อพยพเด็กเล็กหนี ไฟป่าพรุควนเคร็ง

อพยพเด็กเล็กหนี ไฟป่าพรุควนเคร็ง

อพยพเด็กเล็กหนี ไฟป่าพรุควนเคร็ง

รูปข่าว : อพยพเด็กเล็กหนี ไฟป่าพรุควนเคร็ง

ครูและเด็กต้องอพยพด่วน ไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช ลุกลามเข้าใกล้ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเนินธัมมัง อ.เชียรใหญ่

วันนี้ (9 ส.ค.2562) ไฟป่าด้านหลังศูนย์พัฒนาเด็กเล็กบ้านเนินธัมมัง อ.เชียรใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช กลับมาลุกไหม้อีกครั้งทำให้ครูและเด็กเล็กกว่า 20 คน เตรียมอพยพ หลังจากวานนี้ไฟได้ลุกลามมาถึงป่าพรุบริเวณด้านหลังโรงเรียนทำให้ครูและเด็กต้องหนีอย่างจ้าละหวั่น

ครู เล่าว่า ไฟที่ลุกไหม้อย่างรวดเร็วทำให้ต้องหนีเอาชีวิตรอด และแม้ว่าวันนี้จะเปิดเรียนตามปกติแต่เด็กๆ ก็มาโรงเรียนน้อยกว่าครึ่งหนึ่ง เพราะผู้ปกครองไม่มั่นใจ และหากช่วงเที่ยงถึงบ่ายหากไฟกลับมาลุกลามหนักก็จำเป็นต้องปิดเรียนเพื่อความปลอดภัยของเด็ก 

 

ซากงูที่นอนตายในป่าพรุควนเคร็ง จ.นครศรีธรรมราช หลังไฟที่ไหม้ป่าพรุได้ลุกลามกินพื้นที่ป่าใน ต.การะเกด อ.เชียรใหญ่ สะท้อนให้เห็นระบบนิเวศที่ถูกทำลายเป็นวงกว้างจากไฟที่ไหม้ป่าครั้งนี้ เช่นเดียวกับต้นเสม็ดขาวที่ถูกไฟไหม้ล้มเป็นแนวยาวและยืนต้นตาย

เช่นเดียวกับพืชเศรษฐกิจอย่างต้นกระจูดและย่านลิเภาที่ไช้เครื่องจักรสานถูกไฟไหม้เสียหายไปบางส่วน แม้ว่าเจ้าหน้าที่ชุดดับไฟป่าจะพยายามเข้ายับยั้งไฟที่ลุกไหม้ให้อยู่ในวงจำกัดแต่การควบคุมเป็นไปได้ยาก เพราะไฟที่ติดใต้พรุบวกกับสภาพอากาศที่ร้อนจัดและลมพัดแรง ทำให้ไฟกลับมาลุกไหม้อีกครั้ง

 

ขณะที่ปฎิบัติการผันน้ำเข้าสู่พรุและการดับไฟป่า ซึ่งใช้น้ำสายหลักจากคลองพระราชดำริ หรือ คลองชะอวด-แพรกเมือง ต่อเนื่องมานานกว่า 10 วัน ทำให้ปริมาณน้ำในคลองลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะน้ำส่วนหนึ่งถูกสูบและผันเข้าสู่ป่าพรุควนเคร็งเพื่อสร้างความชุมชื่นให้ป่า และสร้างแหล่งน้ำให้เจ้าหน้าที่ไว้ใช้สำหรับดับไฟ ทำให้เห็นร่อยรอยแนวดินจากตลิ่งในบางช่วงที่มีความตื่นเขิน ซึ่งก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ กรมชลประทาน ยืนยันว่า ปริมาณน้ำในคลองชะอวด-แพรกเมืองเพียงพอที่จะผันน้ำเข้าดับไฟในป่าพรุ และจะไม่กระทบต่อผู้ใช้น้ำด้านล่าง

 

ส่วนการแก้ปัญหาผลกระทบจากไฟไหม้ป่าพรุควนเคร็ง โดยเฉพาะสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน เช่น สายไฟฟ้า และสายส่งสัญญาณโทรศัพท์ ที่เสียหายจากไฟไหม้ป่า เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังเข้าซ่อมแซมเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน รวมถึงป้องกันแนวเขตไฟไม่ให้ลุกลามจนสร้างความเสียหายเพิ่มเติมแก่จุดกระจายไฟ  

ไฟไหม้ป่าพรุควนเนียง ยังไม่คลี่คลาย

เช่นเดียวกับสถานการณ์ไฟไหม้ป่าพรุทุ่งบางนกออก ต.ควนโส อ.ควนเนียง จ.สงขลา ยังอยู่ในสภาวะวิกฤต โดยตลอดทั้งวันของเมื่อวานนี้ (8 ส.ค.) พบว่า ลมกระโชกแรงทำให้เกิดไฟไหม้ป่าและลุกลามเข้าสู่พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านที่อยู่ติดกับแนวเขตป่า โดยเฉพาะพื้นที่หมู่ 4 และหมู่ 8 ของ ต.ควนโส

 

เจ้าหน้าที่ชุดควบคุมไฟป่า ทหารมณฑลทหารบกที่ 42 ค่ายเสนาณรงค์ รวมถึงเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา ระดมกำลังเข้าดับไฟ โดยมีประชาชนคอยเฝ้าระวังอยู่ริมถนน เนื่องจากเกรงว่าสะเก็ดไฟจะถูกกระแสลมพัดข้ามถนนเข้าไปไหม้ในพื้นที่ชุมชน

นายเชาวลิตร นิฒรรัตน์ หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดสงขลา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่เร่งทำการขุดร่องน้ำ วางกระสอบทรายและสูบน้ำให้ล้นเข้าพื้นที่ป่า โดยมีหน่วยงานเข้าร่วมปฏิบัติการ 25 หน่วยงาน กว่า 300 นาย ซึ่งไฟไหม้ป่าพรุทุ่งบางนกออก ตั้งแต่ 5 ส.ค.ต่อเนื่องจนถึงขณะนี้ มีพื้นที่ป่าเสียหายแล้ว 1,500 ไร่ จากพื้นที่ป่า 6,250 ไร่ และมีสวนปาล์มเสียหาย 300 ไร่

 

กลับขึ้นด้านบน