ผู้ว่าฯกทม.ยืนยัน "จักกพันธุ์" ลาออกไม่เกี่ยวโครงการเตาเผาขยะ

ผู้ว่าฯกทม.ยืนยัน "จักกพันธุ์" ลาออกไม่เกี่ยวโครงการเตาเผาขยะ

ผู้ว่าฯกทม.ยืนยัน "จักกพันธุ์" ลาออกไม่เกี่ยวโครงการเตาเผาขยะ

รูปข่าว : ผู้ว่าฯกทม.ยืนยัน "จักกพันธุ์" ลาออกไม่เกี่ยวโครงการเตาเผาขยะ

ผู้ว่าฯกทม.ยืนยัน รองผู้ว่าฯกทม.ลาออกระบุ เหตุผลส่วนตัว ไม่เกี่ยวกับโครงการเตาเผาขยะ ที่ผ่านมาเคยเปรยลาออกมาแล้ว 2 ครั้ง

วันนี้ (23 ก.ค.62) หลังจากมี กระสแข่าวว่า นายจักกพันธุ์ ผิวงาม รองผู้ว่าฯ กทม.ได้ลาออกจากตำแหน่ง โดยยื่นหนังสือต่อผู้ว่าฯ กทม. ตั้งแต่วันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา โดยมีการตั้งข้อสังเกตในการลาออกครั้งนี้ สืบเนื่องจากประเด็นของการลงนามอนุมัติผลการประกวดราคาดำเนินโครงการเตาเผาขยะที่หนองแขมและอ่อนนุชขนาด 1,000 ตันต่อวัน รวม 2 แห่ง ที่มีมูลค่า 13,140 ล้านบาท ที่คณะกรรมการพิจารณาผลผู้ชนะการประมูล เพื่อเสนอให้ผู้ว่าฯ กทม.โดยผ่านรองผู้ว่าฯ พิจารณาตามขั้นตอน แต่โครงการดังกล่าวมีการร้องเรียนจากเอกชนที่เกี่ยวข้องถึงความไม่โปร่งใสของโครงการดังกล่าว  

จากการสอบถาม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ยอมรับว่า นายจักกพันธุ์ ยื่นหนังสือลาออกจริง โดยให้เหตุผลว่า ต้องการพักผ่อนและเหนื่อยกับการทำงาน ที่ผ่านมาก็เคยมาพูดคุยเรื่องลาออกมาแล้วถึง 2 ครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ได้บอกกล่าวแต่อย่างใด ทำหนังสือลาออกเลยก็รู้สึกตกใจและยอมรับการตัดสินใจ เพราะนายจักกพันธุ์ เป็นคนมีคุณภาพ ขยันทำงาน ไว้ใจได้ และขี้เกรงใจ ดูแลรับผิดชอบหลายหน่วยงาน ซึ่งแต่ละหน่วยงานก็เป็นงานที่หนัก ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื่องทะเลาะกัน เพราะส่วนตัวสนิทกันมาก ส่วนที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตว่าเชื่อมโยงกับโครงการเตาเผาขยะไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากโครงการก็อยู่ระหว่างดำเนินการ

สำหรับปมปัญหาการลาออกของรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครถูกเชื่อมโยงเข้ากับโครงการเตาเผาขยะ นายชาตรี วัฒนเขจร ผู้อำนวยการสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร บอกว่า ไม่ทราบสาเหตุแต่หลังมีเอกชนบางรายไปร้องเรียนถึงความไม่โปร่งใสของโครงการ ทางคณะทำงานก็ได้ไปชี้แจงข้อเท็จจริงกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) แล้ว โดยยืนยันว่าโครงการเตาเผาขยะทั้ง 2 แห่ง เป็นไปด้วยความโปร่งใส และพร้อมให้ตรวจสอบทุกขั้นตอน พร้อมระบุด้วยว่า บริษัทเอกชนผู้ร้องเรียน มีคุณสมบัติไม่ตรงตามเงื่อนไขบางประการ ทั้งสัญญาให้เอกชนมาลงทุนและบริหารจัดการ ซึ่งเมื่อครบสัญญาให้ยกทรัพย์สินเป็นของกรุงเทพมหานคร รวมทั้ง รายงาน EIA ที่เอกชนผู้ร้องเรียนรายนี้มีคุณสมบัติไม่เพียงพอ

โครงการเตาเผาขยะที่หนองแขม และอ่อนนุช ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาการประกวดราคาจากผู้รับเหมาโครงการที่อ่อนนุช 8 ราย และที่หนองแขม 5 ราย ซึ่งเงื่อนไขของโครงการดังกล่าว จะมอบหมายให้เอกชนเป็นผู้ดำเนินการทั้งการก่อสร้าง และการบริหารจัดการขยะ ตามสัญญา 20 ปี เมื่อหมดสัญญาทรัพย์สินจะเป็นของกรุงเทพมหานคร โดยกรุงเทพมหานคร จะว่าจ้างให้เอกชนดำเนินการทำลายขยะด้วยวิธีการเผา ในราคาตันละไม่เกิน 900 บาท ซึ่งรวม 20 ปีตามสัญญา จะมีมูลค่าถึง 13,140 ล้านบาท

ทั้งนี้ ล่าสุด บรรยากาศห้องทำงานของนายจักกพันธุ์ บริเวณชั้น 2 ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร ห้องทำงานปิดเงียบ และเก็บของออกจากห้องทำงานตั้งแต่ช่วงวันหยุดที่ผ่านมาแล้ว หลังยื่นหนังสือลาออกเมื่อวันที่ 21 ก.ค.ที่ผ่านมา

 

 

กลับขึ้นด้านบน