จ่อผลักดัน "กัญชง" สู่ตลาดการบริโภค

จ่อผลักดัน "กัญชง" สู่ตลาดการบริโภค

จ่อผลักดัน "กัญชง" สู่ตลาดการบริโภค

รูปข่าว : จ่อผลักดัน "กัญชง" สู่ตลาดการบริโภค

ภาครัฐศึกษาร่วมกับนักวิจัย พบ "กัญชง" มีคุณประโยชน์หากจะนำไปบริโภค รวมไปถึงมีคุณสมบัติทางยาด้วย คาดปี 2563 กฎหมายจะมีการแก้ไขเพื่อรองรับการพัฒนานี้ด้วย

ลักษณะภายนอกของกัญชงจะคล้ายกับกัญชามาก แต่คุณสมบัติในการใช้ประโยชน์นั้นแตกต่างกัน แต่กัญชงก็ยังเป็นยาเสพติดให้โทษ ประเภท 5 เช่นเดียวกับกัญชา กระทั่งมีการศึกษาวิจัยพบว่า กัญชงเป็นพืชที่มีประโยชน์สูง จึงมีการประกาศกระทรวงสาธารณะสุข ยกเว้นเปลือกแห้ง แกนลำต้นแห้ง เส้นใยแห้ง และผลิตภัณฑ์ ที่ทำจากส่วนเหล่านี้ เมื่อปี 2556 ตามด้วยประกาศการขออนุญาตและอนุญาตผลิต จำหน่ายครอบครอง ซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะกัญชง บังคับใช้เมื่อปี 2560

สำหรับลักษณะของลำต้นจะขึ้นสูง ตรงเรียวยาว เติบโตสูงสุดได้ถึง 6 เมตร หากโตเต็มวัยจะมีช่อดอกออกเมล็ด

 

น.ส.สริตา ปิ่นมณี นักวิจัยสถาบันวิจัยและพัฒนาพื้นที่สูง กล่าวว่า ตลอดทั้งลำต้นของกัญชงมีประโยชน์ทั้งหมด ขณะนี้อยู่อยู่ระหว่างวิจัยสายพันธุ์ที่มี CBD สูง เพื่อใช้ทางการแพทย์ในอนาคต ส่วนเมล็ดวิจัยแล้วพบประโยชน์ทางการบริโภคมาก รอเพียงกฎหมายรองรับเท่านั้น 

ส่วนการพัฒนาส่งเสริมให้เป็นพืชเศรษฐกิจ ทำผลิตภัณฑ์ต่างๆ ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาด ปัจจุบันยังไม่แพร่หลายนัก การจำหน่ายยังอยู่ในพื้นที่ปลูก อย่างเชียงใหม่ เชียงราย เป็นส่วนใหญ่ ที่หมู่บ้านแม่สาใหม่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ มีกลุ่มที่ทำผลิตภัณฑ์จากกัญชงออกจำหน่ายสู่ตลาด โดยได้รับการสนับสนุนเมล็ดจากโครงการหลวง และต้องเก็บเกี่ยวภายใน 90 วันก่อนออกช่อดอก เมล็ด ตามกฎหมายควบคุม

พ่อหลวงเกษม ชาวบ้านแม่สาใหม่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ กล่าวว่า ในอดีตปลูกกันเอง เพราะเป็นพืชที่อยู่คู่วิถชีวิตชาวม้งมาอย่างยาวนาน แต่หลังจากมีกฎหมายควบคุม ทำให้การปลูกไม่สามารถทำได้เองมีความกังวลเรื่องกลายพันธุ์ และจะกระทบคุณภาพเส้นใยกัญชง

 

นายวิชัย ไชยมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ส. ตอบข้อกังวลนี้ ว่าการปลูกยังไม่มีแนวโน้มจะกลายพันธุ์ เพราะเป็นการแยกแปลงปลูก ตามคุณสมบัติของแต่ละสายพันธุ์ ปัจจุบันโครงการวิจัยพัฒนาบูรณาการ กัญชง ภายใต้ระบบควบคุมปลูกกัญชงในเชียงใหม่ เชียงรายรวมพื้นที่ 171 ไร่

ล่าสุดปีนี้ มีองค์การบริการบริหารส่วนตำบลคีรีราษฎร์ อ.พบพระ จ.ตาก ขออนุญาตผลิตกัญชง ประเภทใช้สอยในครัวเรือน เพื่อส่งเสริมเป็นพืชเศรษฐกิจ ทำผลิตภัณฑ์กัญชงออกจำหน่าย โดยขอปลูกบนพื้นที่รวม ประมาณ 235 ไร่ โดยมีเกษตรกร 66 ราย ปัจจุบันพบมีการรับเมล็ดพันธุ์และปลูกจริงไปแล้ว 38 ราย รวมพื้นที่ปลูก 91 ไร่ และในอนาคตกฎหมายอาจแก้ไขรองรับให้เอกชนขออนุญาตปลูกได้เอง

 

กลับขึ้นด้านบน