"ศรีสุวรรณ" เตรียมนำพยานคดีวัดปทุมฯ ร้องนายกฯสอบพิรุธทนาย

"ศรีสุวรรณ" เตรียมนำพยานคดีวัดปทุมฯ ร้องนายกฯสอบพิรุธทนาย

"ศรีสุวรรณ" เตรียมนำพยานคดีวัดปทุมฯ ร้องนายกฯสอบพิรุธทนาย

รูปข่าว : "ศรีสุวรรณ" เตรียมนำพยานคดีวัดปทุมฯ ร้องนายกฯสอบพิรุธทนาย

เลขาฯ สมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เตรียมนำพยานปากสำคัญคดี 6 ศพวัดปทุมฯ ร้องนายกฯ เพื่อขอความเป็นธรรม หลังถูกเพิกเฉยและขอทวงคืนเงินระดมทุนประกันตัวจำนวน 9 แสนบาทจากทีมทนาย พรุ่งนี้ (31 ก.ค.62)

วันนี้ (30 ก.ค.62) นายศรีสุวรรณ จรรยา เลขาธิการสมาคมองค์การพิทักษ์รัฐธรรมนูญไทย เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ณัฏฐธิดา มีวังปลา หรือ แหวน ซึ่งถือว่าเป็นพยานปากสำคัญในคดี 6 ศพวัดปทุมวนารามเมื่อปี 2553 เพราะขณะนั้นเป็นพยาบาลอาสาของโรงพยาบาลวชิระ ซึ่งอยู่ในเต็นท์เดียวกับผู้เสียชีวิต แต่ต่อมาถูกซัดทอดว่าเป็นผู้จ้างวานผู้ก่อเหตุให้ไปปาระเบิดลานจอดรถศาลอาญา รัชดาฯ เมื่อค่ำวันที่ 7 มี.ค.58 ก่อนศาลทหารจะให้ประกันตัวออกมาเพื่อสู้คดีเมื่อวันที่ 24 ก.ค.60 แต่ในวันเดียวกับที่ศาลทหารให้ประกันตัว ตำรวจกองปราบปรามได้รอจับกุมอยู่ด้านหน้าเรือนจำ ก่อนแจ้งข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 แล้วอายัดตัวคุมขังต่อทันทีก่อนจะได้ประกันตัวอีกครั้งในวันที่ 4 ก.ค.61 ที่ผ่านมา

ในการต่อสู้คดีของ น.ส.ณัฏฐธิดา นั้นในตอนต้นได้รับความช่วยเหลือทางสำนวนคดีจากกลุ่มของทนายเป็นอย่างดีแต่ในการขอประกันตัวต่อศาลเพื่อออกมาสู้คดีนั้น ศาลตั้งเงินประกันทั้ง 2 คดีเป็นเงิน 900,000 บาท แต่ น.ส.ณัฏฐธิดา ไม่มีหลักทรัพย์หรือเงินประกันตัว จึงได้ขอระดมทุนจากประชาชนทั่วประเทศโดยให้โอนเข้าบัญชีของกลุ่มทนาย (เพราะ น.ส.ณัฎฐธิดา ยังอยู่ในเรือนจำ) ซึ่งได้เงินบริจาคมากว่า 978,057 บาท

ในการไปศาลเพื่อต่อสู้คดีแต่ละครั้งนั้น น.ส.ณัฏฐธิดา ต้องถูกผู้พิพากษาศาลทหารเรียกไปตำหนิหน้าบัลลังก์บ่อยครั้ง เนื่องจากทนายและหรือนายประกันไม่ยอมมาศาลเพื่อลงนามเอกสารสำคัญให้ศาลเลย ซึ่งศาลได้อะลุ่มอล่วยให้มาโดยตลอด ซึ่งหากทนายหรือนายประกันทำเยี่ยงนี้ศาลแจ้งว่าอาจสั่งให้ถอนการประกันตัว น.ส.ณัฏฐธิดา ได้ ด้วยเหตุดังกล่าว น.ส.ณัฏฐธิดา จึงตัดสินใจไปกู้ยืมเงินมาประกันตนใหม่ จำนวน 1,000,000 บาท พร้อมถอนทีมทนายออกทั้งหมด เนื่องด้วยความคิดเห็นไม่ตรงกันในรูปแบบการสู้คดี และเพื่อไม่ให้เกิดความเสี่ยงในการต่อสู้คดีในอนาคตเพราะเล็งเห็นแล้วว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมและถูกเพิกเฉยจากทีมทนาย

หลังจากนั้น น.ส.ณัฏฐธิดา ได้พยายามทวงถามเอกสารทางคดีและเอกสารที่เคยฝากไว้กับทนายหลักคืนเมื่อครั้งถูกคุมขังเป็นเวลา 3 ปี 5 เดือน 18 วัน และทวงคืนเงินระดมทุนประกันตัวจำนวน 900,000 บาทที่ประชาชนทั่วประเทศได้โอนมาเข้าบัญชีทีมทนายเพื่อมาช่วย น.ส.ณัฏฐธิดา แต่ก็ได้รับการบ่ายเบี่ยงเพิกเฉยมาโดยตลอด กลับถูกนายประกันท้าให้ไปแจ้งความหากอยากได้เงินคืน น.ส.ณัฏฐธิดา จึงได้ไปแจ้งความต่อ สน.ดอนเมือง และไปร้องเป็นคดีมารยาทต่อสภาทนายความไว้ แต่การดำเนินการของสภาทนายความยังไม่มีความคืบหน้าแต่อย่างใด เกรงว่าคดีจะไม่คืบหน้าจึงได้มาร้องขอความช่วยเหลือจากสมาคมฯเพื่อให้เป็นธุระในการเรียกร้องความเป็นธรรมต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อสั่งการไปยังกระทรวงยุติธรรมและสภาทนายความ เพื่อดำเนินการตามอำนาจหน้าที่เพื่อให้ความเป็นธรรมต่อ น.ส.ณัฏฐธิดา ต่อไป โดยสมาคมฯและ น.ส.ณัฏฐธิดา จะเดินทางไปยื่นคำร้องต่อนายกรัฐมนตรีในวันพุธที่ 31 ก.ค.62 เวลา 10.00 น. ณ ศูนย์รับเรื่องร้องเรียนฯ ทำเนียบรัฐบาล (ตึก กพร.เดิม) ถ.พิษณุโลก กทม.นายศรีสุวรรณ กล่าวในที่สุด

กลับขึ้นด้านบน