"ประยุทธ์" ชวน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

"ประยุทธ์" ชวน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

"ประยุทธ์" ชวน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

รูปข่าว : "ประยุทธ์" ชวน 7 กลุ่มเสี่ยงฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่

นายกรัฐมนตรี รณรงค์ฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ หลังกระทรวงสาธารณสุขพบ 7 เดือนแรก ผู้ป่วยกว่า 211,551 คน เสียชีวิต 16 คนโดยแนะประชาชน 7 กลุ่มเสี่ยงเข้าฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดความรุนแรง และภาวะแทรกซ้อนจนถึง 31 ส.ค.นี้

วันนี้ (6 ส.ค.2562) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นำทีมแพทย์เข้าฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เพื่อเชิญชวนประชาชนกลุ่มเสี่ยงเข้ารับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดความรุนแรงและภาวะแทรกซ้อน โดยเฉพาะช่วงนี้อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย มีฝนตกในหลายพื้นที่ และสลับกับอากาศร้อน อาจทำให้ประชาชนเจ็บป่วยได้ง่าย

โดยระหว่างการฉีดวัคซีนป้องกันปอดอักเสบ พล.อ.ประยุทธ์ ได้กล่าวกับพยาบาลที่กำลังฉีดให้ ว่า “มีวัคซีนป้องกันโรคการเมืองไหม เบื่อเหลือเกิน” ซึ่งเมื่อนายกฯ พูดจบประโยค ทำให้ทุกคนในห้องส่งเสียงหัวเราะกันอย่างครื้นเครง

ทั้งนี้ สถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปีนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-30 ก.ค.ที่ผ่านมา พบผู้ป่วย 211,551 คน เสียชีวิต 16 คน ผู้ป่วยส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มอายุ 10-14 ปี รองลงมา 7-9 ปี และ 25-34 ปี ส่วนจังหวัดที่พบผู้ป่วยสูงที่สุด 5 อันดับแรก ได้แก่ ระยอง กรุงเทพมหานคร จันทบุรี เชียงใหม่ และนครปฐม 

ภาพ:กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ:กระทรวงสาธารณสุข

 

ทั้งนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้จัดบริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยง 7 กลุ่ม ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ 6 เดือน ถึง 2 ปี  ผู้ที่มีโรคเรื้อรัง ได้แก่ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง หอบหืด หัวใจ หลอดเลือดสมอง ไตวาย ผู้ป่วยมะเร็งที่อยู่ระหว่างได้รับเคมีบำบัดและผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ที่มีอายุ 65 ปีขึ้นไป ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้  ผู้ป่วยธาลัสซีมีย ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ ผู้ที่มีโรคอ้วน น้ำหนักตัวมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือค่าดัชนีมวลกาย (BMI) มากกว่า 35 กิโลกรัมต่อตารางเมตร โดยรับบริการที่สถานบริการสาธารณสุขของรัฐใกล้บ้าน ตั้งแต่บัดนี้จนถึง 31 ส.ค.นี้

 

ภาพ:กระทรวงสาธารณสุข

ภาพ:กระทรวงสาธารณสุข

 

 

กลับขึ้นด้านบน