แล้งยังวิกฤตชาวนาแย่งสูบน้ำเข้านา

แล้งยังวิกฤตชาวนาแย่งสูบน้ำเข้านา

แล้งยังวิกฤตชาวนาแย่งสูบน้ำเข้านา

รูปข่าว : แล้งยังวิกฤตชาวนาแย่งสูบน้ำเข้านา

ชาวนาในพื้นที่ท้ายน้ำจังหวัดอ่างทองระดมเครื่องสูบน้ำสูบน้ำจากคลองชลประทานเข้านา หลังข้อตกลงแบ่งพื้นที่ใช้น้ำไม่ได้ผลเกษตรกรพื้นที่ต้นน้ำแย่งสูบน้ำก่อน ขณะที่สุพรรณบุรีนาข้าวกว่า 160,000 ไร่ มีแนวโน้มอาจรอดแล้วหลังมีการประสานขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำ เร่งสูบ

เมื่อวันที่ 2 ส.ค.62 ชาวนาใน ต.ห้วยคันแหลน อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง นำเครื่องสูบน้ำจำนวน 50 เครื่อง พร้อมท่อสูบน้ำยาวกว่า 100 เมตร มาติดตั้งเพื่อสูบน้ำจากคลองชลประทานห้วยอีเขียว ลงสู่คลองย่อยเพื่อให้ชาวนาสูบน้ำเข้าที่นาเพื่อหล่อเลี้ยงข้าวกว่า 12,000 ไร่ ที่ใกล้ยืนต้นตาย

 นายดิเรก พัดชีวา แกนนำชาวนา เปิดเผยถึงสาเหตุที่ต้องระดมเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำเข้านา เพราะเป็นพื้นที่ท้ายน้ำ ซึ่งตามแผนการบริหารจัดการน้ำจะได้สิทธิ์สูบน้ำจากคลองชลประทานก่อน แต่ปรากฏว่าเกษตรกรในพื้นที่ต้นน้ำไม่ทำตามข้อตกลงมีการสูบน้ำไปใช้ก่อนจนน้ำในคลองชลประทานเกือบแห้งขอดจนชาวนาในพื้นที่ท้ายน้ำไม่สามารถนำน้ำเข้านาได้

 

นายดิเรก กล่าวด้วยว่า ต้องการให้กรมชลประทานบริหารจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นไม่เช่นนั้นอาจเกิดปัญหาการแย่งน้ำในพื้นที่เร็วๆ นี้

 

ล่าสุดที่ ต.โพธิ์ม่วง อ.สามโก้ ซึ่งห่างจากต.ห้วยคันแหลน ประมาณ 5 กม. ชาวนาหลายคนระดมเครื่องสูบน้ำมาสูบน้ำเข้านาแล้วเช่นกัน

ส่วนที่ จ.สุพรรณบุรี มีการประสานขอสนับสนุนเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่จากจังหวัดนครปฐมเข้ามาติดตั้งที่ประตูระบายน้ำคลองมะขามเฒ่า-อู่ทอง เพื่อสูบน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาในโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพลเทพ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท ส่งให้ชาวนาในจ.สุพรรณบุรีได้มีน้ำใช้หล่อเลี้ยงข้าวที่ปลูกไว้กว่า 164,000 ไร่แล้ว

ขณะที่ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี สถานการณ์ภัยแล้งบรรเทาลงหลังจากมีฝนตกลงมาในพื้นที่บ้างแล้ว ทำให้ชาวนาหลายคนเร่งทำนาหลังจากต้องเว้นระยะมานานหลายเดือน เพราะปัญหาขาดแคลนน้ำ

กลับขึ้นด้านบน