เปิดใจภรรยา ว่าที่ ร.ต.สุพล นักปั่นเชียงใหม่

เปิดใจภรรยา ว่าที่ ร.ต.สุพล นักปั่นเชียงใหม่

เปิดใจภรรยา ว่าที่ ร.ต.สุพล นักปั่นเชียงใหม่

รูปข่าว : เปิดใจภรรยา ว่าที่ ร.ต.สุพล นักปั่นเชียงใหม่

เปิดใจภรรยานักปั่นสันทรายที่รอดชีวิตจากอุบัติเหตุนักศึกษาเมาซิ่งชนดับ 3 ศพเมื่อ 4 ปีก่อน แต่เพิ่งมาถูกรถยนต์ชนดับ ระบุสามีรักการขี่จักรยานเท่าชีวิต ต้องปั่นทุกวัน ๆ ละเกือบร้อยกิโลเมตร รับสุดเสียใจ แต่ทำใจและให้อภัยคู่กรณี

วันนี้ (2ส.ค.62) จากกรณีผู้ใช้โซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะกลุ่มนักปั่นจักรยานต่างโพสต์แสดงความเสียใจและไว้อาลัยให้กับ ว่าที่ ร.ต.สุพล ตาสิงห์ อายุ 60 ปี สมาชิกของชมรมเสือสันทรายเชียงใหม่ ที่เสียชีวิตจากอุบัติเหตุถูกรถยนต์ชนบนถนนเชียงใหม่-สันทราย (สายเก่า) หน้าเทศบาลตำบลสันทรายหลวง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ เมื่อช่วงเช้าวันที่ 27 ก.ค.62 ที่ผ่านมา โดยมีคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงจุดเกิดเหตุที่สามารถบันทึกภาพขณะเกิดเหตุได้บางส่วน ซึ่งว่าที่ ร.ต.สุพล เป็น 1 ใน 2 นักปั่นที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและรอดชีวิต

จากเหตุการณ์ที่เป็นข่าวครึกโครมเมื่อปี 2558 กรณีที่นักศึกษาสาวมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่งในจ.เชียงใหม่ เมาแล้วขับรถยนต์จนเกิดอุบัติเหตุชนนักปั่นจักรยาน บนถนนเชียงใหม่-ดอยสะเก็ด อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ ช่วงเช้าวันที่ 3 พ.ค.2558 ทำให้นักปั่นเสียชีวิต 3 คน และ บาดเจ็บสาหัส 2 คน

 

ครอบครัวของว่าที่ ร.ต.สุพล ได้จัดงานศพที่บ้านพักในตำบลสันทรายหลวง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างโศกเศร้า มีผู้แวะเวียนมาแสดงความเสียใจอย่างต่อเนื่อง และมีผู้นำพวงหรีดมาร่วมแสดงความอาลัยจำนวนมาก ในจำนวนนั้นมีของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ด้วย

นางวาสนา ตาสิงห์ อายุ 58 ปี บอกว่า แต่งงานอยู่กินกับผู้ตายมา 34 ปี และมีลูกสาวด้วยกัน 1 คน จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังเสียใจมาก เพราะไม่คาดคิดมาก่อน แต่ก็ทำใจได้ในระดับหนึ่ง เพราะเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงใดๆ ได้ รวมทั้งคิดเสียว่าอย่างน้อยสามีไปสบายแล้ว และได้เสียชีวิตจากการทำสิ่งที่รัก คือ การปั่นจักรยาน

นางวาสนาเล่าว่า ว่าที่ ร.ต.สุพล ชื่นชอบและรักการปั่นจักรยานมากเป็นชีวิตจิตใจ เห็นได้จากภาพถ่ายทุกภาพที่ปั่นจักรยาน จะมีแต่รอยยิ้ม โดยจะออกจากบ้านไปปั่นจักรยานออกกำลังกายทุกวัน วันละเกือบร้อยกิโลเมตร ซึ่งที่ผ่านมาครอบครัวเป็นห่วงมากว่าจะเกิดอุบัติเหตุ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสเมื่อ 4 ปีที่แล้ว

หลังจากนั้นได้พยายามขอร้องให้เลิก แต่หลังรักษาตัวจนหายดีเป็นปกติแล้ว ว่าที่ ร.ต.สุพล ก็กลับไปปั่นจักรยานตามเดิม และครอบครัวไม่อยากห้ามปราม เพราะเห็นว่าเป็นสิ่งที่ว่าที่ ร.ต.สุพล รักมาก ได้แต่คอยบอกว่าให้ระมัดระวังด้วยความเป็นห่วง

 

ในวันที่เกิดเหตุนั้น นางวาสนา บอกว่า ช่วงเช้าตรู่ ว่าที่ ร.ต.สุพล ได้นำจักรยานออกจากบ้านไปปั่นตามปกติ โดยต่อมาไม่นานหลังจากที่ว่าที่ ร.ต.สุพล ออกจากบ้านไปได้มีผู้มาแจ้งที่บ้านว่า เกิดอุบัติเหตุทำให้ว่าที่ ร.ต.สุพล เสียชีวิต ซึ่งตอนแรกยอมรับว่าเสียใจ และตกใจมากจนทำอะไรไม่ถูก อย่างไรก็ตามเวลานี้แม้เสียใจ แต่ทำใจยอมรับได้มากขึ้นแล้ว

ส่วนคู่กรณีที่เป็นคนขับรถยนต์ชนนั้น เบื้องต้นหลังเกิดเหตุเท่าที่ทราบไม่ได้หลบหนีและรอมอบตัวกับตำรวจ รวมทั้งได้ติดต่อมาแสดงความเสียใจแล้ว และมาร่วมงานศพของสามีเมื่อคืนวานนี้ (30 กรกฏาคม) พร้อมกราบขอขมาศพและครอบครัว โดยอ้างว่าในช่วงที่เกิดเหตุหลับใน จนทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ได้เมา

ซึ่งโดยส่วนตัวรวมทั้งทางครอบครัวให้อภัยและไม่ติดใจใดๆ เพราะทราบดีว่าเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และเป็นเหตุการณ์ที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงแก้ไขใดๆ ได้แล้ว นอกจากอยากจะฝากเตือนทั้งคนขับรถและคนปั่นจักรยานให้ระมัดระวัง ไม่ประมาท เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก

ส่วนการรับผิดชอบค่าเสียหายต่างๆ นั้น ยังไม่มีการพูดคุยกับทางคู่กรณี แต่ทางคู่กรณี ได้แสดงเจตนาแล้วว่า จะบวชหน้าศพ เพื่อแสดงความสำนึกผิด และอุทิศส่วนกุศลให้กับสามีของตน ในพิธีพระราชทานเพลิงศพ วันที่ 4 ส.ค.นี้

 

พ.ต.อ.สุรพงษ์ บุญยืน ผก.สภ.สันทราย บอกว่า ตำรวจดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมาตามกฎหมาย และให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ว่า ส.ต.ต.ชายณรงค์ ผาทอง อายุ 30 ปี คนขับรถยนต์ ที่ชนผู้เสียชีวิต จะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเหมือนกัน แต่การตรวจวัดแอลกอฮอล์ พบมีปริมาณแอลกอฮอล์ในร่างกาย 140 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

เบื้องต้นได้มีการแจ้งข้อกล่าวหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย และ เตรียมแจ้งข้อกล่าวหา เมาแล้วขับจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นเสียชีวิต ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 3-10 ปี ปรับ 6 หมื่น ถึง 2 แสนบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ

กลับขึ้นด้านบน