"นายกรัฐมนตรี" ยังไม่ใช้กฎหมายพิเศษคุมระเบิดป่วนกรุง

"นายกรัฐมนตรี" ยังไม่ใช้กฎหมายพิเศษคุมระเบิดป่วนกรุง

"นายกรัฐมนตรี" ยังไม่ใช้กฎหมายพิเศษคุมระเบิดป่วนกรุง

รูปข่าว : "นายกรัฐมนตรี" ยังไม่ใช้กฎหมายพิเศษคุมระเบิดป่วนกรุง

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สรุปสถานการณ์ระเบิดป่วนทั่วกรุง 5 พื้นที่รวม 9 จุด ลั่นไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อน เร่งขยายผลคาดเชื่อมโยงกลุ่มเก่า อาจต้องการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล แต่ยังไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ เพิ่มความเข้มงวดคุมสถานที่สำคัญ

วันนี้ (2 ส.ค.2562) เมื่อเวลา 15.00 น.พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีเหตุระเบิดหลายจุดในกรุงเทพมหานครว่า ฝ่ายความมั่นคงตรวจสอบแล้ว พบมี 5 พื้นที่ รวม 9 จุด สถานการณ์ที่เกิดขึ้นและมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นสิ่งรับไม่ได้ ไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อน อยากฝากไว้ให้พวกเราช่วยกันคิดว่าเราจะมีวิธีการอย่างไรที่จะรับมือสถานการณ์ที่เกิดขึ้น

การให้ตำรวจหรือเจ้าหน้าที่ทำงานเพียงอย่างเดียวคงไม่พอต้องแก้ปัญหาอย่างองค์รวม ฝากประชาชนช่วยกันแจ้งเหตุด้วยการส่งภาพหลักฐานเพิ่มเติมจากกล้องซีซีทีวีของ กทม.

กรณีพบระเบิดปลอมที่ป้ายสำนักงานตำรวจแห่งชาติ สามารถจับกุมผู้ต้องสงสัย 2 คน ขออย่าเพิ่งเร่งสรุป ให้คิดว่า 5 ปีที่ผ่านมาไม่มีเหตุการณ์ แต่เกิดขึ้นช่วงนี้ที่มีผู้นำต่างประเทศมาร่วมประชุมในไทย ขณะนี้อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลว่าจะมีความเชื่อมโยงกับสถานการณ์ใดบ้าง โดยจะเทียบเคียงกับเหตุระเบิดที่เคยเกิดขึ้นในอีดตตั้งแต่ปี 2548 ,2553 และ 2558

หลายอย่างเชื่อมโยงกลุ่มเก่า ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง แต่เชื่อว่าอาจเป็นไปได้ว่าต้องการลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

 

ยังไม่ใช้กฎหมายพิเศษ-คุมเข้มทุกพื้นที่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอสื่อมวลชนอย่าเพิ่งขยายความ ให้ผู้ที่เกี่ยวข้องทำหน้าที่ก่อน ทุกวันนี้รัฐบาลได้รับการยอมรับจากต่างประเทศ แม้ว่าใครจะไปพูดอะไรก็ตาม ก็อยากให้รัฐบาลได้ทำหน้าที่สื่อสารต่อไป หลายประเทศก็ไม่ได้รังเกียจไทย ถ้าเราไม่ทำลาย หรือพูดจาให้เสียหายกันเอง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่ ทำให้จับกุมผู้ต้องสงสัยได้ 2 คน จะบอกว่าเชื่อมโยงหรือไม่ ตอบไม่ได้ แต่เวลาใกล้เคียงกัน ส่วนตำรวจจะไม่พอใจตนเองไม่มีหรอก เราทำงานด้วยกันมาหลายปีแล้ว รู้จักและไว้ใจกัน ใครที่ทำนั้นถือว่าเป็นคนที่ใช้ไม่ได้จริง ๆ

ยืนยันไม่ต้องใช้กฎหมายพิเศษ เพราะใช้กฎหมายปกติอยู่แล้ว แต่เพิ่มมาตรการเข้มงวดขึ้นในสถานที่ราชการ สถานที่เชิงสัญลักษณ์ ที่จัดการประชุมส่วนการจับกุมผู้ก่อเหตุนั้น มั่นใจว่าเจ้าหน้าที่ดำเนินการเต็มที่

ผู้สื่อข่าวต่างประเทศ ถามนายกรัฐมนตรีว่า ผู้ก่อเหตุมุ่งให้ภาพลักษณ์ไทยเสียหายหรือไม่ นายกฯ ตอบว่า มุ่งหวังประเด็นภาพลักษณ์ด้วย เนื่องจากอยู่ระหว่างการประชุมอาเซียน เราต้องเข้มแข็งและดูแลให้ดีที่สุด ไม่ให้คนไม่ดีมีที่ยืนในสังคมไทย

ตั้งทีมสางปมเชื่อมโยงระเบิดป่วนกรุง 

ขณะที่ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ได้สั่งการตั้งชุดเฉพาะกิจคลี่คลายคดี โดยให้พล.ต.อ.ชัยวัฒน์ เกตุวรชัย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นหัวหน้าชุด และใช้ทีมสืบสวนเดียวกันกับคดีระเบิดที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า และเหตุระเบิดที่แยกราชประสงค์

เบื้องต้น การตรวจสอบพบว่ามี 2-3 จุดเชื่อมโยงกัน เพราะมีส่วนประกอบของระเบิดคล้ายกัน แต่ยังต้องรอผู้ชำนาญการตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง เชื่อมั่นว่าผู้ก่อเหตุเป็นกลุ่มเดิม แต่ใช้คนรุ่นใหม่ที่ไม่มีประวัติเป็นผู้ก่อเหตุ

 

ส่วนผู้ต้องสงสัย 2 คนที่จับได้เห็นว่าผู้ต้องสงสัยเชื่อมั่นว่าจะหลบหนีการจับกุมของตำรวจไปได้ จึงไปเปลี่ยนชุด และซื้อตั๋วรถทัวร์หลบหนี ขณะนี้อยู่ระหว่างตรวจสอบว่าเชื่อมโยงกับกลุ่มที่ก่อเหตุที่หัวหินหรือไม่

ผมเชื่อว่าผู้ต้องสงสัยคิดว่าเขาหนีรอดแล้ว เพราะซื้อตั๋วที่ขนส่งและพ้นเขตกรุงเทพฯ ไปแล้ว แต่ข้อเท็จจริงไม่ใช่ ย้ำว่าน้อยมากที่ผู้ต้องหาจะไม่ทิ้งร่องรอยไว้ มีการเปลี่ยนชุดหลายครั้งในแต่ละจุด ซึ่งเขาไม่รู้หรอกว่าเขาพลาดตรงจุดไหน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

กทม.ตั้งศูนย์ติดตามเหตุป่วนเมือง สั่ง ปภ.เตรียมพร้อม 24 ชั่วโมง

"คนการเมือง" โพสต์โซเชียลฯ ประณามระเบิดป่วนกรุง

เข้ม รปภ.ทำเนียบฯ 24 ชม.หลังเกิดเหตุระเบิดหลายจุด

 

กลับขึ้นด้านบน