัง ตายตัวที่ 7

 

 

กลับขึ้นด้านบน