"คลัง" แนะนักลงทุนอย่าตระหนก เหตุป่วนเมืองปัจจัยระยะสั้น

"คลัง" แนะนักลงทุนอย่าตระหนก เหตุป่วนเมืองปัจจัยระยะสั้น

"คลัง" แนะนักลงทุนอย่าตระหนก เหตุป่วนเมืองปัจจัยระยะสั้น

รูปข่าว : "คลัง" แนะนักลงทุนอย่าตระหนก เหตุป่วนเมืองปัจจัยระยะสั้น

กระทรวงคลัง เตือนนักลงทุนอย่าตระหนก ชี้เหตุป่วนเมืองปัจจัยระยะสั้น พร้อมเตรียมแผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เผยต่างชาติทั้งมูดี้ส์ และฟิทช์ เรทติ้งส์ มองเศรษฐกิจเชิงบวก

วันนี้ (2 ส.ค.2562 ) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภาวะการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ในวันนี้ หลังจากเปิดตลาด ดัชนีร่วงกว่า 18 จุด ก่อนจะไหลลงต่อเนื่องเป็นกว่า 20 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ร่วงลง ช่วงเที่ยงนี้ปิดที่ 1,678.79 จุด ลดลง 20.96 จุด มูลค่าการซื้อขาย 40,977.92 ล้านบาท จากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ซึ่งสหรัฐฯ ขู่จะขึ้นภาษีจีนครั้งใหม่ ขณะที่ยังได้รับแรงกดดันจากเหตุระเบิดป่วนพื้นที่กรุงเทพฯ หลายจุดในช่วงเช้าที่ผ่านมา


นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีเหตุการณ์ระเบิดหลายจุดเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมามองว่า เป็นเหตุการณ์สร้างความวุ่นวาย แต่ขอให้นักลงทุน ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แม้จะกระทบตลาดหุ้นบ้างในช่วงนี้ พร้อมหารือกับผู้บริหารตลาดทุน ให้ติดตามอย่างใกล้ชิด และยังกำชับผู้บริหารกระทรวงคลังทุกหน่วยงานช่วยกันดูแล ความปลอดภัยทั้งทรัพย์สินและบุคลากร โดยเชื่อมั่นฝ่ายความมั่นคงจะดูแลสถานการณ์ได้ จึงเชื่อมั่นว่าจะไม่กระทบกับความเชื่อมั่นของนักลงทุนมากนัก

 


กระทรวงการคลัง จึงร่วมกับสำนักงบประมาณเตรียมเสนอมาตรการดูแลเศรษฐกิจช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อดูแลฐานรากทั้งรายย่อย ภาคเกษตรให้มีความเข้มแข็ง และเตรียมแผนการรองรับความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยต้องเร่งประเมินความเสี่ยงและโอกาสในการเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน รวมทั้งมาตรการเร่งรัดให้เกิดการลงทุน ขณะที่การจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2563 เมื่อต้องปรับกรอบงบขาดดุล จาก 450,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 469,000 ล้านบาท ต้องปรับแผนรองรับในการหารายได้ที่เหมาะสมเข้ารองรับการขาดดุล

 


นายลวรณ แสงสนิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เมื่อเศรษฐกิจกำลังฟื้นตัวไปได้ดีไม่อยากให้เกิดเหตุวุ่นวายเข้ามาอีก หลายฝ่ายจึงต้องช่วยกันดูแลรักษาบรรยากาศการลงทุน เพราะผู้ไม่หวังดีให้เกิดความวุ่นวายมีเป้าหมายเพื่อปั่นป่วนความมั่นคง เพราะขณะนี้ไทยยังต้องเผชิญกับเศรษฐกิจโลกมีปัญหา โดยเฉพาะสงครามเศรษฐกิจจีน-สหรัฐฯ ยังต้องปรับดูแลแผนติดตามอย่างใกล้ชิด เชื่อมั่นว่าเมื่อรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในเร็วๆ นี้ จะดูแลเศรษฐกิจท้ายปีได้

กลับขึ้นด้านบน