แพทย์เตือนอันตรายจากการใช้สารเคมี โดยเฉพาะ "พาราควอต"

แพทย์เตือนอันตรายจากการใช้สารเคมี โดยเฉพาะ "พาราควอต"

แพทย์เตือนอันตรายจากการใช้สารเคมี โดยเฉพาะ "พาราควอต"

รูปข่าว : แพทย์เตือนอันตรายจากการใช้สารเคมี โดยเฉพาะ "พาราควอต"

ก่อนหน้านี้แพทย์โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก จะออกมาเตือนผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ถึงอันตรายจากการใช้สารเคมี โดยเฉพาะ"พาราควอต" เพราะมีผู้ป่วยและเสียชีวิตไปหลายคน แต่เกษตรกรผู้ปลูกดอกกุหลาบ บางส่วนระบุว่ายังมีความจำเป็นต้องใช้

วันนี้ (9 ส.ค.62) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คนงานยังคงเก็บดอกกุหลาบของเกษตรกรที่ปลูกไว้ในพื้นที่ ต.พบพระ อ.พบพระ จ.ตาก เพื่อส่งขายตามปกติ ซึ่งการดูแลดอกกุหลาบยังฉีดพ่นสารเคมีป้องกันแมลงและเชื้อรา โดยก่อนหน้านี้มีการเสนอข่าวเกี่ยวกับอันตรายของยาฆ่าแมลง และยาฆ่าหญ้า รวมถึง พญ.ณัฐกานต์ ชื่นชม แพทย์ด้านอายุรกรรมและโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลแม่สอด จ.ตาก ออกมาแสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีชายคนหนึ่งที่เสียชีวิต เพราะถูกยาฆ่าหญ้าที่มีส่วนผสมของสารพาราควอต รดใส่หลัง

 

นายไชยวัฒน์ ประเสริฐธรรม์ เกษตรกรผู้ปลูกดอกกุหลาบ และเป็นรองประธานสภาอุตสาหกรรม จ.ตาก ระบุว่า ผู้ปลูกยังมีความจำเป็นต้องใช้สารเคมีเพื่อป้องกันโรค แต่ส่วนใหญ่จะเลือกกลุ่มยาที่ผ่านการรับรองจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งที่ผ่านมาหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและสภาอุตสาหกรรมจังหวัดตาก ได้วางแผนช่วยเหลือและเสริมสร้างความรู้ให้กับเกษตรกรโดยเฉพาะการป้องกัน รวมถึงเสนอให้ออกกฎหมายระบุถึงการตกค้างของสารเคมี และอันตรายที่จะเกิดขึ้นกับผู้ใช้ บนผลิตภัณฑ์เพื่อให้ชาวบ้านตระหนักถึงอันตราย

 

 

ข้อมูลของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่าสารเคมีกำจัดศัตรูพืชมีแนวโน้มใช้สูงขึ้นต่อเนื่องทุกปี ส่วนสถานการณ์การเจ็บป่วยจากพิษสารเคมีกำจัดศัตรูพืช พ.ศ.2544-2560 มีผู้เสียชีวิตทั้งหมด 49 คน เฉลี่ยป่วยปีละ 2,013 คน ผู้ป่วยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย อายุระหว่าง 45-54 ปี อาชีพเกษตรกรรม ซึ่งสารพิษสามารถเข้าสู่ร่างกายได้ 3 ทาง คือจากการหายใจ ทางปาก และทางผิวหนัง

กลับขึ้นด้านบน