สทนช.คาด "พายุวิภา" ช่วยเติมน้ำ 4 เขื่อนใหญ่

สทนช.คาด "พายุวิภา" ช่วยเติมน้ำ 4 เขื่อนใหญ่

สทนช.คาด "พายุวิภา" ช่วยเติมน้ำ 4 เขื่อนใหญ่

รูปข่าว : สทนช.คาด "พายุวิภา" ช่วยเติมน้ำ 4 เขื่อนใหญ่

สทนช.ประเมินอิทธิพลพายุวิภา ที่ทำให้มีฝนตกหนักในเขตภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จะส่งผลดีช่วยเติมน้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ เช่น เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล เขื่อนศรีนครินทร์ และเขื่อนวชิราลงกรณ์ พร้อมเร่งปรับแผนเก็บกักน้ำ

วันนี้ (1 ส.ค.2562) นายสำเริง แสงภู่วงค์ รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจ กล่าวว่า ศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจได้ติดตามและประเมินสถานการณ์พายุโซนร้อนวิภา บริเวณเกาะไหหลำ ประเทศจีน ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลาง 65 กม.ต่อ ชม. เคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 20 กม.ต่อชั่วโมง

คาดว่าในวันที่ 2 ส.ค.นี้ พายุนี้จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน ส่งผลทำให้บริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลันน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่ เชียงราย พะเยา น่าน 

คาดการณ์วันนี้ จะมีฝนตกหนักภาคเหนือ และอีสานตอนบนบริเวณ จ.เชียงราย พะเยา น่านแพร่ อุตรดิตถ์ เลย เพชรบูณ์ หนองบัวลำภู อุดรธานี หนองคาย บึงกาฬ นครพนม สกลนคร มุกดาหาร อำนาจเจริญ ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี

 

ภาพ:เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

ภาพ:เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

 

นอกจากนี้แนวโน้มช่วงวันที่ 2-3 ส.ค.นี้ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ ฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยปริมาณฝน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา มีฝนตกหนักมากบริเวณ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย อ.ปง อ.จุน จ.พะเยา อ.ท่าวังผา อ.ปัว อ.สันติสุข จ.น่าน

ขณะที่ปริมาณฝนสะสม 3 วันสูงสุด บริเวณ อ.ป่าแดด จ.เชียงราย 218 มม. อ.ปง จ.พะเยา 162 มม. อ.บ่อเกลือ 190 อ.ปัว 214 จ.น่าน ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใต้ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจ ได้มีการแจ้งเตือนน้ำหลากและดินโคลนถล่มในพื้นที่ จ.น่าน 6 หมู่บ้าน จ.พะเยา 4 หมู่บ้าน การเตรียมพร้อม จ.เชียงราย 1 หมู่บ้าน จ.น่าน 93 หมู่บ้าน จ.พะเยา 9 หมู่บ้าน จ.แพร่ 2 หมู่บ้าน และ เฝ้าระวัง จ.เชียงราย 11 หมู่บ้าน จ.แพร่ 3 หมู่บ้าน จ.น่าน 28 หมู่บ้าน

ภาพ:เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

ภาพ:เฟซบุ๊กประชาสัมพันธ์จังหวัดน่าน

อิทธิพลพายุวิภา ช่วยเติมน้ำในเขื่อนใหญ่ 

นายสำเริง กล่าวว่า  อิทธิพลของพายุนี้ จะทำให้เกิดฝนตกบริเวณแนวปะทะลมหน้าเขา ซึ่งจะส่งผลดีทำให้มีน้ำไหลเข้าเขื่อนขนาดใหญ่ กลาง และเล็กในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้มากขึ้น และคาดการณ์ปริมาณน้ำไหลลงอ่างสะสม 3 วันล่วงหน้า พบว่า มีแนวโน้มปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ เพิ่มขึ้นอาทิ เขื่อนสิริกิติ์ 27 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนภูมิพล 10 ล้าน ลบ.ม.เขื่อนศรีนครินทร์ 35 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนวชิราลงกรณ์ 48 ล้าน ลบ.ม.เป็นต้น

โดยศูนย์อำนวยการน้ำเฉพาะกิจจะมีการติดตามแนวโน้มปริมาณฝนไหลเข้าอ่าง เพื่อปรับแผนการเก็กกักน้ำในแหล่งน้ำต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันสถานการณ์น้ำในแหล่งน้ำขนาดใหญ่ที่มีปริมาณน้ำน้อยน้อยกว่า 30% ของความจุมีทั้งสิ้น 21 แห่ง และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 5 แห่ง ได้แก่ เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชล เขื่อนห้วยหลวง หนองหาร เขื่อนสิรินธร เขื่อนขุนด่านปราการชล

ส่วนขนาดกลาง 162 แห่ง แบ่งเป็น ภาคเหนือ 31 แห่ง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 110 แห่ง ภาคตะวันออก 12 แห่ง ภาคกลาง 7 แห่ง และภาคใต้ 2 แห่ง ขณะที่สถานการณ์น้ำในแม่น้ำทุกภาคของประเทศ แม่น้ำสายหลักระดับน้ำอยู่ในสภาวะน้ำน้อย แต่เนื่องจากมีมีฝนตกสะสมในบางพื้นที่ ส่งผลให้น้ำในลำน้ำสายหลักบางสายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น อาทิ แม่น้ำปิง แม่น้ำวัง แม่น้ำยม แม่น้ำน่าน อ.ชุมแสง จ.นครสวรรค์ แม่น้ำชี 

 

 



กลับขึ้นด้านบน