"วราวุธ" แจงนโยบายที่ดิน "พีมูฟ" ซัด ถอยหลังกว่ารัฐบาลก่อนๆ

"วราวุธ" แจงนโยบายที่ดิน "พีมูฟ" ซัด ถอยหลังกว่ารัฐบาลก่อนๆ

"วราวุธ" แจงนโยบายที่ดิน "พีมูฟ" ซัด ถอยหลังกว่ารัฐบาลก่อนๆ

รูปข่าว : "วราวุธ" แจงนโยบายที่ดิน "พีมูฟ" ซัด ถอยหลังกว่ารัฐบาลก่อนๆ

นายวราวุธ ศิลปอาชา ชี้แจงนโบายกระจายการถือครองที่ดิน ชี้ เดินหน้าตามแนวทาง คทช. ระยะสั้นมีพื้นที่เป้าหมาย 1.3 ล้านไร่ ส่วนแผนระยะยาว 20 ปี 22 ล้านไร่ คาดประชาชนได้ประโยชน์ไม่ต่ำกว่า 8 ล้านคน ด้านแกนนำพีมูฟ ชี้ นโยบายถอยหลังไม่เข้าใจสิทธิชุมชน

วันนี้ (25 ก.ค.2562) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ชี้แจงกรณี ส.ส.ฝ่านค้านอภิปรายนโยบายที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารงานภายใต้กระทรวงฯ เช่น กรณีที่ นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวถึงนโยบายหลักข้อที่ 10.2 "ปรับปรุงระบบที่ดินทำกินและลดความเหลื่อมล้ำด้านการถือครองที่ดิน" ว่ายังไม่มีรายละเอียดการปฏิบัติงานที่ชัดเจน รวมถึงกรณีของ 88 การ์มองเต้ รีสอร์ต ว่ามีการดำเนินการอย่างไร

นายวราวุธ ชี้แจงว่า อยู่ระหว่างรอพิจารณาเหตุผลที่อัยการเคยมีคำสั่งไม่ฟ้องเมื่อเดือน พ.ย. 2561 ว่ามีสาเหตุจากอะไร ส่วนประเภทที่ดินที่ตั้งของรีสอร์ตอยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเป็นที่ดินของหน่วยงานใด ระหว่าง สปก. หรือ กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืช โดยให้ความมั่นใจว่าไม่ว่าจะอย่างไรรัฐบาลนี้จะยอมให้ใครมาทำร้ายผืนป่าของประเทศได้
 


เดินหน้าแนวทาง คทช.

ส่วนนโยบายที่ดินแห่งชาติ และการถือครองที่ดิน ว่าจะมีแนวทางจัดการอย่างไร นายวราวุธ ระบุว่า รัฐบาลมีคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ หรือ คทช. ซึ่งมีแนวทางกระจายการถือครองที่ดินอย่างเป็นธรรม พร้อมกำหนดหลักเกณฑ์การจัดสรรที่ดินในรูปแบบแปลงรวม ไม่ใช่การให้บุคคลใดบุคคลหนึ่ง ไม่ใช่การให้กรรมสิทธิ์ แต่เป็นการอนุญาตให้ประชาชนทำกินในรูปแบบที่เหมาะสม โดยหน่วยงานรัฐที่ถือสิทธิ์เหนือที่ดินจะเป็นผู้กำหนดเงื่อนไข โดยผลการดำเนินงานของรัฐบาลภายใต้แนวทาง คทช. อนุญาตให้ประชาชนใช้ประโยชน์แล้วกว่า 6 แสนไร่ จากเป้าหมายทั้งหมด 1.3 ล้านไร่ มีประชาชนได้ประโยชน์กว่า 40,000 คน

ส่วนแผนระยะยาว 20 ปี หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ทำการสำรวจที่ดินในพื้นที่ป่าและพื้นที่ชายฝั่ง ที่ประชาชนผู้ยากไร้เข้าใช้ประโยชน์ทำกิน ทั้งป่าอนุรักษ์ ป่าชายเลน เพื่อจัดการที่ทำกินในรูปแบบต่างๆ จากการสำรวจเบื้องต้น พบมีพื้นที่เป้าหมายจัดการที่ดินทั้งหมด 22 ล้านไร่ ประชาชนจะได้รับประโยชน์ 8 ล้านคน ในแต่ละปีจะได้พื้นที่เพิ่มราว 1 ล้านไร่


ส่วนกรณีที่ รศ.ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ อภิปรายนโยบายการกระจายการถือครองที่ดินและผลกระทบของประชาชนจากมาตรการทวงคืนผืนป่า นายวราวุธ ชี้แจงว่า เป้าหมายการบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับมาตรการทวงคืนผืนป่า เน้นไปที่นายทุนที่ยึดครองที่ดินอย่างผิดกฎหมาย ที่ผ่านมา การตรวจยึดที่ดินส่วนใหญ่เป็นแปลงปลูกยางพารา จึงได้เข้าทำการตรวจยึดและดำเนินคดี โดยจะเน้นไปที่การฟื้นฟูพื้นที่เพื่อประโยชน์ของทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ส่วนที่เหลือ ที่เป็นพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมจะจัดสรรให้ประชาชนผู้ยากไร้มีที่ทำกินตามมติ คทช. 26 พ.ย.2561 ที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด คือไม่บุกรุกป่าเพิ่มเติม และไม่กระทบกับสิ่งแวดล้อม

รัฐบาลภายใต้ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา ป่ากับคน ต้องอยู่ร่วมกันให้ได้ ไม่ว่าป่ารุกคนหรือคนรุกป่า แต่ท้ายที่สุดแล้วประชาชนต้องได้รับการดูแล ไม่ยอมให้ใครมาทำอันตราย แต่ต้องเดินไปด้วยกัน

 

พีมูฟ ชี้ นโยบายที่ดินรัฐบาลประยุทธ์ 2 ถอยหลัง


นายประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม หรือ พีมูฟ ระบุว่า หากเปรียบเทียบกับนโยบายรัฐบาลก่อนหน้า คำแถลงนโยบายคณะรัฐมนตรีต่อรัฐสภาวันนี้เป็นนโยบายที่แผ่วเบา เช่น การกระจายการถือครองที่ดิน ที่ไม่มีความชัดเจนว่าจะมีมาตรการหรือแนวทางอะไร ที่จะทำให้คนจนและเกษตรกรรายย่อยที่ไร้ที่ดินทำกิน เข้าถึงที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ ซึ่งรัฐบาลก่อนหน้านี้พูดไว้ชัดว่าจะผลักดันธนาคารที่ดิน แต่ครั้งนี้ไม่มี ตามคำแถลงนโยบายไม่มีนัยเรื่องนี้ กลายเป็นเรื่องการกระจายสิทธิ์ของคนที่อยู่ในที่ดินของรัฐ

ส่วนกรณีมาตรการของ คทช. ไม่ได้เป็นการรองรับสิทธิชุมชน หรือ ให้สิทธิชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน แต่เป็นการอนุญาตชั่วคราวผ่านหน่วยงานรัฐ และการให้เช่า ซึ่งไม่ใช่หลักการของการรับรองสิทธิ หรือ การส่งเสริมให้ชุมชนบริหารจัดการที่ดินร่วมกัน และไม่สามารถแก้ปัญหาที่ดินหลุดมือได้

ประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม

ประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษาขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม


นี่เป็นคำถามว่า ทั้งนโยบายเรื่องการฟื้นฟู เรื่องการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งในที่ดินของรัฐ รวมถึงเรื่องการกระจายการถือครองที่ดินใน 2 ข้อที่แถลงจะไม่สามารถนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนได้เลย เพราะเป็นนโยบายที่ถอยหลัง ไม่มีทั้งเรื่องธนาคารที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดิน เรื่องของการรองรับสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินร่วมก็ไม่มี


นายประยงค์ ยังยกตัวอย่างความก้าวหน้าที่ประชาชนผลักดันมาตั้งแต่ปี 2553 ในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาจนถึงปี 2556 รัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ก็ยังมีความก้าวหน้าอยู่ แต่เมื่อถึงรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ 1 และ คสช. ตั้งแต่ปี 2557 ยังมีความชัดเจนเรื่องธนาคารที่ดินและการกระจายการถือครองที่ดิน รวมถึงการรองรับสิทธิชุมชนในการบริหารจัดการที่ดินร่วม แต่ครั้งนี้ถอยหลังไปหมด

 

[ทีมข่าววาระทางสังคม]

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไขปม! อัยการไม่สั่งฟ้อง 88 การ์มองเต้ รุกป่าถูกจับ 2 ครั้ง

"พีมูฟ" ชุมนุมร้องรัฐบาลใหม่เดินหน้านโยบาย 9 ด้าน

"พีมูฟ" บุกทำเนียบ ทวงสัญญา คสช.แก้ปัญหาที่ดิน

เรือนจำจังหวัดลำพูนปล่อย 3 แกนนำที่ดินบ้านแพะใต้

 

กลับขึ้นด้านบน