"พิธา" ลุยพื้นที่อีอีซี ดูปัญหากระดุมเม็ดแรก "ที่ดินทำกิน"

"พิธา" ลุยพื้นที่อีอีซี ดูปัญหากระดุมเม็ดแรก "ที่ดินทำกิน"

"พิธา" ลุยพื้นที่อีอีซี ดูปัญหากระดุมเม็ดแรก "ที่ดินทำกิน"

รูปข่าว : "พิธา" ลุยพื้นที่อีอีซี ดูปัญหากระดุมเม็ดแรก "ที่ดินทำกิน"

"พิธา ลิ้มเจริญรัตน์" พร้อม ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่รับฟังปัญหาชุมชนได้รับผลกระทบจากโครงการอีอีซี ย้ำ ไม่ขวางการพัฒนา แต่ทุกฝ่ายต้องได้ประโยชน์ร่วมกัน

วันนี้ (31 ก.ค.2562) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคอนาคตใหม่ ที่ปรึกษานโยบายด้านการเกษตรพรรคอนาคตใหม่ และรองประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญ เพื่อศึกษาถึงแนวทางแก้ปัญหาราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย นางสาวเบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และนายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ นายกิตติชัย เรืองสวัสดิ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา ลงพื้นที่ ต.เขาดิน อ.บางปะกง จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อรับฟังปัญหาจากตัวแทนชาวบ้าน สะท้อนความเดือดร้อนด้านที่ดินทำกิน 

ข้อมูลจากประชาชนในพื้นที่ ระบุ ต.เขาดิน ตั้งอยู่ในพื้นที่เกษตรกรรมชั้นดี มีความหลากหลายทางชีวภาพสูง เพราะเป็นพื้นที่น้ำเค็มจากทะเลอ่าวไทย และน้ำจืดจากแม่น้ำบางปะกงมาบรรจบกัน ประชาชนส่วนใหญ่ ประกอบอาชีพเกษตรกรรมทำนา นอกจากนี้ ยังหารายได้จากสัตว์น้ำในนาข้าวได้ด้วย และบริเวณนี้ ยังมีป่าชายเลนที่อุดมสมบูรณ์ ซึ่งเป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำที่สำคัญ จึงอยากให้ภาครัฐทบทวนนโยบายที่หวังดึงอุตสาหกรรมเข้ามาในพื้นที่ความมั่นคงทางอาหาร

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังระบุด้วยว่า มีผู้ได้รับผลกระทบจากนิคมอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ที่กำลังจะเข้ามาตั้งในพื้นที่ ตามนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรม ในพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก หรือ อีอีซี หลายร้อยครัวเรือน แม้ชาวบ้านบางส่วนจะอยู่ในสถานะผู้เช่าที่ดิน แต่ที่ผ่านมา พวกเขาอ้างว่า ไม่เคยได้รับการชี้แจงจากเจ้าของที่ ทำให้บางครอบครัวต้องสูญเสียที่ดินทำกินโดยไม่ทันตั้งตัว และปราศจากมาตรการเยียวยาที่ชัดเจนจากภาครัฐ

 

 

นายพิธา ระบุหลังรับฟังปัญหา ว่าพรรคอนาคตใหม่เห็นด้วยกับการสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศ ด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุน แต่การพัฒนาต้องทำให้ทุกฝ่ายได้ประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะพื้นที่ ต.เขาดิน ที่เห็นชัดเจนว่ามีต้นทุนด้านทรัพยากรที่หลากหลาย มีความจำเป็นต้องพิจารณาว่าจะทำอย่างไร ให้การพัฒนาเกิดขึ้นโดยดึงเอาศักยภาพของพื้นที่มาส่งเสริมให้เป็นเกษตรอัตลักษณ์ และสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นจริง เพื่อให้การพัฒนานั้นเป็นไปอย่างเหมาะสม 

 

ก็จะมี ส.ส.ของพื้นที่รับฟังประชาชน ประสานกับท้องถิ่นและเอกชนในพื้นที่ ส่วนผมจะประสานงานกับภาคกระทรวง และภาคเอกชน หากสามารถจะพูดคุยกันได้ แล้วดูว่ามีวิธีที่จะดูแลอย่างไรได้ เมื่อมีการพัฒนาที่ disruption เกิดขึ้น ก็จะมีความขัดแย้ง พวกนี้เป็นเรื่องธรรมดา แต่มันก็ควรเกิดการพูดจากัน ยืนยันตรงนี้ว่า เราไม่ได้ต่อต้านอย่างเดียว เรามาพยายามขอให้เกิดการพูดคุยกัน

 

นายพิธา ยังย้ำอีกว่า สิ่งที่เกิดขึ้น กำลังส่งผลกระทบต่อกระดุมเม็ดแรก คือ เรื่องที่ดินที่ทำกิน และจะส่งผลให้การใช้ชีวิตประชาชนจากนี้เกิดความยากลำบาก ดังนั้น บทบาทหน้าที่ของผู้แทนราษฎร จึงคาดหวังให้เกิดการพูดคุยหาทางออกจากทุกฝ่าย เพื่อหาจุดร่วมการพัฒนา ที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ตามที่รัฐบาลได้ให้คำมั่นสัญญาเอาไว้

 

 

 

 ข่าวที่เกี่ยวข้อง

"พิธา" เสนอติดกระดุม 5 เม็ด นโยบายแก้ปัญหาเกษตรกร

เครือข่ายภาคตะวันออก เดินหน้าคัดค้านผังเมืองอีอีซี

จับตาทิศทาง "อีอีซี" ในนโยบายรัฐบาล

 

 

กลับขึ้นด้านบน