“ปิยบุตร” นิยามนโยบายประยุทธ์ 2 เลื่อนลอย โลเล หลอกลวง

“ปิยบุตร” นิยามนโยบายประยุทธ์ 2 เลื่อนลอย โลเล หลอกลวง

“ปิยบุตร” นิยามนโยบายประยุทธ์ 2 เลื่อนลอย โลเล หลอกลวง

รูปข่าว : “ปิยบุตร” นิยามนโยบายประยุทธ์ 2 เลื่อนลอย โลเล หลอกลวง

นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ลุกขึ้นอภิปรายคนที่ 3 ของฝ่ายค้าน จวกนโยบายรัฐบาลประยุทธ์ 2 ผสมทุกเรื่องจนมั่วไปหมด เหมือนโฆษณาชวนเชื่อ พร้อมนิยามว่าเลื่อนลอย โลเล หลอกลวง

วันนี้ (25 ก.ค.2562) เวลา 13.15 น. นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ขึ้นอภิปรายเป็นคนที่ 3 ของฝ่ายค้าน ระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นโอกาสของคณะรัฐมนตรีที่เข้ารับหน้าที่และให้สมาชิกวิพากษ์วิจารณ์นโยบาย และเป็นครั้งแรกของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เข้าสภาในรอบ 5 ปี

คำแถลงนโยบายของรัฐบาล มีความเลื่อนลอยเพราะผสมทุกเรื่องจับยัดใส่ ไม่โฟกัสเจาะจง ใช้คำใหญ่สวยหรูเหมือนโฆษณาชวนเชื่อ เช่น นโยบายการเงินการคลัง-เศรษฐกิจ ไม่ชัดเจนว่าจะทำอะไร รวมถึงนโยบายเร่งด่วนแก้ปัญหายาเสพติดและกาiแก้ปัญหาชายแดนใต้ บางเรื่องไม่เป็นรูปธรรม

ส่วนนโยบายก็มีความโลเล เขียนซับซ้อน เช่น การเร่งคืนพื้นที่ป่า แต่บอกว่าจะจัดสรรที่ดินให้ผู้ยากไร้ จึงอยากรู้ว่าจะประสาน 2 ส่วนนี้ไปด้วยกันอย่างไร ส่วนเรื่องลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ก็บอกว่าจะทบทวนการกู้ยืมเงินทางการศึกษา ซึ่งสร้างความสับสน

นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังเป็นนโยบายที่หลอกลวง เพราะในการรณรงค์หาเสียงคึกคักมาก แต่ละพรรคนำเสนอนโยบายที่ก้าวหน้า สร้างสรรค์ พูดถึงการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ยกเลิกเกณฑ์ทหาร นโยบายกัญชา แต่สุดท้ายก็ยังไม่ชัดเจน

นโยบายของรัฐบาลประยุทธ์ มีคำนิยามว่า เลื่อนลอย โลเล หลอกลวง หากเทียบกับยุค คสช.ยังเขียนนโยบายได้ดีกว่านี้ ซึ่งข้อจำกัดที่ต้องเขียนนโยบายเกิดจากข้อกำหนดรัฐธรรมนูญปี 60 เพราะต้องออกแบบให้มีการสืบทอดอำนาจ

 

นายปิยบุตรกล่าวต่อว่า ถ้ารัฐบาลยืนยันว่า ครม.ชุดนี้จะเสริมสร้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะต้องหาจุดสมดุล ดังนั้น จึงไม่มีที่อยู่ที่ยืนให้กับการรัฐประหารและกองทัพที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง โดยต้องป้องกันไม่ให้มีรัฐประหารอีกแล้ว

ในเรื่องความรักชาติ ขอให้นายกฯ อย่ามองว่าพรรคการเมือง นักการเมืองที่คิดเห็นไม่ตรงกับท่านและวิพากษ์วิจารณ์ ครม. เป็นส่วนหนึ่งของชาติ คนที่ไม่เห็นด้วยกับท่านก็รักชาติ อย่าตั้งข้อหาชังชาติต่อกัน

เห็นต่างก็รักชาติ อย่าตั้งข้อหาชังชาติต่อกัน

นายปิยบุตร ได้กล่าวถึงเรื่องความรักชาติ ว่าขอให้นายกฯ อย่ามองว่าพรรคการเมือง หรือนักการเมืองที่ห็นต่างและวิพากษ์วิจารณ์ ครม. เป็นส่วนหนึ่งของชาติ เพราะคนที่ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลก็รักชาติ ดังนั้นอย่าตั้งข้อหาชังชาติต่อกัน ไม่เช่นนั้นประเทศจะเดินหน้าไม่ได้

นอกจากนี้ พรรคอนาคตใหม่สนับสนุนให้แก้รัฐธรรมนูญอย่างเต็มที่ เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้ขาดความเป็นประชาธิปไตย ทั้งเรื่องของที่มาและเนื้อหา จึงต้องร่างใหม่ทั้งฉบับ และต้องทำอย่างจริงจัง ไม่เลื่อนลอย เพราะรัฐธรรมนูญฉบับนี้เหมือนกับดักที่พร้อมระเบิด หากอยากให้บ้านเมืองเดินไปได้ต้องทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จึงอยากให้ทุกฝ่ายร่วมกันเชิญวิญญาณรัฐธรรมนูญ 40 กลับมาและหยุดการแก้แค้นเอาคืนเหมือนรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับที่ผ่านมา

พรรคอนาคตใหม่ ทั้งหัวหน้าพรรคและสมาชิกพรรค มีความปรารถนาดีกับชาติบ้านเมือง รักและเทิดทูนพระมหากษัตริย์ไม่น้อยกว่าพวกท่าน แต่การแสดงออกอาจจะมีความแตกต่างกัน

พวกเราไม่เคยมีความคิดจะล้มล้างอะไร ไม่มีความรุนแรง เราต้องการให้บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติ ประชาธิปไตยกลับสู่นิติรัฐ และร่วมกันสร้างฉันทามติเพื่อออกจากขัดแย้ง

นายปิยบุตร ยังกล่าวทิ้งท้ายว่า ไม่ได้ตั้งตนเป็นศัตรูกับกองทัพ แต่ไม่ต้องการให้รัฐประการโดยกองทัพและไม่ต้องการให้พลเรือนอยู่ภายใต้กองทัพ ต้องการให้กองทัพมีความเป็นมืออาชีพ และพวกเรา 81 ชีวิตเป็น ส.ส.หน้าใหม่ทั้งหมด พร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับทุกส่วนเพื่อนำประชาธิปไตยกลับคืนมา

 

กลับขึ้นด้านบน