บ้านริมทางก่อสร้าง พระราม 2 เผชิญหลากปัญหา

บ้านริมทางก่อสร้าง พระราม 2 เผชิญหลากปัญหา

บ้านริมทางก่อสร้าง พระราม 2 เผชิญหลากปัญหา

รูปข่าว : บ้านริมทางก่อสร้าง พระราม 2 เผชิญหลากปัญหา

พรุ่งนี้ (29 ก.ค.) รมว.คมนาคม ตรวจปัญหาก่อสร้างถนนพระราม 2 อีกรอบ หลังสั่งแก้ปัญหาครบรอบ 1 สัปดาห์

ไทยพีบีเอส สำรวจพื้นที่บริเวณแนวก่อสร้างริมถนนพระราม 2 พบบ้านประชาชนหลายหลัง อยู่ในสภาพอมฝุ่น - เสียงเครื่องรถเครื่องจักร - กลิ่นยางมะตอย ชาวบ้านวอนขอช่วยเร่งก่อสร้างหลังยืดเยื้อข้ามปี ขณะที่ ผู้ว่าราชการสมุทรสาคร เร่งแก้ 3 จุดวิกฤต บรรเทาปัญหาจราจร และฝุ่นกระทบบ้านประชาชน

 

สภาพการขยายเส้นทางถนนพระราม 2 จังหวัดสมุทรสาคร ที่ล่าช้านานนับปี จนทำให้ประชาชนคนรักพระราม 2 รวมตัวกันเมื่อสองสัปดาห์ก่อนเรียกร้องให้ฝ่ายเกี่ยวข้องแก้ปัญหา ซึ่งไทยพีบีเอสได้ติดตามนำเสนอต่อเนื่อง และในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งเป็นวันหยุดติดตามกัน 3 วัน ทีมข่าวไทยพีบีเอสลงพื้นที่สำรวจอีกครั้ง พบว่า สภาพการจราจรบนถนนพระราม 2 ติดขัดในหลายช่วง โดยเฉพาะบริเวณที่มีการก่อสร้างเป็นระยะทางยาว 11 กิโลเมตร และคลี่คลายได้คล่องตัวขึ้น เมื่อพ้นช่วงการก่อสร้าง โดแม้ก่อนถึงพื้นที่ก่อสร้างจะมีป้ายผ้าข้อความขนาดใหญ่ของกรมทางหลวงนำมาติดไว้ที่สะพานลอยคนข้ามเพื่อประชาสัมพันธ์ให้ผู้ใช้เส้นทางรับทราบแล้วก็ตาม 

 

สำหรับงานก่อสร้างถนนพระราม 2 ขณะนี้ เป็นงานก่อสร้างปรับปรุงถนนพระราม 2 เริ่มตั้งแต่ทางแยกต่างระดับบางขุนเทียน - เอกชัย ระหว่าง กม.ที่ 9+800 - กม.ที่ 21+500 ระยะทาง 11.7 กิโลเมตร มีทั้งการขยายช่องทางหลักจาก 3 ช่องจราจร เพิ่มเป็น 4 ช่องจราจร, การปรับปรุงช่องทางคู่ขนานเป็น 3 ช่องจราจร ทั้งขาเข้าและขาออก นอกจากนี้ ยังวางระบบท่อระบายน้ำใหม่, ติดตั้งระบบไฟฟ้าส่องสว่างเพิ่มเติม, ขยายสะพานข้ามคลองบางน้ำจืด, สะพานข้ามคลองคอกควาย รวมถึงสร้างสะพานกลับรถที่ กม.16 และสะพานข้ามทางรถไฟใหม่ ภายใต้งบประมาณกว่า 2,310 ล้านบาท 

 

งานก่อสร้างที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2561 และทำให้กลุ่มประชาชนคนรักพระราม 2 ต้องรวมตัวกันร้องเรียน จนนำมาสู่การแก้ปัญหาในขณะนี้ ล่าสุดไทยพีบีเอส ลงพื้นที่ติดตามสภาพชุมชนอีกครั้ง ที่ จ.สมุทรสาคร โดยพบว่าบ้านประชาชนที่อยู่ตามแนวก่อสร้าง ต้องเผชิญกับฝุ่นจำนวนมากตลอดทั้งวัน เมื่อเข้าไปพูดคุยกับ นางภรภัทร ฉัตรวุฒิเดชา มีบ้านพักอยู่ ม.2 ต.ข้อกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ซึ่งหน้าบ้านเป็นพื้นที่ก่อสร้างขยายถนน พบว่าตัวบ้านต้องปิดหน้าบ้านไว้บางส่วน เพื่อลดปัญหาฝุ่นลอยเข้าสู่ภายในตัวบ้าน รถยนต์ และถังน้ำดื่มที่อยู่ภายในตัวบ้าน มีสภาพฝุ่นเกาะ ส่วนตัวบ้านนั้นอยู่อาศัยปัจุจุบัน อยู่ต่ำกว่าพื้นถนนที่กำลังก่อสร้างใหม่

 

บริเวณหน้าบาท มีงานก่อสร้างบาทวิถี ผ่านหน้าบ้าน ทำให้นางภรภัทร ต้องเจรจากับกรมทางหลวง เพื่อขอให้เปิดทางหน้าบ้าน สำหรับนำรถเข้าออกได้ โดยสภาพปัจจุบันจากการเผชิญฝุ่นละออง และการก่อสร้างที่นานข้ามปี ทำให้เธอเห็นงานก่อสร้างที่ยือเยื้อมานาน โดยการก่อสร้างเริ่มต้นจากถนนฝั่งขาเข้า ซึ่งอยู่ตรงข้ามบ้านเธอ ทำให้การจราจรติดขัดมาก ตอนเช้าๆ การกลับรถสำหรับไปทำงานในพื้นที่ต้องยูเทิร์นไกล การก่อสร้างถนนจาก 4 เลน เหลือ 1 เลนเท่านั้น จนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมลงพื้่นที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว จึงค่อยมาเปิดทางให้ใหม่เพิ่มเติม แต่ก็อยากให้เสร็จเร็ว ซึ่งถามผู้รับเหมาว่า จะเสร็จในวันสองวันนี้ แต่ก็เชื่อว่าน่าจะใช้เวลาอีกนาน เพราะทำมาหลายปีแล้วยังไม่เสร็จซะที เคยถามผู้รับเหมาก็บอกยังไม่ได้เงินบ้าง หรือมีปัญหาส่วนอื่นบ้าง แต่ไม่แน่ใจ 

ฝุ่นมาเยอะทุกวัน เขาเอาน้ำมารดให้ ช่วยได้บ้าง แต่ไม่ทั้งหมด เวลาร้องเรียนทีก็มาจัดการให้ที 

นอกจากนี้ ต้องการใช้ช่วยติดไฟวับๆ บริเวณแนวก่อสร้าง เพราะเคยเห็นในช่วงเวลากลางคืน เกิดอุบัติเหตุบ่อย รถตกร่อง รถชนกันบ้าง ตอนนี้สิ่งที่ต้องการมากที่สุด คือการเร่งทำให้เสร็จเร็วที่สุด เพราะจริงๆ ก็รอมา 2-3 ปีแล้ว พร้อมกันนี้ นางภรภัทร ยังได้ชี้ให้ดูผดผื่นที่เกิดขึ้นกับลูกชายของเธอ ซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงที่เริ่มมีงานก่อสร้าง 

 

ด้านนางนิตยา อุไรรักษ์ ม.2 ต.ข้อกระบือ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร เปิดร้านขายของชำ ซึ่งมีงานก่อสร้างอยู่หน้าร้าน บอกเล่าว่า ต้องใช้ไม้กวาดกวาดแทบทุกชั่วโมง และถูกพื้นทุกๆ 3 ชั่วโมงเพื่อให้ฝุ่นหายไป เพราะฝุ่นลอยเข้ามาในร้านเยอะจริงๆ และเท่าที่สังเกตฝุ่นขณะนี้ลอยเยอะกว่าช่วงที่ จ.สมุทรสาคร ประกาศผลกระทบฝุ่น PM2.5 ก่อนหน้านี้อีก ตอนนี้ตื่นขึ้นมาก็ตาแดง ทั้งคันตา ทั้งรำคาญ ล้างตาบ่อยๆ ไม่ดี ลูกก็ว่าก็ต้องทน ตอนนี้ยังมีรถน้ำมารดให้บ้าง ช่วยได้ไม่มากแต่ก็ยังดีกว่าตอนไม่มี โอ้โหว..!! ตอนไม่มีนี่ผมเป็นสังกะตังเลย

 

สำหรับสภาพงานก่อสร้างเท่าที่เคยเห็น พบว่ามีการทำเป็นช่วงๆ ไม่ต่อเนื่อง เช่น ก่อนหน้านี้มีการนำแผ่นซีเมนต์มาวาง แต่พอทำได้ครึ่งปี ก็มาขุดออกแล้วก็ทำใหม่ ไม่ใช่ทำแค่ตรงหน้าบ้านที่เดียว แต่ละแวกนี้ก็ทำเหมือนกัน เมื่อถามว่าเคยคุยกับคนงานหรือไม่ว่า ทำไมถึงเสร็จช้า นางนิตยา ระบุว่า เคยคุยกันเขาเล่าให้ฟังว่า เคยถามโฟแมน 

...เขาบอกไม่มีบ้าง เปลี่ยนหัวหน้าบ่อยบ้าง คนน้อยบ้าง บางทีก่อสร้างไปแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ทางหลวงไม่ว่างมาตรวจบ้าง ก็ต้องรอกันไปเรื่อยๆ

 

เมื่อสอบถามว่าสัปดาห์ก่อน รมว.คมนาคม ลงมาตรวจพื้นที่แล้วมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมบ้างหรือไม่ นางนิตยา ระบุว่า ดีใจที่มีคนมาดูแล ที่จะมาช่วยเร่งให้ พอ รมว.คมนาคม เขามา ก็เพิ่งจะมีการถมเมื่อ 2 วันนี้เอง เมื่อก่อนนี้ก็มีทำๆ หยุดๆ กันบ้าง แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาเร่ง ตอนนี้ไม่ได้ต้องการอะไรมากกว่าไปขอให้เสร็จเร็วๆ เท่านั้นเอง เห็นเขาประท้วงกันบางทีก็อยากไปร่วมด้วยแต่ต้องขายของ เพราะทำแล้วไม่เสร็จกันซะที 

ไม่ใช่แค่บ้านเรือนริมทางก่อสร้างถนนพระราม 2 ที่ได้รับผลกระทบขณะนี้ แต่ผู้ใช้เส้นทางที่เป็นคนในพื้นที่ ซึ่งในจักรยานยนต์ และ จักรยาน เป็นพาหนะหลัก เพื่อเดินทางระหว่างบ้านพักไปโรงงาน, ตลาด, ซื้อของหรือทำธุระแถวบ้าน ยังได้รับผลกระทบจากงานก่อสร้างที่ยืดเยื้อเช่นกัน หลายคนต้องใช้เส้นทางก่อสร้าง ขับขี่สวนทางกันเอง เนื่องจากเส้นทางหลักบนถนนพระราม 2 จุดกลับรถถูกขยับออกไปไกลขึ้นจากจุดเดิมประมาณ 3 กิโลเมตร และมีความเสี่ยงหากพวกเขาต้องขับขี่ไกลขึ้น เพราะต้องเผชิญกับปริมาณรถยนต์ที่สัญจรบนถนนพระราม 2 ที่มีกว่าวันละ 2 แสนคัน และในจำนวนนี้ มีรถบรรทุกใหญ่กว่าวันละ 60,000 คัน 

ทีมข่าวพบกับ น.ส.บุญแรม แก้วก่อง อยู่ ม.1 ต.พันท้ายนรสิงห์ อ.เมือง จ.สมุทรสาคร ระหว่างขี่จักรยานยนต์ เพื่อจะไปทำงานที่โรงงานใกล้บ้านให้ข้อมูลว่า เห็นงานซ่อมๆ สร้างมาตลอด 3 ปี มีต่อเติมถนนมาต่อเนื่อง ที่ต้องขี่รถเข้ามาในเลนก่อสร้าง เพราะต้องออกมาจากซอยและไม่กล้าออกถนนใหญ่ เพราะรถเยอะ ต้องการให้ปรับปรุง ถ้าเจ้าหน้าที่คิดว่ายังจะสร้างไม่เสร็จกันซักที ก็อาจช่วยเปิดช่องทางเล็กๆ ไว้ให้กลุ่มรถจักรยานยนต์ หรือ จักรยานไว้สัญจรกัน เพราะจะออกไปเจอกับรถบรรทุกใหญ่ก็รู้สึกกลัว และตอนนี้ต้องไปกลับรถไกลมากขึ้นอีกเกือบ 3 กิโลเมตร ซึ่งมันไกลเกินไป และรู้สึกไม่ปลอดภัย 

น.ส.บุญแรม แก้วก่อง

น.ส.บุญแรม แก้วก่อง

นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับฝุ่นละอองจากงานก่อสร้าง ซึ่งขณะขึ่จักรยานยนต์ รับรู้ได้ถึงฝุ่นที่เกาะหมวดกันน็อคและปลิวเข้าหน้า แม้จะใส่หน้ากากแต่ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก ซึ่งต้องทนสภาพแบบนี้มา 3 ปีแล้ว อยากขอให้ช่วยเร่งก่อสร้างให้เสร็จเร็วขึ้นได้จะดีมาก 

ขณะที่คนขับจักรยานต์รับจ้างหลายคนให้ข้อมูลว่า ต้องการให้เร่งก่อสร้างเช่นกัน และทำทางกลับรถ หรือ ช่องทางสำหรับรถเล็กได้สัญจร เพราะไม่ต้องการขี่ย้อนศร แต่ถ้าให้ออกถนนใหญ่และกลับรถใกล้ขึ้น ก็เสี่ยงทั้งความไม่ปลอดภัย และเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

 

การติดตามความคืบหน้าปัญหาการก่อสร้าง หลังจากคนรักพระราม 2 ออกมาร้องเรียน ทำให้เมื่อวันที่ 21 กรฏาคม 2562 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อม นายถาวร เสนเนียม รมช.คมนาคม ลงพื้นที่ติดตามปัญหา โดยสั่งให้กรมทรวงและฝ่ายเกี่ยวข้องประชุมร่วมกัน โดยตั้งคณะทำงานแก้ปัญหา 1 ชุด มี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาครเป็นประธาน กลับให้สัมภาษณ์วันนั้นว่า จะกลับมาติดตามงานอีกครั้งในสัปดาห์หน้า

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 24 กรกฏาคม 2562 นายสมคิด จันทมฤก ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ประชุมนัดแรกร่วมกับหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย ตัวแทนจากกลุ่มคนรักพระราม 2, ผู้แทนจากกรมทางหลวง, หัวหน้าหน่วยที่สังกัดกระทรวงคมนาคมในระดับแขวงและจังหวัด, ตำรวจนครบาล,ตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร, ตำรวจทางหลวง,ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้เส้นพระราม 2 และตัวแทนจากจังหวัดสมุทรสาคร โดยมีข้อสรุปร่วมกัน 3 เรื่อง คือ 1.ส่วนที่เกี่ยวกับการก่อสร้าง จะเร่งรัดใน 3 จุดที่วิกฤตขณะนี้เพื่อคืนผิวจราจรให้ทันภายในเดือนกรกฎาคม หรืออย่างช้าก็กลางเดือนสิงหาคม 2562 

2. ส่วนงานบริหารการจราจร มี 2 เรื่องคือ ให้รถบรรทุกวิ่งหาทางเบี่ยงไปวิ่งถนนเพชรเกษม หรือ ถนนอื่น โดยจะประชาสัมพันธ์ให้รถบรรทุกขนาดใหญ่ให้รับทราบ โดยกรมทางหลวงรับผิดชอบ รวมถึงติดป้ายประชาสัมพันธ์ให้ข้อมูลงานก่อสร้างเพิ่มเติม อีกเรื่องคือ จำกัดช่วงเวลารถบรรทุกที่สัญจร จากเดิมไม่ได้กำหนดช่วงเวลา ก็จะกำหนดเป็นงดสัญจรในช่วงชั่วโมงเร่งด่วน เพราะแต่ละวันมีรถบรรทุกวิ่งกว่าวันละ 60,000 คัน จากปริมาณรถทั้งหมดที่สัญจรบนถนนพระราม 2 กว่าวันละ 200,000 คัน 

เรื่องที่ 3 การประชุมของคณะทำงานแก้ปัญหา จะร่วมประชุมกันทุกสัปดาห์เพื่อวางแผนงานที่ดำเนินการ และแก้ไขปัญหาในส่วนที่แก้ไขแล้วยังไม่ดีขึ้น ก็จะปรับปรุงกันเป็นระยะ โดยคณะทำงานนี้จะร่วมกันดำเนินงานไปจนกว่าโครงการจะแล้วเสร็จที่ภายในปี 2563

 

ต่อมาเมื่อวันที่ 26 กรกฏาคม 2562 นายสมคิด ได้ลงพื้นที่อีกครั้ง โดยดูสภาพหน้างานและพบว่า บริเวณถนนหน้าวัดพันท้ายนรสิงห์ ฝั่งขาออก ที่เคยเป็นคอขวด และก่อสร้าง 1 ช่องจราจร เมื่อสัปดาห์ก่อนยังไม่แล้วเสร็จ แต่จาการลงพื้นที่ครั้งนี้ พบว่าก่อสร้างเสร็จแล้ว และเปิดเส้นทางจราจรจากคอขวดให้เป็นทางเบี่ยง จะทำให้รถยนต์สัญจรได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น / ส่วนจุดก่อสร้างบริเวณถนนฝั่งขาเข้า ขณะนี้ อยู่ระหวางการราดยางมะตอยเกือบเสร็จแล้ว จากที่สัปดาห์ก่อน ทีมข่าวสังเกตเห็นว่า ไม่ไม่ได้ดำเนินการราดยางมะตอย 

และเพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด บริเวณจุดที่เลยวัดพันท้ายนรสิงห์ ขาออก ซึ่งมีจุดกลับรถที่เป็นเกือกม้า ในสัปดาห์หน้าจะเริ่มให้รถบรรทุกใหญ่ ห้ามกลับรถที่เกือกม้า แต่รถยนต์ทั่วไปใช้กลับรถได้ เพื่อบรรเทาปัญหา เนื่องจากเมื่อกลับรถเสร็จ จะลงไปเจอถนนฝั่งขาเข้าที่เป็นคอขวดและส่งผลให้การจราจรติดสะสมช่วงนี้ทั้งสองฝั่ง ส่วนรถบรรทุกใหญ่จะให้ไปใช้จุดกลับรถทางข้ามรถไฟที่อยู่เลยถัดไปประมาณ 500 เมตรแทน ซึ่งกรมทางหลวงจะต้องปรับปรุงผิวจราจรให้เรียบร้อยกว่าปัจจุบันที่มีสภาพช่องทางเล็ก และเขรอะขระ

 

และวันพรุ่งนี้ (29 กรกฎาคม 2562) เวลา 11.00 น. นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม พร้อมนายถาวร เสนเนม รมช.คมนาคม จะลงพื้นที่เพื่อติดตามปัญหางานก่อสร้างถนนพระราม 2 เป็นครั้งที่สอง 

 

กลับขึ้นด้านบน