อดีต คปร. - ไบโอไทย ช่วยติดกระดุม 5 เม็ด แนะรัฐแก้ปัญหาที่ดิน

อดีต คปร. - ไบโอไทย ช่วยติดกระดุม 5 เม็ด แนะรัฐแก้ปัญหาที่ดิน

อดีต คปร. - ไบโอไทย ช่วยติดกระดุม 5 เม็ด แนะรัฐแก้ปัญหาที่ดิน

รูปข่าว : อดีต คปร. - ไบโอไทย ช่วยติดกระดุม 5 เม็ด แนะรัฐแก้ปัญหาที่ดิน

"เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์" อดีตกรรมการปฏิรูป ชุดจัดทำข้อเสนอปฏิรูป "การจัดการที่ดิน เพื่อการเกษตร" แนะรัฐใช้แนวทางรับรองสิทธิจัดการที่ดินร่วม ด้าน "ไบโอไทย" ชี้ช่องแก้ปัญหากระดุม 5 เม็ด แก้ปัญหาการเกษตร


นายเพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ที่ปรึกษาสถาบันสิทธิมนุษยชนและสันติศึกษา มหาวิทยาลัยมหิดล อดีตกรรมการปฏิรูป (คปร.) และเจ้าของงานวิจัยเพื่อการปรับปรุงแก้ไขนโยบายกฎหมายที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนด้านที่ดินและป่า แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊ก เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ ระบุ "มาช่วยกันกลัดกระดุมเม็ดแรกให้ถูกต้อง : ประเด็นปัญหาที่ดินเกษตรกร" โดยระบุว่า ข้อมูลที่ดินทำการเกษตรในประเทศไทย ที่มีมากกว่า 150 ล้านไร่ น่าจะเพียงพอต่อเกษตรกรที่ลงทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร ปี 2561 ราว 5.8 ล้านครัวเรือน คิดค่าเฉลี่ยคร่าวๆ ที่ดินเกษตรกรพึงมีจะอยู่ที่ครัวเรือนละ 20 ไร่ ประเทศไทยจึงไม่ควรมีปัญหาที่ดินทำกิน แต่ความจริงกลับไม่เป็นเช่นนั้น

เกษตรกรกว่าครึ่ง ต้องเช่าที่ดินทำกิน เกษตรกรอีกจำนวนนับล้านครอบครัว แม้ครอบครองที่ดินและทำกินอยู่มานาน แต่ไม่มีกฎหมายรองรับ กลายเป็นผู้บุกรุกที่ดินของรัฐ ถูกไล่รื้อ จับกุมฟ้องร้องดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา ดังกรณีล่าสุด ที่เกิดกับชาวบ้าน 14 คน ของบ้านซับหวาย จ.ชัยภูมิ (ดูเพิ่ม คดีบุกรุก อช.ไทรทอง ทวงคืนผืนป่ากระทบคนจน)

 

 

นายเพิ่มศักดิ์ ระบุ ปัญหาที่ดินของประเทศไทย เป็นเรื่องการบริหารจัดการ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การวางแผนใช้ที่ดินและการจัดสรรที่ดินที่ไม่ถูกต้อง และไม่เป็นธรรม อีกทั้งความไร้ประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายเพื่อปกป้องคุ้มครองเกษตรกรให้พ้นจากการกว้านซื้อที่ดิน และการถูกยึดที่ดิน จนกลายเป็นเกษตรกรไร้ที่ทำกินมากมายทั่วประเทศ จึงมองว่า สถานการณ์ที่ดินปัจจุบันเป็นปัญหาคอขวด ซึ่งก็คือปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งโครงสร้างความคิด โครงสร้างนโยบายและกฎหมาย ที่ต้องหาทางออกให้ตรงประเด็น

 

 


เสนอรับรองสิทธิจัดการที่ดินร่วม

นายเพิ่มศักดิ์ ยกแนวทางแก้ปัญหา กรณีสิทธิของชุมชนในเขตป่าและที่ดินของรัฐ โดยมีข้อเสนอ 2 ข้อ

  1. กันเขตที่อยู่อาศัย ที่ทำกิน ให้ชุมชนจัดการกันเองในกรอบสิทธิชุมชน
  2. กันเขตป่าที่ชุมชนดูแลและใช้ประโยชน์ ในกรอบการจัดการร่วมแบบประชารัฐ เพื่อคานอำนาจให้สมดุลระหว่างรัฐ ชุมชน และท้องถิ่น หากทำได้สำเร็จ ความขัดแย้งก็จะคลี่คลายลงทันที

 

ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ อดีตกรรมการปฏิรูป (คปร.)

ดร.เพิ่มศักดิ์ มกราภิรมย์ อดีตกรรมการปฏิรูป (คปร.)

 

เมื่อความขัดแย้งเรื่องที่ดินระหว่างรัฐกับประชาชนหมดไป ประชาชนก็จะสามารถใช้ที่ดินพัฒนาอาชีพบนฐานการเกษตรและอาชีพอื่นๆ ได้อย่างหลากหลาย ตามศักยภาพและความสามารถของเขา ตลอดจนเข้าถึงโอกาสที่จะเข้าถึงการสนับสนุน และการให้บริการของหน่วยงานภาครัฐตามนโยบายรัฐบาลได้ด้วย


นายเพิ่มศักดิ์ ยังย้ำด้วยว่า ข้อเสนอข้างต้น สมาชิกรัฐสภาและฝ่ายการเมือง ต้องแสดงเจตจำนงที่มุ่งมั่น จริงจัง จริงใจ โดยทำให้เป็นวาระแห่งชาติ แม้อาจจะต้องเผชิญปัญหาอุปสรรคมากมายจากกลุ่มอิทธิพลเหนือปัญหาที่ดินทั้งหลาย แต่ผลตอบแทนกลับคืนให้กับประเทศชาติจะทวีคูณ

 

"ไบโอไทย" ช่วยรัฐบาลตอบ "พิธา" ปัญหากระดุม 5 เม็ด

ด้านเพจเฟซบุ๊ก BIOTHAI ร่วมนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาที่ดินและเกษตรกรเช่นกัน โดยระบุว่า สืบเนื่องจากแนวคิด "กระดุม 5 เม็ด" ของ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ หากไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้างและเป็นระบบ ก็ยากที่จะแก้ปัญหาเกษตรกรและภาคเกษตรกรรมได้

 

ภาพจาก : ไบโอไทย

ภาพจาก : ไบโอไทย

 

ปัญหาที่ดิน ไบโอไทย เสนอให้รัฐนำเงินงบประมาณส่วนที่ใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า เช่น การจำนำและการประกันราคาสินค้าเกษตร ปีละหลายหมื่นล้านบาทถึงแสนล้านบาท แบ่งมาใช้แก้ปัญหา เพื่อให้เกษตรกรเช่าซื้อที่ดินในราคาถูก โดยให้มีราคาไม่เกินค่าเช่าที่เกษตรกรต้องจ่ายให้เจ้าของที่ดิน 

ปัญหาหนี้สินเกษตรกร ไบโอไทย มองว่า เป็นผลพวงของปัญหาแรกและปัญหาอื่นๆ ซึ่งต้องลดปัจจัยการผลิตโดยเฉพาะปุ๋ยและสารเคมี ซึ่งมีสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของต้นทุนการผลิต และการเพิ่มนวัตกรรมการเกษตร เปลี่ยนจากเกษตรกรรมเชิงเดี่ยวที่พึ่งพาสารเคมีหรืออาหารสัตว์ มาเป็นเกษตรกรรมเชิงนิเวศ เกษตรกรรมผสมผสาน และเกษตรกรรมเชิงนวัตกรรมที่อาศัยฐานความหลากหลายทางชีวภาพ พร้อมตังข้อสังเกตว่า กลุ่มที่จะขัดขวางแนวทางนี้ คือ กลุ่มทุนเกษตรที่ใกล้ชิดกับรัฐบาล

โดยมีการยกตัวอย่าง พืชกระท่อมเพื่อการแพทย์ ที่หากทำได้ จะสามารถสร้างรายได้ปีละหลายแสนล้านบาท จากการสกัดพืชกระท่อม เพื่อนำสาร Mitragynine และ 7-Hydroxymitragynine มาใช้ในอุตสาหกรรมยาระงับปวด ทั้งนี้ ไม่นับถึงกัญชาและสมุนไพรอื่นๆ 

การพัฒนานวัตกรรม การลดละเลิกการใช้สารเคมี ต้องอาศัยการลงทุนทั้งในรูปการพัฒนาเครื่องจักรเครื่องกลทดแทนสารเคมี การสนับสนุนเกษตรกรให้เปลี่ยนจาการผลิตเชิงเดี่ยว เป็นเกษตรกรรมเชิงนิเวศ และเกษตรเชิงนวัตกรรม ซึ่งเราเสนอให้ใช้เงินเหล่านั้นจากภาษีสารเคมีกำจัดศัตรูพืช ทั้งจากภาษีนำเข้า และภาษีมูลค่าเพิ่ม 


ไบโอไทย ยังทิ้งท้ายด้วยว่า เมื่อ ดิน น้ำ และฐานทรัพยากรได้รับการฟื้นฟู ระบบเกษตรกรรมและอาหารมีความปลอดภัย สิ่งที่เรียกกว่าการท่องเที่ยวเชิงนิเวศจากเกษตรกรรมเชิงนิเวศ จึงจะสามารถเกิดขึ้นได้

 

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"พิธา" เสนอติดกระดุม 5 เม็ด นโยบายแก้ปัญหาเกษตรกร

"พีมูฟ" ชุมนุมร้องรัฐบาลใหม่เดินหน้านโยบาย 9 ด้าน

วงเสวนาชี้ "ทวงคืนผืนป่า" กระทบคนจน 

พลิกปมข่าว : ถอดรหัสนโยบาย ป่าไม้ - ที่ดิน

 

 

กลับขึ้นด้านบน