ฝ่ายค้านหารือ "ชวน" หลักวินิจฉัย-ลงโทษ ก่อนไล่ออกจากสภาฯ

ฝ่ายค้านหารือ "ชวน" หลักวินิจฉัย-ลงโทษ ก่อนไล่ออกจากสภาฯ

ฝ่ายค้านหารือ "ชวน" หลักวินิจฉัย-ลงโทษ ก่อนไล่ออกจากสภาฯ

รูปข่าว : ฝ่ายค้านหารือ "ชวน" หลักวินิจฉัย-ลงโทษ ก่อนไล่ออกจากสภาฯ

"ชวน" แจงฝืนใจสั่งห้าม "พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" อภิปราย ชี้ยึดตามหลักสภาฯ หลัง "หมอชลน่าน" หารือกรณีพรเพชร วิชิตชลชัย ปฏิบัติหน้าที่เป็นประธานสภาวานนี้แล้วได้เชิญ พ้นห้องประชุม แถมยังไม่ให้อภิปรายอีก

วันนี้ (26 ก.ค.2562) นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว พรรคเพื่อไทย ขอหารือประธานรัฐสภา เกี่ยวกับการทำหน้าที่ของสมาชิกรัฐสภา เพราะหลายคนมีความกังวลใจในการทำหน้าที่ หลังมีคำวินิจฉัยให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส พรรคเสรีรวมไทย สมาชิกรัฐสภาที่เข้าชื่ออภิปรายไปแล้ว และขออภิปรายใหม่ในวันถัดไป แต่ประธานรัฐสภา วินิจฉัยว่า การอภิปรายสิ้นสุดแล้ว

ผมเคารพท่านประธาน แต่มีข้อกังวลว่าคำวินิจฉัยนี้จะมีผลสืบเนื่องไปถึงสมาชิกท่านอื่นในโอกาสถัดไปหรือไม่ สมาชิกหลายท่านถือว่าการแสดงความคิด ความเห็น เป็นเอกสิทธิ ไม่มีใครสามารถบังคับ ครอบงำได้

นพ.ชลน่าน ระบุว่า ประธานรัฐสภามีความปรารถนาดีที่จะให้สภาฯ ราบรื่น แต่ขอความกรุณาให้วางบรรทัดฐานการทำงาน โดยเฉพาะการวินิจฉัยเมื่อสิทธิอภิปรายขาดไปสามารถให้คนอื่นอภิปรายในประเด็นที่วางไว้ได้ ซึ่งการให้สมาชิกถูกลงโทษตามข้อบังคับ 114 ให้สมาชิกออกจากห้องประชุม การทำขั้นนั้นถือเป็นโทษรุนแรง ก่อนถึงขั้นนั้นสมาชิกควรได้รับโอกาส หรือแจ้งล่วงหน้า หรือขอขมาก็ได้ ขอให้ประธานสภาวินิจฉัยและวางแนวทางด้วย

นายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ชี้แจงกรณีเชิญ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ออกจากห้องประชุมว่า อย่างน้อยที่สุด ขออนุญาตแสดงความรู้สึกเห็นใจอย่างยิ่ง กรณี พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์

ผมตัดสินใจไปโดยฝืนความรู้สึก เพราะผมกับท่านมีความผูกพันธ์ที่ดี แต่เราจะทำให้หลักการสภาฯ เสียหาย เพราะกรณีของท่าน แม้ผมไม่ได้นั่งอยู่ แต่ก็ติดตาม ท่านอภิปรายและมีข้อความที่ประธานขอให้ถอน เมื่อท่านไม่ถอน ประธานก็ใช้มาตรการตามข้อบังคับคือ ให้ออก


นายชวน ระบุว่า ไม่มีข้อกำหนดว่าให้ออกไปนานเท่าไหร่ ไม่มีข้อตกลงว่าจะกลับเข้ามาอภิปรายได้หรือไม่ ในหลักปฏิบัติ เมื่อประธานให้ออกไปแล้วก็ให้ผู้อื่นอภิปรายต่อไป เรื่องของ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ก็จบไป ส่วนนี้เป็นสิ่งที่เป็นหลักการ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะเข้ามาอภิปรายได้ก็ต่อเมื่อเป็นญัตติเรื่องอื่น

นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ผมอนุมัติให้ท่านทำเอกสารให้แสดง แต่เมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้น ผมต้องยึดหลักไว้เพื่อให้เราทุกคนไม่ตำหนิ สภาฯ เราจะเป็นที่ยอมรับของประชาชนว่าที่นี่ไม่ใช่ที่เด็กเล่น นึกจะทำอะไรก็ได้ เห็นแก่พวก ไม่ต้องนึกถึงกติกากัน


นายชวน ย้ำว่า ผมไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ นี่คือสิ่งที่ต้องการจะเรียนด้วยความเคารพและเห็นใจ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตราบเท่าที่ญัตตินี้ยังอยู่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ จะพูดประเด็นนี้ไม่ได้ แต่เมื่อเปลี่ยนญัตติแล้ว ก็จะสามารถดำเนินการต่อไปได้ ขอให้ร่วมมือกันจะต้องไม่ให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น ซึ่งส่วนนี้คือการตัดสินใจที่จำเป็นต้องรักษาหลักของสภาฯ ให้เป็นที่ยอมรับและประชาชนรู้ว่าสมาชิกรัฐสภาทำงานโดยยึดความถูกต้องชอบธรรม ไม่เอาความสัมพันธ์ส่วนตัวมาเป็นเหตุผลในการเห็นใจกัน

จากนั้น นพ.ชลน่าน กล่าวอีกว่า คำว่าญัตติตีความกว้างมาก พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ไม่มีสิทธิอภิปรายในประเด็นหลังๆ ได้เลย โดยขอให้วินิจฉัยเป็นประเด็นแต่ละครั้งไป ซึ่งนายชวน ตอบว่า หลักการก็คือการแถลงนโยบาย ประเด็นนี้ถือว่าจบแล้ว ส่วนตัวไม่ต้องการตัดสิทธิผู้ใด แต่ต้องรักษาหลักการ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากนั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ได้ลุกขึ้นยืนมาที่ไมโครโฟนกลางห้องประชุม และพูดว่า ขอประท้วงที่พูดพาดพิง แต่ประธานรัฐสภา แจ้งว่า จะประท้วงข้อบังคับข้อใด พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ ตอบไม่ได้ ประธานรัฐสภา จึงได้ให้ผู้อภิปรายคนต่อไปขึ้นอภิปราย และให้ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กลับไปนั่ง

 

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาวุ่น! "ประยุทธ์-เสรีพิศุทธ์" ปะทะคารมเดือดตัดสัมพันธ์พี่น้อง

"พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์" อภิปรายนอกสภาฯ เตรียมฟ้องอาญา "ชวน"

"ชวน" ไม่ให้อภิปรายต่อ "เสรีพิศุทธ์" ขอใช้สิทธิตามกฎหมาย

 

 

กลับขึ้นด้านบน