เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีปิดล้อมบ้านป๋าเปรม เหตุ "วีระกานต์" ป่วย

เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีปิดล้อมบ้านป๋าเปรม เหตุ "วีระกานต์" ป่วย

เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีปิดล้อมบ้านป๋าเปรม เหตุ "วีระกานต์" ป่วย

รูปข่าว : เลื่อนอ่านคำพิพากษาคดีปิดล้อมบ้านป๋าเปรม เหตุ "วีระกานต์" ป่วย

ศาลอาญาเลื่อนอ่านคำพิพากษาของศาลฎีกา คดีที่กลุ่ม นปช.รวมตัวกันไปปิดล้อมบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี เพื่อกดดันให้ลาออกจากตำแหน่ง ไปเป็นวันที่ 23 ก.ย.นี้ เหตุนายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ ป่วยรักษาตัวที่โรงพยาบาล

วันนี้ (31 ก.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท และ นพ.เหวง โตจิราการ อดีตแกนนำและแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช.เดินทางมาฟังคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีที่ถูกฟ้องว่าร่วมกันมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย ก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมืองโดยมีอาวุธ โดยเป็นหัวหน้าหรือผู้สั่งการ และเมื่อเจ้าหน้าที่สั่งให้เลิกชุมนุมแล้วไม่เลิก

คดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2550 แกนนำ นปช. และผู้ร่วมชุมนุมเดินทางจากเวทีปราศรัยที่บริเวณสนามหลวง เคลื่อนไปยังบ้านพักของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ อดีตประธานองคมนตรี ที่แยกสี่เสาเทเวศร์ เพื่อเรียกร้องกดดันให้ พล.อ.เปรม ลาออกจากตำแหน่งฯ

ศาลชั้นต้นสั่งจำคุก 4 ปี 4 เดือน แกนนำ นปช.

ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา เมื่อเดือนกันยายน 2558 จำคุกนายนพรุจ 2 ปี 8 เดือน ฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงาน ซึ่งกำลังปฏิบัติหน้าที่ฯ ส่วนนายวีระกานต์ นายณัฐวุฒิ นายวิภูแถลง และ นพ.เหวง จำคุกคนละ 4 ปี 4 เดือน ฐานมั่วสุมตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป ใช้กำลังประทุษร้าย และเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ ส่วนจำเลยอีก 2 คน ที่เป็นแนวร่วมฯ ยกฟ้อง

ระหว่างนั้นมีตำรวจเข้ามาควบคุมสถานการณ์ แต่กลุ่มผู้ชุมนุมพยายามต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ ซึ่งนายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล จำเลยที่ 1 ใช้ไม้เสาธงตีทำร้ายร่างกาย ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ นามจันทร์เจียม ที่เข้ามาควบคุมสถานการณ์ ทำให้กระดูกข้อมือแตกได้รับบาดเจ็บสาหัส

ศาลอุทธรณ์แก้โทษเหลือจำคุก 2 ปี 8 เดือน

คดีนี้ศาลอุทธรณ์ แก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น เห็นว่าจำเลยมีความผิดฐานเป็นผู้สนับสนุน ต่อสู้ขัดขวางเจ้าพนักงานขณะปฏิบัติหน้าที่ จำคุกคนละ 1 ปี และฐานมั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไปฯ จำคุกคนละ 3 ปี จำเลยให้การเป็นประโยชน์ ลดโทษให้เหลือจำคุกคนละ 2 ปี 8 เดือน ไม่รอลงอาญา แต่จำเลยยื่นขอปล่อยตัวชั่วคราวระหว่างรอคำพิพากษาศาลฎีกา

"นพรุจ" นำหลักฐานใหม่ยื่นต่อสู้ในชั้นศาลฎีกา

ขณะที่นายนพรุจ จำเลยที่ 1 ที่ถูกศาลตัดสินจำคุกฐานทำร้ายเจ้าพนักงานฯ จนได้รับบาดเจ็บสาหัส นำหลักฐานใหม่ที่ยื่นต่อสู้ในชั้นศาลฎีกา คือใบรับรองแพทย์ในการรักษาอาการบาดเจ็บของ ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ โดยแพทย์ระบุให้ ร.ต.อ.ทวีศักดิ์ พักรักษาตัวเพียง 3 วัน ในวันที่ 23-25 กรกฎาคม ซึ่งไม่เข้าข่ายบาดเจ็บสาหัส

และได้นำใบรับรองแพทย์พักรักษาตัวในโรงพยาบาลเป็นเวลา 3 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 2 กรกฎาคม ถึง 22 สิงหาคม 2550 มายื่นศาล ซึ่งเป็นการรักษาก่อนเกิดเหตุการณ์นี้ ในวันที่ 22 กรกฎาคม พร้อมยืนยันว่าไม่ได้ก่อเหตุดังกล่าวจริง และวันนั้นโบกธงอยู่บนรถยนต์ แต่ถูกกลับลากลงมาทำร้ายร่างกาย ก่อนที่จะมีสื่อต่างชาติมาช่วยชีวิตไว้ ซึ่งระหว่างสืบพยานชั้นศาลฎีกา ได้ยื่นหลักฐานนี้ต่อศาลไปแล้ว

"นพ.เหวง-ณัฐวุฒิ" พร้อมน้อมรับคำพิพากษาของศาล

 

ด้าน นพ.เหวง โตจิราการ และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จำเลยในคดีและแกนนำ นปช.ระบุว่า พร้อมน้อมรับคำพิพากษาของศาล และไม่ได้กังวลอะไร พร้อมยืนยันว่าในวันที่เกิดเหตุ เป็นการชุมนุมตามกฎหมาย โดยได้วันเกิดเหตุไม่ได้บุกเข้าไปในบ้านของ พล.อ.เปรม แต่เหตุการณ์บานปลาย จนทำให้เจ้าหน้าที่ใช้แก๊สน้ำตา ซึ่งวันนั้นได้เจรจากับรองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลแล้วว่าจะชุมนุมไม่เกินเที่ยงคืน ก่อนที่จะกลับไปที่เวทีสนามหลวง

สำหรับผลการตัดสิน จำเลยก็พร้อมน้อมรับคำตัดสินของศาล และไม่ได้กังวลอะไรเพราะก็เคยต้องโทษเข้าเรือนจำมาแล้ว พร้อมยืนยันจะไม่ยอมรับการปกครองในระบอบเผด็จการ

ทนาย "วีระกานต์" แถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดออกไปก่อน

เมื่อถึงเวลานัดหมายพบว่านายวีระกานต์ มุสิกพงศ์ จำเลยที่ 4 และนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ จำเลยที่ 5 ยังไม่ได้รับหมายนัด ประกอบกับทนายความนายวีระกานต์ แถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดออกไปก่อน เนื่องจากนายวีระกานต์ไม่สามารถเดินทางมาศาลได้ในวันนี้ มีอาการป่วย แพทย์ให้รักษาตัวตั้งแต่วันที่ 30 กรกฎาคม พร้อมยื่นใบรับรองแพทย์ ศาลจึงเห็นควรให้เลื่อยนัดออกไปเป็นวันที่ 23 กันยายนนี้ เวลา 09.00 น. ส่วนนายณัฐวุฒิ จำเลยที่ 5 ที่ไม่ได้รับหมายนัด แต่ได้เดินทางมาศาล ศาลจึงให้ลงชื่อรับทราบนัดดังกล่าว

ขณะที่นายจตุพร พรหมพันธุ์ อดีตแกนนำ นปช.เปิดเผยว่า สำหรับคดีนี้ยังมีสำนวนต่อเนื่องที่จะต้องดำเนินคดีในชั้นศาลอีก โดยมีตัวเองเป็นหนึ่งในจำเลย ซึ่งก็ต้องรอคำพิพากษาในคดีนี้เสร็จสิ้นก่อน จึงจะเริ่มสืบพยานต่อ สำหรับบริเวณหน้าศาลอาญา มีกลุ่มแนวร่วม นปช.มาให้กำลังใจกับจำเลย บางส่วนเข้าไปร่วมรับฟังผลการพิจารณาคดี และมีกำลังตำรวจของ สน.พหลโยธิน 15 นายมาร่วมดูแลความปลอดภัย

 

 

กลับขึ้นด้านบน