ศาลรัฐธรรมนูญชี้ "ดูหมิ่น-คุกคาม" ศาลฯ อาจถูกฟ้องคดีอาญา

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ "ดูหมิ่น-คุกคาม" ศาลฯ อาจถูกฟ้องคดีอาญา

ศาลรัฐธรรมนูญชี้ "ดูหมิ่น-คุกคาม" ศาลฯ อาจถูกฟ้องคดีอาญา

รูปข่าว : ศาลรัฐธรรมนูญชี้ "ดูหมิ่น-คุกคาม" ศาลฯ อาจถูกฟ้องคดีอาญา

ศาลรัฐธรรมนูญ ออกเอกสารถึงอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญ และหากมีการกระทำการข่มขู่ คุกคาม ศาลและตุลาการ อาจจะถูกดำเนินคดีอาญาได้ ขณะที่การวิพากษ์วิจารณ์ควรกระทำโดยสุจริต

วันนี้ (25 ก.ค.62) ศาลรัฐธรรมนูญออกเอกสารถึงอำนาจหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญและหากมีการกระทำการข่มขู่ คุกคามศาลและตุลาการ อาจจะถูกดำเนินคดีอาญาได้ ขณะที่การวิพากษ์วิจารณ์ควรกระทำโดยสุจริต ขณะที่ศาลฯ มีอำนาจในการออกคำสั่งหรือข้อกำหนดเพื่อให้กระบวนการพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อย หากฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ โดยมีเนื้อหาดังนี้

ศาลรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 210 และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 คือ การพิจารณาวินิจฉัยความชอบด้วยรัฐธรรมนูญของกฎหมายหรือร่างกฎหมาย การพิจารณาวินิจฉัยปัญหาเกี่ยวกับ หน้าที่และอำนาจของสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา รัฐสภา คณะรัฐมนตรี หรือองค์กรอิสระ และ หน้าที่และอำนาจที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ อาทิ เช่น การคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของประชาชน การพิทักษ์รัฐธรรมนูญ ระบอบการปกครองและความมั่นคงแห่งรัฐ การพิจารณากรณีที่กฎหมาย พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ หรือกฎหมายอื่นกำหนดให้อยู่ในอำนาจศาลรัฐธรรมนูญ รวมถึงการพิจารณาวินิจฉัยคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของผู้ดำรงตำแหน่งทางการมือง อันได้แก่ การวินิจฉัยการสิ้นสุดสมาชิกภาพหรือคุณสมบัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือ สมาชิกวุฒิสภาและรัฐมนตรี ซึ่งในการพิจารณาหรือวินิจฉัยคดีนั้น ก่อนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มีผลใช้บังคับนักการเมืองหรือประชาชน หรือบุคคลทั่วไปสามารถวิพากษ์ วิจารณ์คำสั่ง คำวินิจฉัย หรือการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรรมนูญได้

ส่วนในกรณีกระทำการเกินเลยไปถึงขั้นดูหมิ่นข่มขู่หรือคุกคามศาล หรือตุลาการ ผู้กระทำอาจถูกฟ้องร้องดำเนินคดีอาญาในฐานความผิดเรื่องดูหมิ่นเจ้าพนักงาน หรือดูหมิ่นศาลฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 136 หรือมาตรา 198 ตามลำดับ ปัจจุบันมื่อพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 ได้มีผลใช้บังคับแล้ว ตั้งแต่วันที่ 3 มี.ค.2561 ราชกิจจานุเบกษา ฉบับกฤษฎีกา เล่ม 135 ตอนที่ ก วันที่ 2 มี.ค.2561 การวิพากษ์วิจารณ์คำสั่ง คำวินิจฉัย หรือการทำหน้าที่ของศาลรัฐธรมนูญจะต้องอยู่ภายใต้ ขอบเขตหรือบทบัญญัติของพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตรา 38 วรรค 3 โดยการวิจารณ์คำสั่งหรือคำวินิจฉัยคดีนั้นจะต้องกระทำโดยสุจริตและมิได้ใช้ถ้อยคำ หรือ มีความหมายหยาบคาย เสียดสี หรืออามาตมาดร้าย ซึ่งครอบคลุมถึงการใช้สื่อและสังคมออนไลน์ด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลที่เข้ามาหรือจะเข้ามาในที่ทำการศาลหรือบริเวณที่ทำการศาลหรือเข้าฟังการไต่สวนของศาลกรณีมีความจำเป็นศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจในการออกคำสั่งให้บุคคลใดกระทำการ หรืองดเว้นกระทำการเพื่อให้การพิจารณาคดี เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อยและรวดเร็ว ตลอดจนมีอำนาจในการออกข้อกำหนดหรือคำสั่งเพื่อให้กระบวนพิจารณาของศาลเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ ผู้ฝ่าฝืนคำสั่งหรือข้อกำหนดดังกล่าวให้ถือเป็นการละเมิดอำนาจศาลซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ตามพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2561 มาตร 39 วรรค 1 (3) การบังคับใช้บทบัญญัติละมิดอำนาจศาลดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมแก่คู่กรณีและให้กระบวนการพิจารณาคดีดำเนินต่อไปได้ เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยทั้งในบริเวณศาล และนอกศาลและป้องกันการประวิงคดีและการใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญที่เกินขอบเขตและไม่สุจริต ทั้งนี้ ศาลจะใช้ตามความจำเป็นเพื่อให้อำนวยความยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นธรรม

 

กลับขึ้นด้านบน