“จุรินทร์” แจงเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พืชผลการเกษตร

“จุรินทร์” แจงเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พืชผลการเกษตร

“จุรินทร์” แจงเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พืชผลการเกษตร

รูปข่าว : “จุรินทร์” แจงเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจ พืชผลการเกษตร

รมว.พาณิชย์ แจงแผนเดินหน้าแก้ปัญหาเศรษฐกิจภาพรวม และราคาผลผลิตการเกษตร ทั้งในประเทศ และเปิดตลาดต่างประเทศ

วันนี้ (25 ก.ค.) นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ อภิปรายว่า นโยบายรัฐบาลเขียนไว้ชัด ในข้อ 4 ของนโยบายเร่งด่วน คือ ประกันรายได้เกษตรกร คือ ประกันความแน่นอนให้เกษตรกรที่ผลิตพืชผลชนิดใดชนิดหนึ่ง มั่นใจว่าจะสามารถดำรงชีพอยู่ได้ จะมีรายได้ชดเชยจากกรณีที่ราคาพืชผลต่ำ และไม่สามารถขายพืชผลได้

รายได้มาจากส่วนต่างๆ สมมติว่า รัฐบาลประกันรายได้ให้ชาวนาปลูกข้าวขาว ตันละ 10,000 บาท แปลว่า ชาวนาจะมีรายได้ 10,000 บาท แต่ราคาขายตลาดอยู่ที่ 8,000 บาท ซึ่งมีส่วนต่าง 2,000 บาท ส่วนนี้รัฐบาลจะส่งตรงไปที่บัญชีของเกษตรกรที่ลงทะเบียนไว้กับธกส.โดยตรงจะทำให้ชาวนาได้เงิน 2 ทาง

ส่วนพืชผลการเกษตรที่จะประกันรายได้ ได้ระบุไว้ในนโยบาย 5 ตัว ข้าว ยางพารา มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด ซึ่งราคาที่จะประกันจะนัดหารือ เพื่อกำหนดราคาด้วยการตัดสินใจจาก 3 ฝ่าย ภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการ และ เกษตรกรที่เกี่ยวข้องกับพืชเกษตรตัวนั้น

แต่บางคนกังวลว่า หากมีนโยบายประกันรายได้อย่างเดียว รัฐจะต้องชดเชยส่วนต่างเป็นจำนวนมาก เพราะฉะนั้นรัฐต้องทำมาตรการอื่นๆ ผสมผสาน เช่น การชดเชย เวลามีพืชผลออกมาในปริมาณมาก อาจต้องใช้นโยบายชดเชยเพื่อเก็บพืชผลนั้นไว้ในโกดังยังไม่ขาย เพื่อไม่ให้ราคาตก

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ เรื่องปาล์ม รัฐบาลจะส่งเสริมให้ใช้ดีเซล B 20 และ ดีเซล B 100 เพื่อเอาน้ำมันปาล์มส่วนเกินออกจากตลาด และทำให้ราคาปาล์มดีขึ้น และอาจทำให้น้ำมันปาล์มอีก 1.4 แสนตันไปทำเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้า

เรื่องความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนที่ต้องการขยายความร่วมมือการค้ากับประเทศที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจ อย่างน้อยคือ อาเซ็บ (ASEP) ซึ่งประกอบด้วยอาเซียน 10 ประเทศ จีน ญี่ปุ่น เกาหลี ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และอินเดีย ซึ่งมีประชากรรวมกันครึ่งหนึ่งของทั้งโลก มีศักยภาพการค้ามาก มีมูลค่าการค้ารวมที่ไทยค้ากับอาเซ็บ คิดเป็น ร้อยละ 60 ของการค้าทั้งหมดของไทย

เราตั้งเป้าหมายว่า ภายในสิ้นปีนี้ จะเจรจากับอาเซ็บให้จบ เพื่อเปิดตลาดให้ประเทศไทย นอกจากนี้ FTA ไทย กับอียู ตนมอบเป็นนโยบายไปแล้วว่า เราจะเจรจาอีกครั้ง หลังสะดุดเพราะสถานการณ์การเมือง ตอนนี้เราสามารถนับหนึ่งได้แล้ว เพราะเรามีรัฐบาลจากการเลือกตั้งแล้ว ถ้าทำ FTA ไทยกับอียูสำเร็จ จะช่วยให้เราเปิดตลาดใหญ่ได้อีกตลาดหนึ่ง

นอกจากนี้ ยังได้เตรียมคณะกรรมการร่วมรัฐและเอกชน เพื่อให้มีเวทีให้ข้าราชการสามารถเจรจากับภาคเอกชน โดยต่อจากนี้นโยบายส่งออก เอกชนเป็นทัพหน้า ภาครัฐเป็นทัพหลัง ช่วยส่งเสริมให้เดินหน้าบุกตลาดได้ ซึ่งจะจัดประชุมครั้งแรกในวันที่ 14 ส.ค.นี้

นายจุรินทร์ กล่าวอีกว่า การค้าชายแดน เป็นตลาดที่มีอนาคต ซึ่งชายแดนของเราคือ อาเซียน เป็นทิศทางที่จะเข้าไปฟื้นฟูได้ เร็วๆ นี้จะเตรียมนัดประชุมทูตพาณิชย์เพื่อหารือเป้าหมายและตัวเลข เพื่อสนับสนุนซัพพลายเชน เพื่อให้เกษตรกรได้ลืมตาอ้าปากได้

 

 

กลับขึ้นด้านบน