ร้อง ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินแชร์ลูกโซ่ MONIFINEX

ร้อง ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินแชร์ลูกโซ่ MONIFINEX

ร้อง ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินแชร์ลูกโซ่ MONIFINEX

รูปข่าว : ร้อง ปปง.ตรวจสอบเส้นทางการเงินแชร์ลูกโซ่ MONIFINEX

ผู้เสียหาย ร้อง ปปง. อ้างถูกหลอกให้ร่วมลงทุนแชร์ลูกโซ่ MONIFINEX ในระบบ Ai Trade ผ่านตลาดค้าสกุลเงินดิจิทัลและจ่ายเงินด้วยบิตคอยน์ สุดท้ายปิดบริษัทหนี รวมความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท

วันนี้ (2 ส.ค.2562) กลุ่มผู้เสียหายกว่า 50 คน ยื่นหลักฐานร้องเรียนต่อ สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. อ้างถูกหลอกให้ร่วมลงทุนแชร์ลูกโซ่ MONIFINEX  ในระบบ Ai Trade ผ่านตลาดค้าสกุลเงินดิจิทัลและจ่ายเงินด้วยบิตคอยน์ สุดท้ายปิดบริษัทหนี รวมความเสียหายกว่า 200 ล้านบาท


นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช ประธานสมาพันธ์ต่อต้านแชร์ลูกโซ่แห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนแทนผู้เสียหาย นำหลักฐานการโอนเงินและรายชื่อผู้เสียหายกว่า 2,730 คน ไปร้องทุกข์กับ นางจำรัส คชประดิษฐ์ รักษาราชการแทนเลขานุการกรม ปปง. เพื่อให้มีการตรวจสอบเส้นทางการเงินและอายัดทรัพย์สินผู้ที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนกับ MONIFINEX

 

นายฐิติพงษ์ นาวี หนึ่งในผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 2562 มีบุคคลเข้ามาชักชวนอ้างว่าเป็นนักเทรดเงินดิจิทัลได้มาแนะนำตัว Platform ใหม่ ในการเทรดเงินดิจิทัลชื่อ MONIFINEX บริษัทจดทะเบียนที่ประเทศอังกฤษ ถ้าลงทุน 10,000 USD หรือ ประมาณ 3.3 แสนบาท ได้ผลตอบแทนวันละประมาณ 6,000 บาท ผู้เสียหายหลงเชื่อและร่วมลงทุนไป 330,000 บาท ผู้เสียหายได้รับเงินปันผลจนถึงวันที่ 10 ก.ค. 2562 และหยุดจ่ายเงินปันผล โดยอ้างว่าจะสามารถถอนได้วันที่ 31 ธันวาคม แต่ไม่ได้ระบุว่าปีไหน และก็ติดต่อไม่ได้อีกเลย


จากการตรวจสอบพบว่า  MONIFINEX  ไม่มีบริษัทจริงที่ประเทศอังกฤษ  แต่มาเปิด Platform ใหม่ ชื่อ MONIFINEX Mining  ซึ่งบริษัทอ้างว่า มีกิจการเหมืองขุดบิทคอยน์เพื่อทำกำไรให้กับสมาชิก แต่จนถึงวันนี้ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าบริษัทมีระบบขุดบิทคอยน์จริงหรือไม่ จึงเข้าแจ้งเรื่องกับกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI เมื่อวันที่ 23 ก.ค. 2562 ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลและหลักฐานทั้งหมด

 


นางจำรัส คชประดิษฐ์ รักษาราชการแทนเลขานุการกรม ปปง. กล่าวว่า จะนำเรื่องร้องเรียนเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบพยานและหลักฐานของผู้เกี่ยวข้องก่อน ขณะเดียวกันขอฝากไปยังประชาชน อย่าหลงเชื่อบุคคลใดก็ตามที่ชักชวนไปลงทุนที่ผิดกฎหมาย แม้แต่บุคคลใกล้ชิด พ่อแม่ ญาติพี่น้องก็ตาม เนื่องจากบุคคลดังกล่าว อาจหลงกลมิจฉาชีพในรูปแบบต่างๆ และเชื่อว่าจะได้รับผลประโยชน์ที่สูง จึงพยายามหาเงินไปลงทุนเพิ่ม ควรสอบถามไปยังหน่วยงานราชการต่างๆ ก่อนที่จะลงทุน และหากพบเห็นบุคคลใดเกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด สามารถแจ้งสายด่วน ปปง. 1710

 

 

กลับขึ้นด้านบน