เตือนขี่บิ๊กไบค์ต้องมีทักษะ - ไม่ขับเร็ว

เตือนขี่บิ๊กไบค์ต้องมีทักษะ - ไม่ขับเร็ว

เตือนขี่บิ๊กไบค์ต้องมีทักษะ - ไม่ขับเร็ว

รูปข่าว : เตือนขี่บิ๊กไบค์ต้องมีทักษะ - ไม่ขับเร็ว

ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ เตือนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ต้องมีทักษะและไม่ขับเร็ว ย้ำไม่เหมาะสมกับถนนที่มีความเสี่ยงตลอด 2 ข้างทาง หลังจากเกิดอุบัติเหตุ 2 เหตุการณ์ซ้อนภายใน 1 วัน

วันนี้ (28 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่มีผู้ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ อายุ 37 ปี ซึ่งเป็นผู้บริหารค่ายเพลง "บริษัท รถไฟดนตรี จำกัด" ประสบอุบัติเหตุเสียหลักล้มเสียชีวิตบนสะพานข้ามแยกคลองตัน และอีกกรณีล่าสุด วันนี้ เมื่อเวลา 02.45 น. เกิดเหตุการณ์ชาย วัย 20 ปี ขี่รถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ข้ามทางรถไฟบริเวณปากซอยฉลองกรุง 1 และเสียหลักพุ่งชนป้ายข้างทางเสียชีวิตใกล้มหาวิทยาลัยย่านลาดกระบัง จำนวน 2 คน

นายพรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ (สคอ.) เปิดเผยว่า ต้องขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งกับผู้เสียชีวิตและครอบครัวของผู้ประสบเหตุทั้ง 2 กรณี แต่อยากฝากเตือนไปยังทุกครอบครัว โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่กำลังคิดจะใช้รถจักรยานยนต์ จริงอยู่ที่รถบิ๊กไบค์มีประมาณการใช้น้อยกว่ารถจักยานยนต์ทั่วไป แต่จำนวนรถจักรยานยนต์ที่เกิดอุบัติเหตุภาพรวมสูงถึงร้อยละ 80 ส่วนคนเดินเท้าร้อยละ10 และรถจักรยานร้อยละ 1 โดยรถบิ๊กไบค์ก็อยู่รวมในประเภทรถจักรยานยนต์นั้นอัตราการเกิดอุบัติเหตุไม่ค่อยสูงมากนัก แต่มีความร้ายแรงไม่น้อยไปกว่ารถประเภทอื่น

"บิ๊กไบค์" ไม่เหมาะกับถนนที่มีความเสี่ยงตลอด 2 ข้างทาง

ทั้งนี้ รถบิ๊กไบค์ไม่เหมาะสมกับถนนที่มีความเสี่ยงตลอด 2 ข้างทาง เนื่องจาก 1.บิ๊กไบค์มีขนาดใหญ่ ต้องการการทรงตัวสูง หากนำมาใช้ในเมืองที่มีอุโมงค์ มีสะพาน ทางโค้ง ถือว่าอันตรายมาก รถบิ๊กไบค์เหมาะสมกับถนนประเภทแยกเลน 2.การขี่รถที่ต้องใช้ความเร็วสูงไม่สามารถใช้ได้จริง เพราะถนนไม่ได้ออกแบบไว้ จะเห็นได้จากการมีราวกั้น ทางโค้ง ตลาด ไม่เหมาะกับรถบิ๊กไบค์มาใช้ 3. ต้องมีทักษะการขับขี่สูง มีความชำนาญ ผ่านการฝึกฝน และมีการใช้เบรกที่ถูกต้อง เพราะจะส่งผลต่อการทรงตัวของรถ 4.รถขนาดใหญ่ มีขนาดปริมาณซีซีมาก หากนำมาขับบนถนนที่มีขอบทาง มีกันชนที่มีระยะห่างจากถนนแค่ 1 เมตร  มีโอกาสสูงที่อุปกรณ์รถ เช่น ที่พักเท้า ที่เหยียบ ขาตั้ง จะเกี่ยวและกระแทกไหล่ทางสูงมาก ทำให้รถพลิกคว่ำได้   

ขอฝากไปยังเด็กและเยาวชน ลูกหลานทุกท่าน ที่คิดจะใช้รถจักรยานยนต์ทุกประเภท อยากให้รู้ว่าความรู้สึกของพ่อแม่ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงสตาร์ทเครื่องออกไป ให้เข้าใจว่าพ่อแม่ รักและห่วงใย อยากให้ลูกปลอดภัย และคุณในฐานะลูกได้ใส่ใจพ่อแม่มากน้อยแค่ไหน

นายพรหมมินทร์ กล่าวว่า อยากเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควบคุมและเข้มงวดให้มากขึ้น ซึ่งกฎหมายควบคุมความเร็วก็มีอยู่แล้ว แต่ยังขาดการบังคับใช้จริงจัง  หรือนำเทคโนโลยีที่ออกแบบเหมาะสมกับการตรวจจับความเร็วรถจักรยานยนต์มาบังคับใช้ร่วมกับรถใหญ่บนถนน นอกจากนี้ อยากเสนอให้ผู้ที่จะใช้รถบิ๊กไบค์ควรเป็นผู้ที่มีทักษะ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และมีอายุ 30 ปีขึ้นไป เพราะจะมีวุฒิภาวะในการตัดสินใจสูงกว่า จะทำให้เกิดความปลอดภัยในการขับขี่มากยิ่งขึ้น

 

กลับขึ้นด้านบน