"ชิงไห่" ทะเลสาบน้ำเค็มใหญ่สุดในจีน

"ชิงไห่" ทะเลสาบน้ำเค็มใหญ่สุดในจีน

"ชิงไห่" ทะเลสาบน้ำเค็มใหญ่สุดในจีน

ทะเลสาบชิงไห่ ทะเลสาบน้ำเข็มขนาดใหญ่ที่สุดของจีน อยู่ในมณฑลชิงไห่ เนื้อที่ประมาณ 4,500 ตร.กม. เป็นอุทยานอนุรักษ์ธรรมชาติทำอย่างเข้มข้น จนมีพื้นที่ชุ่มน้ำเพิ่มขึ้น นกน้ำมีสายพันธุ์เพิ่มขึ้น และพื้นที่มนุษย์เข้าใช้ไม่เปลี่ยนแปลง

รูปข่าว : "ชิงไห่" ทะเลสาบน้ำเค็มใหญ่สุดในจีน

ผู้เขียนเดินทางไปประเทศจีนครั้งนี้ ในฐานะหนึ่งในสื่อมวลชนไทย ที่ได้รับเชิญจากสื่อของจีน คือ China Report ASEAN และ China International Publishing Group หรือ CIPG เพื่อให้ไปชมสถานที่ที่สำคัญด้านการอนุรักษ์ ทั้งอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม และมรดกทางธรรมชาติ และ “ทะเลสาบชิงไห่” คือสถานที่ที่คณะเดินทางไปดูงานด้านการอนุรักษ์มรดกทางธรรมชาติของจีน

มณฑลชิงไห่ ประเทศจีน เป็นพื้นที่ที่มีทรัพยากรธรรมชาติสมบูรณ์ ทั้งแร่ธาตุ พื้นที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ทำปศุสัตว์ได้ดี รวมถึงเป็นแหล่งต้นกำเนิดของแม่น้ำสำคัญ 3 สาย คือแม่น้ำเหลือง แม่น้ำแยงซีเกียง และแม่น้ำโขง หรือ หลานชาง

สัมผัสแรก หลังออกจากสนามบิน พบว่า มณฑลชิงไห่ มีภูมิประเทศเป็นภูเขา หุบเขา อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลรวมๆ ทั้งมณฑลประมาณ 3,000 เมตร สถานที่ท่องเที่ยวที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวไปเที่ยวมากที่สุดของมณฑลนี้ คือ ทะเลสาปชิงไห่ ทะเลสาปน้ำเค็มขนาดใหญ่ที่สุดของจีน

ซีหนิง คือเมืองหลวงของมณฑล การไปเยี่ยมชมทะเลสาปชิงไห่ คณะออกเดินทางจากเมืองซีหนิงไปประมาณ 150 กิโลเมตร ระหว่างทางทุ่งหญ้าสีเขียวผืนใหญ่ ตัดกับสีของผักกาดก้านข้าว พืชดอกสีเหลืองสด เมื่อบวกกับอากาศเย็นสบาย ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวอดใจไม่ได้ที่จะจอดแวะถ่ายรูปเป็นที่ระลึก 

 

และพักเหนื่อยด้วย แคนตาลูป หวานๆ ผลไม้โดดเด่นของที่นี่ รสชาติหวานอร่อยมาก จนคณะจากประเทศไทย ชมไม่ขาดปาก และซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน

ในที่สุด ก็เดินทางมาถึงทะเลสาปชิงไห่ แทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่า นี่คือผืนน้ำที่เป็นทะสาปกว้างใหญ่สุดสายตา ถ้านั่งรถรอบทะเลสาป ระยะทางประมาณ 360 กิโลเมตร ในทะเลสาบ ยังมีเกาะเล็กๆ 2 เกาะอยู่ในทะเลสาบด้วย

 

ทะเลสาบชิงไห่ เกิดขึ้นได้อย่างไร

ทะเลสาบชิงไห่ เกิดจากการเคลื่อนตัวของเปลือกโลก และบริเวณนี้กลายเป็นแอ่งยุบตัว แหล่งน้ำที่อยู่ใกล้เคียง จึงไหลมารวมกันที่นี่ พื้นดิน มีแร่ธาตุหลายชนิด โดยเฉพาะมีโซเดียมสูงจึงทำให้เค็มจากธรรมชาติ จุดเด่นอีกอย่างของที่นี่ คือมีน้ำไหลเข้าอย่างเดียว ไม่เคยไหลไปภายนอก

คุณค่าของทะเลสาบชิงไห่

สหประชาชาติ จัดให้ทะเลสาบชิงไห่ เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำแหล่งสำคัญของโลก ช่วงหน้าหนาวอากาศจะหนาวจัดมากถึง -30 องศา จนทะเลสาบกลายเป็นน้ำแข็ง นักท่องเที่ยวซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนจีนเดินทางมาเที่ยวที่นี่เฉลี่ยวันละ 17,000 คน เดินทางมาจากมณฑลต่างๆ และจำนวนไม่น้อย มาที่นี่เป็นครั้งแรก

 

มีการจัดการพื้นที่ ออกแบบให้นักท่องเที่ยวสามารถทำกิจกรรมได้หลายอย่าง เช่น แพถีบ ขึ้นบอลลูนชมวิว ขี่จักรยาน และด้วยอาณาเขตติดกับทิเบต จึงมีหลายๆ จุด ที่ให้นักท่องเที่ยวสัมผัสบรรยากาศ มีโรงแรมเกือบ 40 หลัง หลายราคา ให้นักท่องเที่ยวเลือกพักค้างคืน ราคาสูงสุดประมาณ 2,600 หยวน และถูกที่สุด 1,600 หยวน ช่วงฤดูร้อน และฤดูใบไม้ร่วง โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม ทัศนียภาพที่นี่จะสวยงามมาก บางวัน ทะเลสาปมีหลายสี จนถูกเรียกว่า "ทะเลสาป 7 สี"

 

 

นายซุนเจี้ยนชิง เจ้าหน้าที่ฝ่ายอนุรักษ์นกป่าเล่าให้ผู้เขียนฟังว่า ทะเลสาปชิงไห่ ได้รับเลือกให้เป็นอุทยานอนุรักษ์ธรรมชาติ ตั้งแต่ปี 1997 มาตรการอนุรักษ์ทำอย่างเข้มข้น ส่งผลให้นกกลุ่มนกน้ำเพิ่มขึ้นจาก 65 ชนิด เป็น 95 ชนิดซึ่งถือว่าเพิ่มขึ้นจำนวนมาก พื้นที่ชุ่มน้ำมีเพิ่มขึ้น ในขณะที่พื้นที่มนุษย์เข้าใช้ประโยชน์แทบไม่มีความเปลี่ยนแปลง

ด้วยขนาดเนื้อที่ผิวน้ำ 4520 ตารางกิโลเมตร การอนุรักษ์พื้นที่ที่นี่ จึงประกอบด้วยหลายส่วน เช่นพื้นที่ชุ่มน้ำบริเวณรอบๆ ทะเลสาบ ซึ่งเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่สำคัญระดับโลก เป็นพื้นที่อุทยานอนุรักษ์ธรรมชาติ ซึ่งทั่วประเทศจีนมีอยู่ 474 แห่ง ถึงแม้ว่าได้รับการประกาศให้เป็นอุทยานอนุรักษ์ธรรมชาติในปี 1997 แต่การอนุรักษ์ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่ปี 1975 โดยการตั้งจุดสำรวจบริเวณเกาะนก กิจกรรมที่สามารถทำได้ มีทั้งการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สัมผัสธรรมชาติ กิจกรรมวิจัยและการศึกษาดูงาน

 

ทะเลสาบชิงไห่ยังมีจุดเด่นตรงที่การอนุรักษ์นกป่า เป็นจุดแวะพักที่สำคัญสำหรับนกที่อพยพมาจากเอเชียตะวันตกกับตะวันออก เนื่องด้วยความพิเศษของลักษณะอากาศและภูมิประเทศที่หลากหลาย ทำให้พื้นที่นี้มีความหลากหลายทางชีวภาพค่อนข้างสูง เฉพาะนก มีมากถึง 225 ชนิด

ผลสำเร็จของการอนุรักษ์ สะท้อนให้เห็นจากการเพิ่มขึ้น 3 ด้านและลดลง 3 ด้าน คือการเพิ่มขึ้นของเนื้อที่พื้นที่ชุ่มน้ำ ปริมาณออกซิเจนและความหลากหลายทางชีวภาพ พื้นที่ดินดาน ผืนทรายและดินเปลือยลดลง ส่วนพื้นที่มนุษย์เข้าใช้ประโยชน์แทบไม่เปลี่ยนแปลง

ปัจจุบันทะเลสาบชิงไห่เริ่มเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง เริ่มมีชื่อเสียงในฐานะแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ และธรรมชาติที่สวยงาม คุณซุนเจี้ยนชิง ยังบอกด้วยว่า คาดหวังว่าจะมีผู้คนอีกมากมายได้ตระหนักรู้ ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และการพัฒนาพื้นที่แห่งนี้ รวมถึงมาท่องเที่ยวที่นี่เพิ่มขึ้น

 

ทะเลสาบชิงไห่ ถือได้ว่าเป็นภาพสะท้อนการดูแลสถานที่ท่องเที่ยว พร้อมไปกับงานอนุรักษ์ที่จีนจริงจัง จนทำให้ทะเลสาปชิงไห่ได้รับการยอมรับ และขนานนามว่า เป็นมงกุฎของการท่องเที่ยวแห่งมณฑลชิงไห่

 

วรลักษณ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้สื่อข่าวไทยพีบีเอส

กลับขึ้นด้านบน