เปิดปม : วงจรลวงขายรถ

เปิดปม : วงจรลวงขายรถ

เปิดปม : วงจรลวงขายรถ

รูปข่าว : เปิดปม : วงจรลวงขายรถ

การซื้อขายโอนกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์คันหนึ่งสะท้อนการปลอมแปลงเอกสาร สร้างหลักฐานเท็จประกอบการโอน หลังจากนายทะเบียนขนส่ง จ.เชียงใหม่ พบพิรุธการใช้เอกสารปลอม ทั้งที่เจ้าของรถเสียชีวิตไปกว่า 20 ปี

ตามหานายสมชาย ทองงาม 

รถจักรยานยนต์ยี่ห้อเวสป้าคันหนึ่ง ถูกซื้อขายเปลี่ยนมือมาแล้วไม่น้อยกว่า 4 ครั้ง โดยมีชื่อนายสมชาย ทองงาม อายุ 77 ปี จดทะเบียนเป็นเจ้าของรถที่ จ.เชียงใหม่ตั้งแต่เดือนกันยายน 2524   กระทั่งเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา มีผู้ซื้อคนล่าสุด ติดต่อซื้อรถจักรยานยนต์คันนี้จากชายวัยเกือบ 30 ปีที่ จ.แพร่ ผ่านทางเฟซบุ๊กในราคา 8 หมื่นบาท

ขั้นตอนการโอนกรรมสิทธิ์ถูกชะลอไว้ หลังจากนายทะเบียนสำนักงานขนส่ง จ.เชียงใหม่ พบพิรุธในสำเนาบัตรประชาชนของนายสมชาย ทองงาม แม้มีสัญญาซื้อขายพร้อมหลักฐานการโอนครบถ้วน แต่ผู้ซื้อคนล่าสุดกลับไม่สามารถโอนกรรมสิทธิ์เป็นผู้ครอบครองรถได้

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนเจ้าของรถ เป็นหนึ่งในเอกสารสำคัญประกอบการโอน
กรรมสิทธิ์ระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ

กรณีรถจักรยานยนต์คันนี้ พบว่า เจ้าของรถจักรยานยนต์เดิมคือ นายสมชาย ทองงาม เกิดวันที่ 7 พฤศจิกายน 2485 ที่อยู่ตามบัตรประชาชนระบุว่า อยู่ที่ ต.สันนาเม็ง อ.สันทราย จ.เชียงใหม่ ออกบัตรเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม 2555 และ บัตรหมดอายุวันที่ 20 ธันวาคม 2564

 

จากการลงพื้นที่เพื่อหาข้อเท็จจริงจากน้องชายของนายสมชายตามที่อยู่ที่บ้านหลังนี้ ได้ข้อมูลว่า พี่ชายคือนายสมชาย ทองงาม เสียชีวิตไปนานกว่า 20 ปี สอดคล้องกับข้อมูลที่ได้จากลูกสาวของนายสมชายที่ยืนยันว่า พ่อของเธอเสียชีวิตตั้งแต่เดือนมีนาคม 2536 ขณะอายุ 51 ปี ที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งใน จ.เชียงใหม่ โดยมีใบมรณบัตรที่ออกโดยสำนักทะเบียนท้องถิ่นเทศบาลนครเชียงใหม่เป็นหลักฐานสำคัญ

 

สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ครอบครัวเกิดข้อกังขาว่า เหตุใดชื่อของนายสมชาย ทองงาม ที่เสียชีวิตไปนานถึง 26 ปี กลับยังมีความเคลื่อนไหวทางธุรกรรม ทั้งทางเอกสารและข้อมูลของกรมการปกครอง

แกะรอยกลลวงขายรถ

นายอดุลย์ ฮวกนิล นายอำเภอสันทราย ค้นหาข้อมูลของนายสมชาย ทองงาม พบว่า ยังมีชื่อของเขาอยู่ในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร 

เมื่อตรวจสอบกับผู้ใหญ่บ้าน พบว่า มีการแจ้งตายหลังจากนายสมชาย เสียชีวิต แต่คาดว่า ญาติไม่ได้มาดำเนินการจำหน่ายชื่อผู้ตายออกจากทะเบียนบ้าน จึงยังมีชื่อค้างอยู่ในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร

นายอำเภอสันทราย คาดว่า รูปถ่ายบนบัตรประจำตัวประชาชน และข้อมูลส่วนบุคคลของนายสมชาย เมื่อปี 2535 ซึ่งเป็นปีที่นายสมชายทำบัตรประชาชนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนเสียชีวิต น่าจะถูกนำมาจัดวางบนบัตรประชาชนรูปแบบใหม่ โดยเปลี่ยนแปลงตัวเลขวันที่ออกบัตรและวันหมดอายุ เพื่อตบตาเจ้าหน้าที่

 

สิ่งผิดปกติสำคัญที่พบคือ ข้อมูลที่ปรากฎในบัตรประชาชนล่าสุด ระบุว่า ออกในปี 2555 ซึ่งนายสมชายเสียชีวิตไปก่อนหน้านี้เกือบ 20 ปี อีกทั้งหากนายสมชายยังมีชีวิตอยู่ในปี 2555 เขาจะมีอายุ 70 ปี ข้อมูลบนบัตรประชาชนจะต้องระบุวันหมดอายุว่า ตลอดชีพ ไม่ระบุวัน เดือน ปีหมดอายุ ให้เป็นข้อพิรุธเช่นนี้

 

จากการนำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไปสอบถาม นายณรงค์ ทองคำ ในฐานะทนายความ ได้ข้อมูลว่า แม้ผู้ขายอ้างว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการปลอมแปลงเอกสาร เพราะมีอาชีพจับรถซื้อมาขายไป แต่ในทางกฎหมาย ความผิดเกิดขึ้นระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ กรณีนี้ผู้ขายคนล่าสุดจึงถือว่า เป็นผู้ใช้เอกสารปลอม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 268

ส่วนนายวรพจน์ ขันทะยา หัวหน้างานทะเบียนรถจักรยานยนต์ สำนักงานขนส่งจังหวัดเชียงใหม่ บอกว่า การใช้เอกสารปลอมเพื่อซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์รถเป็นคดีอาญา แต่การโอนกรรมสิทธิ์รถจักรยานยนต์ยี่ห้อเวสป้าคันนี้ ยังสามารถดำเนินการต่อได้ โดยให้ผู้จัดการมรดกของนายสมชาย ทองงาม เป็นผู้ทำการโอนกรรมสิทธิ์รถให้ผู้ซื้อ

ข้อมูลจากสำนักคดีความมั่นคง กรมสอบสวนคดีพิเศษ ระบุว่า วิธีการนี้เป็นการตัดต่อสำเนาเพื่อขายรถ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาที่เกี่ยวข้องกับคดีความมั่นคง ความผิดลักษณะนี้ไม่ใช่การสวมสิทธิ์บัตรประชาชน เนื่องจาก รูปแบบการสวมสิทธิ์นั้น รูปใบหน้าต้องเปลี่ยนไปให้ตรงกับบุคคลที่ต้องการสวมสิทธิ์เพื่อนำไปใช้ทำธุรกรรมทางราชการ

กลับขึ้นด้านบน