เตือนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจไวรัส RSV ระบาดช่วงหน้าฝน

เตือนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจไวรัส RSV ระบาดช่วงหน้าฝน

เตือนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจไวรัส RSV ระบาดช่วงหน้าฝน

รูปข่าว : เตือนโรคติดเชื้อทางเดินหายใจไวรัส RSV ระบาดช่วงหน้าฝน

กรมควบคุมโรค เฝ้าระวังโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก หลังมีรายงานเหตุการณ์พบผู้ป่วยในโรงเรียน ระบุพบได้ในทุกกลุ่มอายุ แต่จะรุนแรงในเด็กเล็กที่คลอดก่อนกำหนด และกลุ่มอายุ 65 ปี

 วันนี้(20 ก.ค.2562) นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า จากการเฝ้าระวังของกรมควบคุมโรค พบว่าช่วงนี้สถานการณ์การป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในประเทศไทยเริ่มมีรายงานผู้ป่วยโรคนี้ประปราย และต่อเนื่องขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็ก โดยในสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานเหตุการณ์พบผู้ป่วยด้วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี (RSV) ในโรงเรียนแห่งหนึ่ง จำนวน 1 เหตุการณ์ 

การพยากรณ์โรคและภัยสุขภาพประจำสัปดาห์ คาดว่าในช่วงนี้จะยังพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัสอาร์เอสวี เนื่องจากโรคนี้มักพบในช่วงฤดูฝนและฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนก.ค-พ.ย. สามารถพบผู้ป่วยได้ทุกกลุ่มอายุ แต่อาการจะรุนแรงในเด็กเล็ก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด ผู้มีอายุ 65 ปีขึ้นไป

รวมถึงผู้ที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคปอด โรคหัวใจ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับระบบภูมิคุ้มกันร่างกายผิดปกติ เชื้อไวรัส RSV ทำให้เกิดโรคระบบทางเดินหายใจ ติดต่อโดยการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ที่ติดเชื้อ โดยไวรัสเข้าสู่ร่างกายผ่านทางตา จมูก ปาก หรือสัมผัสเชื้อโดยตรง

ผู้ป่วยจะแสดงอาการหลังติดเชื้อประมาณ 4-6 วัน ผู้ติดเชื้อจะมีไข้ ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ในรายที่มีอาการรุนแรง อาจมีหายใจเร็ว หอบเหนื่อยเนื่องจากปอดอักเสบ รับประทานอาหารได้น้อย ซึมลง และอาจเสียชีวิตได้

กรมควบคุมโรค ขอแนะนำว่า ประชาชนสามารถป้องกันการติดเชื้อได้ โดยการล้างมือให้สะอาด ล้างมือบ่อยๆ โดยเฉพาะก่อนมื้ออาหารและหลังเข้าห้องน้ำ หลีกเลี่ยงการสัมผัสผู้ที่ติดเชื้อ เช่น ผู้ที่เป็นไข้หวัดหรือปอดอักเสบ ไม่ควรนำเด็กเล็กไปอยู่ในที่มีคนอยู่อย่างแออัด ไม่ควรใช้แก้วน้ำร่วมกัน ควรปิดปากและจมูกเมื่อไอหรือจาม หากมีอาการป่วยควรหยุดพักรักษาตัวจนหาย โดยเฉพาะในกลุ่มนักเรียน ถ้าผู้ป่วยอาการไม่ดีขึ้น ควรไปพบแพทย์โดยเร็ว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร.1422 

 

(ภาพ:คลิปจากกรมควบคุมโรค) 
 

กลับขึ้นด้านบน