7 พรรคฝ่ายค้าน พร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาล

7 พรรคฝ่ายค้าน พร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาล

7 พรรคฝ่ายค้าน พร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาล

รูปข่าว : 7 พรรคฝ่ายค้าน พร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาล

นายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ยืนยัน วิปฝ่ายค้านเตรียมพร้อมอภิปรายนโยบายรัฐบาล แม้จะมีการลดกรอบเวลาลงเหลือเพียง 13 ชั่วโมง 30 นาที พร้อมเตรียมข้อมูลเพื่ออภิปรายเรื่องคุณสมบัตินายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ด้วย

วันนี้ (23 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากข้อตกลงร่วมกับวิปรัฐบาลที่ให้เวลาฝ่ายค้านอภิปรายนโยบายรัฐบาล รวม 13 ชั่วโมง 30 นาที จากเวลา 2 วัน ทำให้พรรคเพื่อไทยต้องหารือเพื่อจัดสรรเวลาใหม่ โดยนายสุทิน คลังแสง ส.ส.มหาสารคาม ในฐานะวิปฝ่ายค้าน ระบุว่า ยอมรับในกฎ-กติกาที่กำหนดไว้ เนื่องจากวันที่ 27 ก.ค.นี้ เป็นช่วงของการเตรียมงานวันสำคัญของประเทศ ซึ่งการประชุมพรรคเมื่อวานนี้มีการคัดเลือกบุคคลที่มีความเหมาะสมที่สุดเพื่อทำหน้าที่อภิปราย พร้อมคัดบุคคลที่จะอภิปรายประเด็นซ้ำกันออกด้วย ซึ่งขณะนี้พรรคได้เตรียมซักซ้อมในเรื่องความพร้อมแล้ว

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่า ที่ประชุมพรรคเพื่อไทย ได้ข้อสรุปว่า จะมีผู้อภิปรายทั้งหมด 30 คน จากเดิมวางเอาไว้ 50 คน โดยใช้เวลา 7 ชั่วโมง ที่เหลือจะเป็นเวลาของพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยนายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าพรรค จะอภิปรายนโยบายภาพรวมทั้งหมดของรัฐบาลโดยไม่จำกัดเวลา 


ทั้งนี้ พรรคยังได้เตรียมข้อมูลเพื่ออภิปรายในเรื่องคุณสมบัติการเป็นนายกรัฐมนตรีของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา แม้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะรับไว้พิจารณาแล้วก็ตาม แต่จะไม่อภิปรายในลักษณะเป็นการชี้นำ หรือก้าวล่วงการทำงานของศาล ซึ่งผู้อภิปรายจะเป็น ส.ส.ของพรรคเพื่อไทย ขณะที่รัฐมนตรีคนอื่นๆ จะกระจายไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้าน ซึ่งทั้งหมดจะใช้เวลารวมแล้ว 13 ชั่วโมง 30 นาที 

สำหรับมติที่ประชุมของพรรคเพื่อไทยเมื่อวานนี้ จะต้องนำไปหารือร่วมกับพรรคร่วมฝ่ายค้านอีก 6 พรรค ที่จัดขึ้นในวันนี้เวลา 10.00 น. ที่พรรคเพื่อไทย เพื่อขอความเห็นชอบและจัสรรเวลาทั้งหมดอีกครั้ง 

รองประธานวุฒิสภา ขอ ส.ว.ไม่เป็นองครักษ์ของใคร

นอกจากรัฐบาลและฝ่ายค้านแล้ว วุฒิสภาก็ซักซ้อมในการเตรียมความพร้อมก่อนการประชุมรัฐสภา เพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่จะมีขึ้นในวันที่ 25-26 ก.ค.นี้ โดยในสัปดาห์นี้วุฒิสภางดการประชุมเพื่อจัดสัมมนาเตรียมความพร้อมของสมาชิกวุฒิสภา ในการประชุมร่วมกันของรัฐสภาเพื่อรับฟังการแถลงนโยบายของรัฐบาล ซึ่งการสัมมนาส่วนใหญ่เป็นการหารือร่วมกันเกี่ยวกับกรอบเวลา และประเด็นที่จะอภิปราย เริ่มตั้งแต่นโยบายรัฐบาลไปจนถึงความเหมาะสมของตัวบุคคลที่ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีใน ครม.ประยุทธ์ 2/1

พล.อ.สิงห์ศึก สิงห์ไพร รองประธานวุฒิสภา ได้เน้นย้ำให้สมาชิกอภิปรายตัวนโยบายของรัฐบาลที่แถลงต่อรัฐสภาเป็นหลัก โดยให้มีความสอดคล้องกับหน้าที่ของรัฐ, แนวนโยบายแห่งรัฐ, ยุทธศาสตร์ชาติ, และการชี้แจงแหล่งที่มาของรายได้ที่จะดำเนินนโยบาย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 162 และกำชับถึงความเป็นกลางต่อการทำหน้าที่ ไม่ใช่เป็นองครักษ์ของฝ่ายใด


ขณะที่การสัมมนาสมาชิกมีการแลกเปลี่ยนความเห็นถึงแนวทางการอภิปราย โดยส่วนใหญ่เห็นว่าควรเน้นนโยบายที่เป็นประเด็น เพื่อลดแรงเสียดทานเกี่ยวกับการอภิปรายที่ตัวบุคคล และไม่ควรอภิปรายประเด็นซ้ำกัน เพราะจะไม่เกิดประโยชน์ และต้องรักษาภาพลักษณ์การทำหน้าที่ความเป็นกลางด้วย

เบื้องต้น มีการวางกรอบเวลาให้กับ ส.ว.อภิปรายคนละ 8-10 นาที จากประมาณ 30-40 คน แต่ขณะนี้มี ส.ว.แสดงความจำนงจะอภิปรายแล้วถึง 50 คน โดยจะอภิปรายจัดกลุ่มประเด็นตามกรอบนโยบายเป็นรายกระทรวงเหมือนกับที่ฝ่ายค้านจัดสรรการอภิปรายเป็นกลุ่มด้านต่าง ๆ และจะมีการตกลงกันอีกครั้งในที่ประชุมคณะกรรมการประสานงาน 3 ฝ่าย ระหว่างรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา ในวันพรุ่งนี้

 

กลับขึ้นด้านบน