"พล.อ.ประยุทธ์" ขอโทษ ครม.ปมถวายสัตย์ปฏิญาณ

"พล.อ.ประยุทธ์" ขอโทษ ครม.ปมถวายสัตย์ปฏิญาณ

"พล.อ.ประยุทธ์" ขอโทษ ครม.ปมถวายสัตย์ปฏิญาณ

รูปข่าว : "พล.อ.ประยุทธ์" ขอโทษ ครม.ปมถวายสัตย์ปฏิญาณ

นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม มอบนโยบายเร่งด่วนให้กับผู้บริหารระดับสูงทุกกระทรวง ขอโทษ ครม.ในประเด็นคำกล่าวถวายสัตย์ปฎิญาณ พร้อมรับผิดชอบเพียงคนเดียว

วันนี้ (8 ส.ค.62) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มอบนโยบายเร่งด่วนและนโยบายที่สำคัญของรัฐบาลให้กับผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศ โดยออกตัวก่อนการมอบนโยบายว่าเป็นไข้หวัดแต่ใจนั้นเกินร้อย ก่อนที่จะเล่าถึงการลงพื้นที่ จ.ยะลา เมื่อวานนี้ (7 ส.ค.62) ว่าได้เห็นถึงความคืบหน้าการพัฒนาในพื้นที่ภาคใต้ได้เห็นรอยยิ้มของคนในพื้นที่และความมีน้ำใจ

นายกรัฐมนตรี ยังกล่าวว่า รัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่สำคัญโดยส่วนตัวนายกรัฐมนตรีขอรับผิดชอบเพียงคนเดียวโดยยอมรับว่ามีความเป็นห่วงว่าจะทำอย่างไรที่จะให้ทำงานได้และหวังให้ทุกคนได้ทำงานต่อไป อย่างไรก็ตามต้องศึกษารัฐธรรมนูญว่าเขียนไว้อย่างไร แต่รัฐบาลยังทำหน้าที่อยู่พร้อมขอโทษบรรดารัฐมนตรี เพราะถือว่าได้ทำอย่างเต็มที่แล้ว

พล.อ.ประยุทธ์ ยังกล่าวเน้นผู้บริหารส่วนราชการให้นำนโยบายรัฐบาลไปปฎิบัติได้จริงและต้องเร่งสร้างการรับรู้ให้กับประชาชน และขอให้ลืมอดีตที่ผ่านมา แม้มีปัญหามามาก แต่วันนี้ถือว่าประเทศเป็นประชาธิปไตยแล้ว ขอให้ลืมเรื่องเก่าแยกแยะประเด็นที่พูดและไม่ควรพูด

ขณะเดียวกันวันนี้ได้คนดีเข้ามาทำหน้าที่ขอให้รัฐมนตรีใหม่ได้พิสูจน์ฝีมือ ต้องให้เกียรติซึ่งกันและกัน ส่วนตัวรู้สึกมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับรัฐมนตรีชุดนี้ แม้จะผ่านเวลามาไม่นาน ก็เห็นถึงความตั้งใจในการทำงาน พร้อมฝากถึงพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคฝ่ายค้าน ต้องคำนึงถึงประชาชนเป็นหลัก

นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม ยังชี้แจงเรื่องระบบภาษี การเงิน การคลังของประเทศ ที่ล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงินมีมติให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงร้อยละ 0.25 ต่อปี มาอยู่ที่ร้อยละ 1.5 ต่อปี จากเดิมร้อยละ 1.75 ซึ่งเมื่อดำเนินการไปแล้วก็จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ การคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ เพราะทั้งภาคเอกชน ธุรกิจขนาดเล็ก ต้องปรับตัวอย่างไร ในการเตรียมการรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นเพราะถือเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก

ส่วนเรื่องการจัดเก็บภาษีนั้นถือว่าทุกคนมีส่วนรวมในการเสียภาษี โดยให้ศึกษาระบบการเสียภาษีของประเทศจีนที่เป็นประเทศใหญ่ มีช่องทางในการค้าขาย และพัฒนาการค้า พร้อมยืนยันว่า รัฐบาลนี้การเงินการคลังยังมีความเข้มแข็งกองทุนสำรองต่างๆ มีสูง แต่ไทยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับเศรษฐกิจโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง ส่วนเศรษฐกิจมหภาค ต้องทำให้ดีต่อเนื่องเพราะเป็นห่วงโซ่ไปจนถึงคนระดับล่าง เพื่อให้ทุกกิจกรรมเกิดประโยชน์กับทุกคน 

ท้ายสุด นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ตั้งแต่แถลงนโยบายรัฐบาลยอมรับว่าได้ปรับตัว ไม่ดุดันแล้วเนื่องจากมีความสุขที่ได้ทำงานร่วมกับรัฐมนตรีทุกคน ที่ถือว่าเป็นเพื่อร่วมงาน และขอให้ขอให้ราชการต้องให้ความร่วมมือในการทำงาน เพื่อให้มีประสิทธิภาพและดูแลซึ่งกันและกัน และหวังว่า ทุกคนจะเข้าใจในเจตนารมณ์ของตนเองที่จะเป็นผู้นำพาทุกคนเดินหน้าประเทศไปให้ได้เพราะการทำงานคนเดียวไม่สามารถทำได้

การมอบนโยบายของนายกรัฐมนตรี ยังได้ไล่เรียงนโยบายรัฐบาลทั้งด้านสาธารณสุข การท่องเที่ยว การรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ การเกษตร และทรัพยากรน้ำ

นอกจากนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ รองนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี ชี้แจงแนวทางการปฎิบัติตามนโยบายรัฐบาลที่สำคัญเฉพาะด้าน

กลับขึ้นด้านบน